พิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ อภิปรายร่างพระราชบัญญัติล้มละลายฉบับปรับปรุง เพื่อแก้ปัญหาหนี้สินที่สะสมจากวิกฤตเศรษฐกิจและต้องการให้กฎหมายครอบคลุมกระบวนการฟื้นฟูหนี้สินบุคคลธรรมดา โดยเน้นการปรับปรุงกระบวนการฟื้นฟูกิจการสำหรับกิจการขนาดย่อมและบุคคลธรรมดา เพื่อเพิ่มทางเลือก ลดความซับซ้อน และสร้างความเป็นธรรมในการช่วยเหลือลูกหนี้ควบคู่กับนโยบายรัฐบาล พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขเพิ่มเติมการฟื้นฟูหนี้สินแบบเร่งรัดเพื่อลดขั้นตอนและค่าใช้จ่าย
กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทยค่ะ ดิฉันขออภิปรายในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เนื่องจากว่าฉบับแรกพระราชบัญญัติฉบับนี้เกิดขึ้นเมื่อปี ๒๔๘๓ แล้วก็ ใช้มานานถึง ๘๐ ปี แล้วก็มีการแก้ไขปรับปรุงมาโดยตลอด แต่เมื่อยุคสมัยเราเปลี่ยนไป บริบทสังคมเปลี่ยนแปลงไป จึงจำเป็นต้องกลับมาทบทวนอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้กฎหมาย มีผลบังคับใช้อย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม เพราะหลังจากประเทศไทยประสบวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้งปี ๒๕๔๐ และถูกซ้ำเติมด้วย สถานการณ์โควิด-๑๙ ผู้ประกอบการไทยได้รับผลกระทบกันทั่วหน้า ทำให้หลายรายต้องปิด กิจการแล้วลูกจ้างก็ต้องถูกเลิกจ้าง หลายคนรายได้หดหาย แต่รายจ่ายยังเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องกู้หนี้ยืมสินแล้วก็สุดท้ายเข้าสู่วังวนหนี้แบบเดิม เนื่องจากกฎหมายล้มละลาย ฉบับปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมถึงข้อจำกัดที่จะทำให้ลูกหนี้บุคคลธรรมดายังไม่สามารถเข้าถึง กระบวนการฟื้นฟูหนี้สินได้ ทำให้ปัญหาหนี้สินครัวเรือนและธุรกิจได้พอกพูนสะสมขึ้น เรื่อย ๆ โดยเฉพาะในสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทั่วโลก ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่ต้องปรับปรุง กฎหมายล้มละลายฉบับนี้ให้ทันสมัย แล้วก็สอดคล้องต่อสภาพสถานการณ์ปัจจุบันค่ะ
ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นี้ได้แก้ไขเพิ่มเติม บทบัญญัติกระบวนการเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เป็นกิจการขนาดย่อมซึ่งมีอยู่ จำนวนมากในระบบเศรษฐกิจปัจจุบันค่ะท่านประธาน ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทาง การเงินชั่วคราว ทำให้เข้าสู่กระบวนการการฟื้นฟูกิจการได้และมีกระบวนการที่ไม่ซ้ำซ้อน ทำให้เพิ่มเติมกระบวนการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้แบบเร่งรัดเพื่อให้เกิดเป็นทางเลือกแก่ ลูกหนี้ รวมถึงมีกระบวนการที่พิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูสถานะของลูกหนี้ที่เป็นบุคคล ธรรมดา ให้อำนาจเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการฟื้นฟูกิจการของ ลูกหนี้ได้ เพื่อช่วยเหลือให้ลูกหนี้ของเราดูแลได้อย่างทั่วถึง รวมถึงคุ้มครองเจ้าหนี้และบุคคล ที่เกี่ยวข้องด้วย ทำให้กระบวนการฟื้นฟูกิจการลูกหนี้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นการ แก้ไขปัญหาที่ตรงจุดและตรงประเด็น พี่น้องประชาชนและประเทศชาติได้รับประโยชน์ อย่างยิ่ง สำหรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีข้อดีหลายประการค่ะ เป็นการเปิดกว้างให้กับ ลูกหนี้ทุกประเภทได้สามารถยื่นขอฟื้นฟูกิจการได้ ไม่จำกัดเฉพาะธุรกิจขนาดกลางเท่านั้น และขนาดย่อมตามกฎหมาย ส่วนบุคคลธรรมดาสามารถเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูสถานะได้ และเป็นการสร้างความเป็นธรรม ความเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำในสังคมที่จะช่วย บรรเทาหนี้ภาคครัวเรือนได้ดีค่ะ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้เจ้าหนี้ ลูกหนี้ขนาดย่อมที่ประสงค์จะเข้า ฟื้นฟู แต่ยังไม่พร้อมในการจัดทำแผนต่าง ๆ และจัดประชุมเจ้าหนี้ได้มีโอกาสยื่นคำร้องขอ ฟื้นฟูกิจการเข้ามาก่อน แล้วก็จะได้รับประโยชน์จากสภาวะการพักชำระหนี้แล้วถึงได้ ดำเนินการอย่างอื่นต่อไป ซึ่งจะเป็นการควบคู่ไปกับนโยบายของรัฐบาลค่ะ
หลักสำคัญอีกประการหนึ่ง มีการแก้ไขเพิ่มเติมการฟื้นฟูหนี้สินแบบเร่งรัด ซึ่งหมายความว่าในกรณีที่ลูกหนี้สามารถทำแผนฟื้นฟูได้เอง มีการจัดประชุมเจ้าหนี้สำเร็จ ก็สามารถยื่นขอฟื้นฟูได้แบบเร่งรัดต่อศาลได้ โดยศาลจะพิจารณาแผนแล้วเห็นชอบ ได้เลย ซึ่งก็จะช่วยให้การดำเนินการเร็วขึ้นและเป็นทางเลือกให้กับลูกหนี้ที่มีกิจการ ขนาดใหญ่หรือขนาดย่อมสามารถทำความตกลงกับบรรดาเจ้าหนี้ทั้งหลายนอกศาลได้ และนำความตกลงนั้นเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการเป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว แล้วก็ ประหยัด และเกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ซึ่งการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวนี้ส่งผลทำให้ กิจการขนาดย่อมหลาย ๆ กิจการมีช่องทางในการฟื้นฟูกิจการ รวมถึงไม่ต้องล้มละลาย โดยไม่จำเป็นและทำให้เศรษฐกิจโดยภาพรวมสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้และเป็นหลักการที่ดี ที่แก้ปัญหาได้ตรงจุดค่ะ
ดิฉันมีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมค่ะ เนื่องจากว่าการเพิ่มช่องทาง และโอกาสให้กับลูกหนี้และเจ้าหนี้โดยไม่ต้องรอกระบวนการเจรจานะคะ ได้จัดทำแผนฟื้นฟู กิจการและประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณายอมรับแผนฟื้นฟู ซึ่งบางครั้งกระบวนการดังกล่าว ยังไม่มีคนกลางที่มีอำนาจและทั้ง ๒ ฝ่ายเชื่อถือได้ อาจจะเป็นเรื่องยากและใช้เวลา ค่อนข้างมาก จึงควรมีหน่วยงานกลางที่ช่วยกำกับดูแล และควรมีกระบวนการในการ ตรวจสอบผู้ทำแผนหรือลูกหนี้เพื่อความโปร่งใส เช่น เรื่องการขอรับชำระหนี้หรือการ พิจารณาแผน ซึ่งกระบวนการที่สำคัญในการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการก็ควรจะต้องมีหน่วยงาน กลางเป็นผู้ที่คอยตรวจสอบ เพื่อไม่ให้ลูกหนี้หรือผู้ทำแผนสร้างความได้เปรียบในการจัดแผน ดังกล่าวค่ะ
สุดท้ายนี้ค่ะ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ต้องถือว่าเป็นมาตรการหนึ่งของ รัฐบาลที่ช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินของภาคประชาชนและภาคธุรกิจที่กำลังประสบปัญหา เศรษฐกิจในปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาเหล่านี้ให้กับลูกหนี้ โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย และอาจจะช่วยให้ระดับหนี้ของครัวเรือนในไทยทยอยปรับตัวลดลงอย่างช้า ๆ ต้องขอบคุณ อีกครั้งที่รัฐบาลได้เห็นความสำคัญค่ะ ดิฉันจึงขอสนับสนุนและเห็นชอบในหลักการ ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอบคุณท่านประธานค่ะ