สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๕ มกราคม ๒๕๖๘

เชตวัน เตือประโคน สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ล้มละลาย โดยเน้นย้ำถึงประโยชน์ของการฟื้นฟูกิจการ และขอให้ปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย เพื่อให้ลูกหนี้ SMEs และบุคคลธรรมดาเข้าถึงการขอฟื้นฟูกิจการได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังขอให้ขยายเพดานหนี้ แก้ไขรายละเอียดในการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ เพิ่มสิทธิในการฟื้นฟูกิจการ และช่วยลดการล้มละลายของบุคคลและกิจการ

นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม เชตวัน เตือประโคน ครับ สส. พรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานี ตัวแทน พี่น้องประชาชนชาวเทศบาลเมืองคูคต เทศบาลเมืองลำสามแก้ว และเทศบาลเมืองลาดสวาย ขอร่วมอภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ล้มละลายทั้ง ๓ ร่างนี้นะครับ คือท่านประธานครับ การฟ้องล้มละลายเป็นเรื่องที่ทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ไม่อยากให้เกิดขึ้นแน่ ๆ ครับ คือเจ้าหนี้ เขาก็อยากได้เงินคืนเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่ใช่ได้ทรัพย์สินจากกิจการที่เจ๊งไปแล้ว ส่วนลูกหนี้ ก็คงไม่อยากเลิกกิจการหรือถูกฟ้องล้มละลายโดยที่ไม่มีโอกาสได้แก้ตัว การขอฟื้นฟูกิจการ จึงเป็นทางออกที่ทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ที่ต่างก็ได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่นะครับ เจ้าหนี้ ได้โอกาสติดตามหนี้ของตัวเอง เพิ่มโอกาสในการได้เงินคืนมา ลูกหนี้ได้โอกาสในการ แก้ปัญหา ยิ่งในสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่แบบนี้นะครับ กิจการต่าง ๆ ย่อมมีโอกาสขาด สภาพคล่องได้ง่าย การขอฟื้นฟูกิจการจึงเป็นทางออกที่ไม่ทำให้ต้องถูกฟ้องล้มละลาย โดยไม่จำเป็น ลูกจ้างไม่ต้องตกงาน ธุรกิจที่ตัวเองสร้างมาไม่ล้มหายตายไปกับตานะครับ ขอยกตัวอย่าง อย่างการฟื้นฟูกิจการการบินไทยถ้าไม่มีการขอฟื้นฟูกิจการตอนนี้เราก็คงไม่มี การบินไทยแล้ว แล้วก็คงสร้างปัญหาให้กับสภาพเศรษฐกิจของประเทศอยู่พอสมควร นอกเรื่องนิดหนึ่งนะครับ ผมแนะนำ ผมกำลังอ่านหนังสือพลิกฟ้าฝ่าวิกฤติการบินไทยอยู่ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการเผชิญวิกฤติของการบินไทย ตลอดจนการเข้ามาฟื้นฟู เขียนโดย คุณชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการของการบินไทย ซึ่งสนุกมากครับแนะนำไปหาอ่านกัน ท่านประธานครับ ปัญหาการฟื้นฟูกิจการก็คือกฎหมายการขอฟื้นฟูกิจการในปัจจุบันนั้น ไม่ทันสมัยครับ ลูกหนี้ SMEs บางส่วนเข้าถึงการขอฟื้นฟูกิจการได้ยาก ยิ่งถ้ามีเจ้าหนี้ หลายรายการขอปรับโครงสร้างหนี้ต่าง ๆ ก่อนเข้าสู่การล้มละลายแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ลูกหนี้บุคคลธรรมดาเองก็ไม่มีกฎหมายรองรับครับ ทำให้ไม่มีสิทธิในการขอฟื้นฟูสถานะ หรือฟื้นฟูหนี้สินแบบที่ลูกหนี้ SMEs ทำได้ ผมจึงเห็นด้วยกับหลักการของร่าง พ.ร.บ. ล้มละลายใน ๒ ประเด็นสำคัญที่จะพูดต่อไปนี้ คือ ๑. การทำให้ลูกหนี้ SMEs เข้าถึงการขอ ฟื้นฟูกิจการได้ง่ายขึ้น ๒. การเพิ่มหมวดการฟื้นฟูสถานะของลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดาครับ

ประเด็นแรก การทำให้ลูกหนี้ SMEs เข้าถึงการขอฟื้นฟูกิจการได้ง่ายขึ้น ทั้งการขยายเพดานหนี้ของกลุ่ม SMEs จาก ๑๐ ล้านบาทขึ้นมาเป็น ๕๐ ล้านบาท การแก้ รายละเอียดในการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ให้ง่ายและยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อไม่ให้ ติดล็อกจนทำให้การขอฟื้นฟูกิจการไม่เกิดขึ้น และในอีกหลาย ๆ เรื่องครับในร่างกฎหมายนี้ ซึ่งจะทำให้ลูกหนี้ SMEs รักษากิจการของตนเองไว้ได้อย่างที่พูดไป ลูกจ้างไม่ต้องตกงาน ไม่ต้องถูกยึดทรัพย์ ต้องเลิกประกอบกิจการ เจ้าหนี้ก็ยังมีโอกาสได้รับการชำระหนี้มากขึ้น ไม่ใช่รับซากกิจการไปนะครับ ซึ่งก็เป็นภาระให้กับเขาอีกในการไปจัดการซากกิจการเหล่านั้น

ประเด็นที่ ๒ การเพิ่มหมวดการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดา เพิ่มสิทธิให้ลูกหนี้บุคคลธรรมดาเทียบเท่ากับลูกหนี้ SMEs ท่านประธานครับ เพราะไม่ใช่ ทุกคน ไม่ใช่ทุกกิจการที่มีการจดทะเบียนนิติบุคคล ร้านส้มตำ ร้านข้าวแกง ร้านตึกแถว คงไม่ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทแน่ ๆ แต่เมื่อเจอปัญหาทางเศรษฐกิจ กิจการเล็ก ๆ แบบนี้ ตกหล่นไปไม่ได้รับสิทธิในการฟื้นฟูกิจการหรือฟื้นฟูฐานะของตนเอง การเพิ่มในส่วนนี้ครับ จะช่วยให้กิจการของประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อยนะครับ ย้ำประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อย สามารถได้รับสิทธิแบบที่กิจการใหญ่โตได้รับ ช่วยเพิ่มโอกาสให้ประชาชนสามารถเอาตัวรอด ไปได้ในสภาวะสภาพคล่องทางการเงินที่ฝืดเคืองนะครับ

ท่านประธานครับ นี่คือ ๒ ประเด็นที่ผมขอร่วมอภิปรายสนับสนุนร่าง กฎหมายฉบับนี้นะครับ นี่คือกฎหมายที่จะลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของสังคม เพิ่มสิทธิให้กิจการขนาดเล็ก เพิ่มสิทธิให้บุคคลธรรมดาเข้าถึงโอกาสในการขอฟื้นฟูกิจการได้ ง่ายขึ้น ไม่ใช่เฉพาะกิจการขนาดใหญ่แบบแต่เดิม นี่คือกฎหมายที่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้กับ ประชาชนในการเอาตัวรอดทางเศรษฐกิจในสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่แบบนี้ ทั้งหมด ทั้งมวลนี้ ก็จะช่วยลดการล้มละลายของบุคคลและกิจการได้มากยิ่งขึ้น ขอบคุณครับท่านประธาน