ธีรัจชัย พันธุมาศ ถามกระทู้ถามสดต่อประธานสภา เรื่องมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเน้นประเด็นความรับผิดชอบร่วมของธนาคารและผู้ให้บริการมือถือ ความรวดเร็วในการอายัดเงินเมื่อถูกมิจฉาชีพโอนเงิน และข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีเตือนภัยที่เทียบเท่าสหรัฐอเมริกา ธีรัจชัย พันธุมาศ ชี้แจงปัญหาการหลอกลวงผ่าน Call Center และมาตรการป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์ โดยเน้นย้ำความล้มเหลวของมาตรการเดิมและเรียกร้องให้ปรับปรุงกฎหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครองผู้บริโภค ธีรัจชัย พันธุมาศ เสนอมาตรการป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์โดยเรียกร้องให้สถาบันการเงินระงับธุรกรรมน่าสงสัยทันที เพิ่มระบบตรวจสอบแบบ Real Time และกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของธนาคารและบริษัทโทรคมนาคมในการควบคุมการหลอกลวง ธีรัจชัย พันธุมาศ เสนอให้ศึกษาบทเรียนจากกฎหมายออสเตรเลียและสิงคโปร์ที่เข้มงวดกับบริษัทโซเชียลมีเดีย เพื่อผลักดันมาตรการควบคุมแพลตฟอร์มออนไลน์ในประเทศไทย โดยวิพากษ์วิจารณ์ความอ่อนแอของรัฐบาลไทยที่มีต่อทุนธนาคาร โทรคมนาคม และโซเชียลมีเดีย
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง พรรคประชาชน ขออนุญาตถามท่านประธานในกระทู้ถามมาตรการในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ทางเทคโนโลยีดังนี้ครับ เมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม ปี ๒๕๖๗ เมื่อประมาณ ๒ เดือนครึ่ง ผมได้ถาม คำถามนี้ต่อท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรี DE ก็ได้มาตอบคำถามเหมือนวันนี้ สิ่งที่ผมถาม ในวันนั้นมีอยู่ ๔ ประเด็น
เรื่องแรก ก็คือว่าท่านจะมีมาตรการให้ธนาคารและบริษัทผู้ให้บริการมือถือ รับผิดชอบร่วมกับประชาชนได้หรือไม่ ท่านตอบว่ากำลังจะออกพระราชกำหนด ผมก็เฝ้ารอ มาถึงวันนี้
เรื่องที่ ๒ ก็คือผมถามว่าในส่วนของการที่จะติดตามอายัดเงินเวลาถูกเดิน ทำไมมีมาตรการเร็วไหม ไม่ต้องไปแจ้งความอะไรให้ยาว ท่านก็ตอบว่ามันใช้เวลาประมาณ ชั่วโมงหนึ่ง แต่ผมบอกว่าประมาณ ๑๕ นาทีเงินก็ไปหมดแล้ว มีอะไรให้เร็วกว่านี้ไหม
เรื่องที่ ๓ ผมถามถึง เป็นการฝากนะครับว่าประเทศสหรัฐอเมริกาเวลาโทรไป แล้วมี Scam เข้ามา เขาจะเตือนเลยเพื่อจะให้ประชาชนไม่ต้องทำอะไร ท่านบอกว่าเรายัง เทคโนโลยีไม่ถึง กำลังอยู่ในการพัฒนา
