พิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ หารือเรื่องความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์อุทกภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานและภาคเกษตร และเรียกร้องการเตรียมความพร้อมสำหรับสถานการณ์สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง โดยขอให้รัฐช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ
กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก เขต ๔ พรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้ดิฉันต้องกราบขอบคุณท่านธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ได้ให้เกียรติมาตอบกระทู้ถามสดด้วย วาจาของดิฉัน มีประเด็นเกี่ยวกับเรื่องนโยบายและแนวทางการปฏิบัติการฟื้นฟูและการ แก้ไขปัญหาหลังน้ำลดค่ะท่านประธาน จากสถานการณ์อุทกภัยปี ๒๕๖๗ จนถึงปัจจุบัน ที่ผ่านมาทำให้ประเทศไทยต้องเผชิญกับความเสียหายอย่างหนักในหลายพื้นที่ของ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งสำคัญต่อการสัญจรของพี่น้องประชาชนในชุมชนทั่วประเทศค่ะ ความเสียหายเหล่านี้ ในเรื่องของทางหลวงท้องถิ่นจากรายงานของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นพบว่า ถนนในเขตความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับความเสียหายรุนแรง ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีปริมาณน้ำฝนสะสมสูงและตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ถนนใน เขตเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบลบางสายถูกน้ำกัดเซาะจนไม่สามารถใช้งานได้ สะพานบางแห่งก็ขาดและไม่สามารถที่จะสัญจรไปมาได้ ซึ่งถนนถูกน้ำท่วมนี้จะเกิดความ เสียหายต่อชั้นผิวถนนและโครงสร้างฐานรากค่ะ เบื้องต้นทางหลวงท้องถิ่นได้รับผลกระทบ จำนวนกว่า ๑๒,๐๐๐ สาย คิดเป็นระยะทางแล้วมากกว่า ๒๕,๐๐๐ กิโลเมตร มีมูลค่าความ เสียหายถึง ๗,๕๐๐ ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นถนนที่เป็นเส้นทางเชื่อมต่อหมู่บ้าน ชุมชน และพื้นที่เกษตรกรรมค่ะ ความเสียหายนี้ส่งผลกระทบโดยตรงกับการดำรงชีวิตของพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล การเดินทางสัญจรประจำวัน การขนส่งสินค้าทางการเกษตรต้องหยุดชะงักไม่สามารถนำผลผลิตออกสู่ตลาดได้ เด็กนักเรียนไปโรงเรียนด้วยความยากลำบากทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมาก สถานการณ์อุทกภัยยังส่งผลต่อภาคเกษตรที่เป็นอาชีพและรายได้หลักของประเทศ อย่างรุนแรง ซึ่งแบ่งออกเป็น ๓ หมวดหมู่ หมวดแรกค่ะ หมวดพืช ๕๕ จังหวัดที่ได้รับ ผลกระทบจากน้ำท่วมนี้ เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมมีทั้งสิ้น ๑๕๖,๔๓๔ ราย ในพื้นที่ ๑,๒๐๐,๐๐๐ ไร่ ในหมวดประมง ท่านประธาน ๔๖ จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ เกษตรกร ๑๑,๔๐๙ ราย พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ๑๓,๓๖๖ ไร่ ๘,๗๐๑ ตารางเมตร หมวดปศุสัตว์ ถึง ๑๖ จังหวัด เกษตรกร ๑,๔๐๔ ราย สัตว์ได้รับผลกระทบถึง ๑๓๙,๙๐๖ ตัว จากความ เสียหายนี้ค่ะ ท่านประธาน มีเงินเยียวยาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม ในปี ๒๕๖๗ จำนวน ๑,๔๒๖,๘๗๐,๐๐๐ บาทที่ยังไม่ได้รับเงินเยียวยาจำนวนนี้ค่ะ ดังนั้น ภาครัฐจึงควรที่จะเตรียมความพร้อมสำหรับแนวทางในการรับมือจากสถานการณ์สภาพ ภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงในช่วงของปี ๒๕๖๘ โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ำในระยะยาว ยกระดับประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานการเยียวยาและระบบ การเตือนภัยให้กับพี่น้องประชาชนค่ะ
ในคำถามที่ ๑ ดิฉันขอถามว่าจากปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากที่เกิดขึ้นในหลาย ๆ พื้นที่หลายจังหวัดของประเทศไทย หน่วยงานทั้งภาครัฐแล้วก็องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชนต่างได้ร่วมด้วยช่วยกันในการดูแลแก้ไขปัญหาเยียวยาช่วยเหลือในระยะ เร่งด่วน พบว่าการแก้ไขปัญหาในระยะสั้นที่ผ่านมาในเรื่องของถุงยังชีพ การซ่อมบำรุงที่อยู่ อาศัย ซึ่งได้รับเงินช่วยเหลือหลังคาละ ๙,๐๐๐ บาท ร้อยเปอร์เซ็นต์เรียบร้อยแล้ว ต้องขอขอบคุณรัฐบาลท่านนายกแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีที่ได้อนุมัติและเบิก จ่ายเงินให้กับพี่น้องได้อย่างรวดเร็วค่ะ สำหรับการแก้ไขปัญหาระยะสั้นยังเกี่ยวเนื่อง ไปถึงเงินเยียวยานาข้าว พืชไร่ ไม้ผล ไม้ยืนต้น ด้านปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำค่ะ ยังเกิด ความล่าช้าและไม่ทั่วถึง ซึ่งดิฉันลงพื้นที่ได้รับคำถามมากมายจากพี่น้องประชาชนและพี่น้อง เกษตรกรในเรื่องของเงินเยียวยาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ปี ๒๕๖๗ ค่ะว่าจะได้รับการช่วยเหลือเมื่อไร ดิฉันจึงขอเรียนถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ว่าทางรัฐบาลมีนโยบายและแนวทางปฏิบัติในเรื่องของการฟื้นฟูแก้ไข ปัญหาหลังน้ำลดอย่างไร รวมถึงเงินเยียวยาเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ จากน้ำท่วม ปี ๒๕๖๗ จะได้รับเงินช่วยเหลือเมื่อไร อย่างไรค่ะ