มานพ อภิปรายปัญหาการแทรกแซงของข้าราชการต่ออิสรภาพสภา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๕ มกราคม ๒๕๖๘

มานพ คีรีภูวดล อภิปรายปัญหาการแทรกแซงของข้าราชการต่ออิสรภาพสภา และเสนอให้แก้ไขกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ประชาชนในพื้นที่ป่าและชายขอบเข้าถึงกระบวนการอนุญาตและการประกอบอาชีพ โดยยกตัวอย่างกรณีพื้นที่อำเภอ กัลยาณิวัฒนา ที่ถูกจำกัดสิทธิในการทำธุรกิจเนื่องจากข้อจำกัดทางกฎหมาย มานพ คีรีภูวดล ระบุปัญหาการเข้าถึงใบอนุญาตของประชาชนบนที่ดินรัฐและเสนอให้กรรมาธิการแก้ไขกฎหมายโดยเพิ่มอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำหน้าที่เป็นตัวแทนยื่นเรื่องเพื่อลดขั้นตอนและขยายโอกาสให้ประชาชน

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมืองครับ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับท่านอดิศร ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ว่าพรรคที่ใหญ่ที่สุดในประเทศนี้คือพรรคข้าราชการ ซึ่งผมคิดว่าการพิจารณากฎหมาย หลายฉบับมีการแทรกแซงแล้วก็มีอิทธิพลจากข้าราชการเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้สภาเรา ขาดอิสรภาพหลาย ๆ เรื่อง ประเด็นที่ผมอยากจะอภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ พร้อมทั้งการเสนอแนะความคิดเห็นเพิ่มเติม ท่านประธานครับ ผมอยากจะเห็นกระบวนการ อนุญาตที่เป็นรัฐกับรัฐนะครับ ท่านประธานครับ ซึ่งหมายความว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ อบต. และท้องถิ่น ทำไมผมคิดอย่างนี้ครับท่านประธาน ทำไมผมต้องเสนอแบบนี้ครับ ท่านประธานครับ พื้นที่ของผมและพื้นที่ของพี่น้องประชาชนคนไทยส่วนใหญ่นะครับ ผมคิดว่าไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้านคนอยู่ในพื้นที่ของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นเขตป่าสงวน อุทยาน ที่ราชพัสดุ ส.ป.ก. อะไรเยอะแยะมากมายครับท่านประธาน เวลาจะก่อสร้าง เวลาจะสร้าง สถานประกอบการแต่ละที่ แต่ละอย่างนะครับ มันไม่สามารถที่จะไปยื่นได้ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นคือมันจะเป็นเรื่องยากมาก รวมทั้งการเข้าถึงงบประมาณแผ่นดินที่เราพิจารณา แต่ละปีด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นก็คือว่าผมอยากจะให้คณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นมา พิจารณาด้วยครับว่าพี่น้องประชาชนที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน พี่น้องประชาชนที่จะต้อง ประกอบการแต่ว่าไม่มีสิทธิในที่ดิน อันนี้จะต้องเอื้ออำนวยให้เขาเข้าถึงกระบวนการประกอบ อาชีพครับท่านประธาน เพื่อน สส. ของผมทั้ง ๔ ท่านอยู่ใกล้ ๆ ผม สส. ชัชวาล ขอนแก่น สส. อรพรรณ เชียงใหม่ สส. จุฬาลักษณ์ เชียงราย สส. ฐากูร เชียงราย พื้นที่ทั้ง ๓ คนนี้ นะครับ ผมคิดว่าไม่ต่ำกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ก็เป็นเขตป่า เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนที่มาปรึกษา พวกเราในการทำสถานประกอบการ มันเป็นที่ของรัฐท่านประธาน แต่ว่ามันจำเป็นจะต้องทำ เพราะว่าอีกหน่วยงานหนึ่งมาส่งเสริมว่าจะต้องทำวิสาหกิจนะ จะต้องมีการทำ อย. จะต้องมี การตรวจ แต่เราไปขอเวลาทำการสนับสนุนงบประมาณไม่มี กรรมาธิการจะต้องพิจารณา ประเด็นนี้ นอกจากจะเอื้ออำนวยใบอนุญาตเอกสารต่าง ๆ ที่มันมีอยู่แล้ว จะต้องเอื้ออำนวย ให้กับพี่น้องประชาชนที่ด้อยโอกาสที่ไม่สามารถจะเข้าถึงแม้แต่ที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ในการ จะประกอบการ แล้วผมเข้าใจว่าหลายพื้นที่ในประเทศไทยเจอคล้าย ๆ กับ สส. เพื่อนผมทั้ง ๓ ๔ ท่านนี้นะครับ ท่านประธานผมยกตัวอย่างกรณีที่ผมไปล่าสุด อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งเป็นอำเภอแล้วนะครับท่านประธาน แต่ว่าทั้งอำเภอนี้เป็นเขตป่า ท่านประธานลองนึกภาพครับ โรงพยาบาลก็อยู่ในเขตป่า สถานีตำรวจก็อยู่ในเขตป่า ที่ว่าการอำเภอก็อยู่ในเขตป่า อันนี้คือปัญหาที่ผมเจอ ทีนี้ประเด็นที่ผมอยากจะฝาก ท่านประธานและกรรมาธิการอย่างนี้ครับท่านประธาน ระยะทางจากเชียงใหม่ไปที่อำเภอ กัลยาณิวัฒนา ๑๒๘ กิโลเมตร จากอำเภอสะเมิงซึ่งเป็นเส้นทางผ่าน ๑๐๕ กิโลเมตร ไปทางแม่แจ่มก็คือ ๗๘ กิโลเมตร แล้วก็ไปทางอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ๖๘ กิโลเมตร ประชาชนจะต้องใช้น้ำมันในการเติมรถเพื่อจะเดินทางสัญจร พี่น้องประชาชนก็ทำปั๊มเล็ก ๆ ครับท่านประธาน เป็นปั๊มน้ำมัน ปั๊มหลอด หรือว่าปั๊มหัวจ่ายเล็ก ๆ เพื่อที่จะให้บริการกับ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ใกล้เคียง แล้วก็บริการให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางสัญจร ท่านประธานทราบไหมครับ มีตำรวจจากภาค ๕ จะขึ้นมาเดือนละครั้ง จะมาเก็บค่าใช้จ่าย ที่ไม่รู้ว่าจะออกใบเสร็จได้หรือเปล่า หรือเป็นค่าใช้จ่ายอะไรก็ไม่รู้ มาถามพี่น้องประชาชนว่า ปั๊มที่คุณตั้งนี่มีเอกสารสิทธิไหม ปั๊มหลอดที่คุณตั้งได้รับอนุญาตจากใคร พี่น้องประชาชน ก็ไม่รู้ครับ ก็หมู่บ้านมันชอบด้วยกฎหมายแล้วมีผู้ใหญ่บ้าน อำเภอทั้งอำเภอมันก็ชอบด้วย กฎหมาย ตั้งเป็นอำเภอแล้ว เพราะฉะนั้นลักษณะแบบนี้ครับ ท่านประธานครับ คนที่เป็น ชายขอบจริง ๆ ทั้งผม พี่น้องประชาชน แล้วก็ สส. เพื่อนของผม แล้วผมเชื่อว่ามีทุกพรรค การเมืองที่เจอสถานการณ์แบบนี้ พี่น้องประชาชนที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ที่ดินไม่ชอบด้วย กฎหมาย มันจะทำให้คนเหล่านี้เป็นคนกลุ่มด้อยโอกาสอยู่ในชายขอบจริง ๆ ชายขอบของ ชายขอบ ไม่เข้าถึงงบประมาณแล้วยังถูกขูดรีดด้วยนอกระบบ จริง ๆ แล้วก็คือจะต้องไปจับ นายอำเภอ จับผู้ว่าดีกว่าใช่ไหมครับ หรือไปคุยกับผู้ว่าดีกว่ากรณีอย่างนี้ เพราะว่ามันชอบ ด้วยกฎหมายในการตั้งอำเภอ ตั้งหมู่บ้าน ตั้งตำบล มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีระบบบริหาร แต่เวลาจะทำเรื่องนี้ สิ่งที่สำคัญท่านประธานผมอยากจะเห็นความสำคัญใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ มันไม่ใช่เป็นเรื่องของในทางเทคนิคครับท่านประธาน มันไม่ใช่รูปแบบเรื่องกระบวนการ ขั้นตอนที่จะเป็นการอนุญาตเท่านั้นครับ สิ่งที่ผมเห็นใน พ.ร.บ. ฉบับนี้นะครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ กำลังจะทำหน้าที่ในการสร้างความเป็นธรรมให้กับพี่น้องประชาชน กำลังจะเอื้ออำนวยให้กับ คนด้อยโอกาส กำลังจะเอื้ออำนวยให้กับคนที่ตัวเล็กตัวน้อยเข้าถึงกระบวนการในการแข่งขัน เข้าสู่กระบวนการขั้นตอนที่มันเอื้ออำนวยให้พี่น้องประชาชนลดขั้นตอน

