สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗

นพพล เหลืองทองนารา หารือเรื่องการพัฒนาการของเด็กปฐมวัย โดยเฉพาะสถานที่ที่ดูแลเด็กปฐมวัย และเรียกร้องให้ภาครัฐและภาคเอกชนปฏิบัติตามมาตรฐานกลางในการดูแลเด็กปฐมวัย นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องการทำงานของคณะกรรมการพัฒนานโยบายเด็กปฐมวัยและคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ และเรียกร้องการแสดงบทบาทของหน่วยงานเหล่านี้ในการปรับปรุงคุณภาพของเด็กไทย

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ วันนี้ผมเองขอมีส่วนร่วมในสิ่งที่คณะกรรมาธิการการ สวัสดิการสังคมของสภาผู้แทนราษฎรได้ทำการศึกษาพิจารณาในเรื่องของแนวทางการ ผลักดันนโยบายเด็กปฐมวัยอย่างเป็นระบบนะครับ จริง ๆ แล้วพูดถึงเด็กปฐมวัยนี้นะครับ ผมคิดว่าพวกเราทุกคนในสภาผู้แทนราษฎร เราทราบกันดีว่ามีความสำคัญอย่างไร เด็กปฐมวัยถ้าได้รับการพัฒนาที่ดีนะครับ ทำให้ความมั่นคงของประเทศก็สามารถที่จะดีขึ้น เป็นเงาตามตัว ท่านครับพูดถึงว่าเด็กปฐมวัยนี้นะครับ ปัจจุบันนี้มีปัญหามากมาย ผมเองก็ขอ อนุญาตที่จะได้พูดถึงในส่วนของสถานที่ที่ดูแลเด็กปฐมวัย เพราะวันนี้สภาพสังคมเปลี่ยนไป การที่คุณพ่อคุณแม่จะเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง แล้วก็อยู่กับลูกตลอด ๒๔ ชั่วโมงนี้มันก็มีเวลาน้อย โดยเฉพาะช่วงเวลาทำงาน เพราะฉะนั้นสถานที่จะรับดูแลเด็กปฐมวัยนี้มีความสำคัญ จริง ๆ แล้วสถานที่รับดูแลเด็กปฐมวัยทั่วประเทศทุกหน่วยงาน ทั้งของภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งหมด ๕๓,๐๐๐ กว่าแห่ง มีทั้งสังกัดของ สพฐ. มีทั้งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ว่า เมื่อก่อนนี้ก็อยู่ในส่วนของกรมพัฒนาชุมชนกับกรมการศาสนา แล้วก็สำนักงานประถมศึกษา ที่เป็นการดูแล แต่พอปี ๒๕๔๕ แล้ว คนที่รวบรวมดูแลส่วนใหญ่แล้วที่เป็นหลักเป็นการ ก็คือจะเป็นส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมก็จะขอพูดในส่วนขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ท่านครับในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กนี้ ในปี ๒๕๖๔ ก็มีอยู่ ๒๑,๐๐๐ กว่าแห่ง ในจำนวน ๒๑,๐๐๐ กว่าแห่งนั้น ผลปรากฏว่า ส่วนใหญ่แล้วไม่ได้มาตรฐาน แล้วก็มีการขาดแคลนในหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นความรู้ ความเข้าใจของครูผู้สอน ความรู้ความเข้าใจของผู้บริหารเองและความใส่ใจของผู้บริหารด้วย เรื่องงบประมาณและอีกหลาย ๆ อย่าง ท่านอย่าลืมนะครับว่าการพัฒนาการของเด็กโดยเฉพาะเด็กปฐมวัยนี้มีความสำคัญมาก จากผลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ทักษะทางการอ่านของเด็ก ป.๒ และ ป.๓ คือเท่ากับ ๔๗ เปอร์เซ็นต์ แต่ส่วนทักษะของการคำนวณนั้นมีแค่ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ในเด็กไทย เพราะฉะนั้นในส่วนที่เหลือล่ะ การอ่านอีก ๕๓ เปอร์เซ็นต์ การคำนวณอีก ๖๐ เปอร์เซ็นต์ที่เด็กไทยขาดไป นั่นหมายความถึงการพัฒนาต่อไปในวันข้างหน้าของประเทศ ย่อมจะต้องมีอุปสรรคแน่นอน ทั้ง ๆ ที่มีมติคณะรัฐมนตรีออกมาในวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๒ ในเรื่องของมาตรฐานในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จริง ๆ แล้วการวางมาตรฐานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ได้มีการออกกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ แล้ว แต่ว่าทุกอย่างก็ไม่ได้สัมฤทธิ์ผล จนมีครั้งสุดท้าย อย่างที่ผมบอกคือวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๒ ผมเองอยากที่จะให้ทุกอย่างเป็นไปตามมาตรฐาน เพราะฉะนั้นก็คือว่าในเรื่องของงบประมาณ อย่างปัจจุบันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีท่านมีบุตรแล้ว ๒ คน ด้วยหัวอกความเป็นแม่ท่านย่อมรู้ดีว่าเด็กนั้น สำคัญขนาดไหน ถามว่าถ้าท่านมีงบประมาณเพียงพอท่านไม่ละเลยหรอกครับ ท่านเองยังพูด กับสมาชิกพรรคอยู่ตลอดเวลาว่าเด็กนั้นมีความสำคัญต่อการพัฒนาชาติบ้านเมือง เพราะฉะนั้นแล้วเราจะต้องดูแลแล้วต้องทุ่มเทอย่างจริงใจและบริสุทธิ์ใจ ผมเชื่อในสิ่งที่ ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธารนั้นได้พูด แต่ว่าทั้งหลายทั้งสิ้นสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะให้ทาง รัฐบาลได้เอาใจใส่นั่นคือในกฎหมายที่มีเขียนไว้แล้วในเรื่องของมาตรฐาน ผมอยากให้ มาตรฐานเหล่านั้นได้มีการเข้มงวดกวดขัน ส่วนเรื่องเงินงบประมาณถ้ามีเงินแล้วพอที่จะตัด ออกจากส่วนไหนได้มาดูแล ผมเห็นว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ควรจะต้องเร่งทำ แต่สิ่งที่ สำคัญที่สุดในเรื่องของมาตรฐานกลาง เพราะฉะนั้นแล้วผมอยากให้กระทรวงมหาดไทย ในฐานะที่เป็นผู้ดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เอาใจใส่และให้มีการปฏิบัติตามในส่วน ของมาตรฐานกลางที่ตั้งขึ้น

สุดท้ายผมอยากจะฝากถึงหน่วยงาน ๒ หน่วยงาน นั่นก็คือในส่วนของ คณะกรรมการพัฒนานโยบายเด็กปฐมวัย และคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ก.พ.ป. ยังมีอยู่ไหมครับ ถ้ายังมีอยู่ในประเทศไทยโดยเฉพาะ ก.พ.ป. ท่านแสดงบทบาทของ ท่านหน่อยเถอะครับว่าท่านจะเอาอย่างไรกับคุณภาพของเด็กไทยที่จะมีผลต่ออนาคตของ ประเทศ กราบขอบพระคุณมากครับ