ท่านประธานครับ ผมขอย้ำอีกสักครั้งหนึ่งนะครับว่ากรณีพี่น้องประชาชน ที่อยู่ในที่ดินของรัฐทุกประเภท ผมอยากจะฝากกรรมาธิการช่วยพิจารณา ช่วยเพิ่มเติม ในเนื้อหาว่ากระบวนการที่จะเข้าถึงใบอนุญาต การขออนุญาตต่าง ๆ ทุกรูปแบบที่เป็นหน้าที่ ของรัฐที่จะให้บริการพี่น้องประชาชนให้ลดขั้นตอน และถ้าไม่มีกฎหมายหรือถ้าไม่มีระเบียบ ท่านต้องไปเพิ่มขึ้นมาครับ เช่นหมู่บ้านนี้ ตำบลนี้ ให้ส่งเรื่องไปที่ อบต. หรือเทศบาล เทศบาลมีหน้าที่ในการไปยื่นกับหน่วยงานทุกหน่วยงาน คือหมายความว่าที่ทั้งหมดทั้งตำบล มันไม่มีกรรมสิทธิ์ แต่ตัวแทนของพี่น้องประชาชนที่จะประกอบการในกิจการต่าง ๆ ถือว่า อบต. และเทศบาลเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ซึ่งหมายความว่ามันก็จะมีสถานะ การทำงานหรือการอนุญาตระหว่างรัฐกับรัฐ เรื่องนี้ผมคิดว่าถ้าหากว่ากรรมาธิการผู้ที่จะไป ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ได้บรรจุ ได้แก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ผมคิดว่าจะเป็นผลดีนะครับ จะเป็นผลบุญให้กับพี่น้องประชาชนในประเทศไทยนี้ทั้งหมด ท่านประธานครับ ผมหวังว่า การพิจารณาเรื่องนี้ประเด็นที่ผมพิจารณาตรงนี้เราเคยบอกว่าเราจะไม่ทิ้งใครอยู่ข้างหลัง แล้วพี่น้องประชาชนผมคิดว่าไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้านคน เรากำลังละเลย เรากำลังไม่สนใจเขา ใช้โอกาสนี้ในการเพิ่มเนื้อหาในการเติมเรื่องนี้เข้าไปเพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ขาดโอกาส เข้าสู่โอกาสอย่างเท่าเทียมครับ ขอบคุณครับท่านประธาน