เรื่องที่ ๔ ผมถามถึง ฝากไปถึงว่ากรณีที่มี Based ของบริษัทมือถือไปยัง ต่างประเทศ ๓๐ กิโลเมตร และมีชายแดนนะครับ ชายแดนมีพวกแก๊ง Call Center อยู่ รอบประเทศไทย เขาอยู่ประมาณ ๖-๘ กิโลเมตร ท่านจะแก้อย่างไร ท่านก็บอกว่ากำลัง เจรจาต่างประเทศแล้วก็มีบอกบางจุดที่ว่าทำ แต่ทั้งประเทศไม่ใช่มีบางจุดมันแก้ไขไปถึงไหนแล้ว วันนี้ผมจะมาถามติดตามท่านทั้ง ๔ ประเด็นนี้ และเพิ่มเติมด้วย ผมเรียนอย่างนี้นะครับ ผมได้ติดตามเมื่อสักครู่มีคำถามคล้าย ๆ กันกับท่านนายกรัฐมนตรี ก็คือขออนุญาตท่านฐากร ตัณฑสิทธิ์ ถามไป ท่านตอบมาผมรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก ในอันแรกเรื่องธนาคารกับเรื่อง ในส่วนของบริษัทผู้ให้บริการมือถือ ดูสถิติขึ้นมาตั้งแต่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๕ ถึงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ มีเรื่องทั้งหมด ๗๓๙,๔๙๔ เรื่อง มูลค่าความเสียหายของแก๊ง Call Center หลอกลวงประมาณ ๗๗,๓๖๐ ล้านบาท เฉลี่ยความเสียหายต่อวัน ๗๗ ล้านบาท ต่อวัน มีการอายัดบัญชีประมาณ ๕๖๐,๔๑๒ บัญชี ยึดอายัดได้จำนวน ๘,๖๒๗ ล้านบาท แสดงว่ามีการอายัดได้ประมาณแค่ ๑ ใน ๗ ๑ ใน ๘ เท่านั้นเอง นั่นคือความเสียหายซึ่งมัน ไปแล้วนะครับ ๑ ใน ๗ ๑ ใน ๘ มาตรการที่ท่านตอบผมเมื่อครั้งที่แล้วมันไม่ได้ผลแน่นอน ที่บอกว่าไปบัญชีม้าที่บอกว่าไปอายัด SIM เกิน ๕ บัญชี เกิน ๑๐ บัญชีมันบอกว่าไม่ได้ผล แน่นอนครับเพียงแค่ ๑ ใน ๘ มาตรการใหม่ที่ท่านแถลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนะครับ ไม่ทราบ เห็นกระทู้ถามผมมาแถลงล่วงหน้า ก็ ๕ ประเด็นแก้ พ.ร.ก. ไซเบอร์ ที่ผมรออยู่ก็บอกว่าเร่ง คืนเงินให้ผู้เสียหาย เพิ่มโทษซื้อขายจากข้อมูลส่วนบุคคล ป้องกันการฟอกเงินผู้เสียหายเป็น เงินดิจิทัล ระงับยกเลิกการใช้ SIM สื่อสารต้องสงสัย เพิ่มความรับผิดชอบของแบงก์และ เครือข่ายมือถือ ผมดูตรงนี้แล้วผมนั่งรอว่าอะไรที่จะเพิ่มความรับผิดชอบเครือข่ายมือถือ เมื่อสักครู่ที่ท่านตอบท่านฐากรไปผมฟังแล้ว เฮ้อ ถอนหายใจครับ ยากมากที่จะแก้ไขได้ เพราะท่านยังเกรงใจบริษัทมือถือ เกรงใจนายทุนธนาคารอยู่ เมื่อเช้านี้คณะกรรมาธิการ การสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สภาผู้แทนราษฎร ได้ประชุม เรื่องนี้เลยนะครับเขาบอกว่าประเทศสิงคโปร์เขามีมาตรการขึ้นมากำหนดความรับผิดชอบ ร่วมกันของ ๒ ส่วนนะครับ
๑. หน้าที่ของสถาบันการเงิน
๑. คือระงับธุรกรรมน่าสงสัย ธนาคารต้อง Block หรือระงับธุรกรรมที่มีมูลค่า มากกว่า ๒๕,๐๐๐ ดอลลาร์สิงคโปร์เป็นเวลา ๒๔ ชั่วโมง หากพบว่ามีการโอนเงินมากจาก บัญชีอย่างรวดเร็ว ของเรา ๑ ใน ๘ นะครับ นี่เขาให้ Block ได้ทันทีธนาคารต้องทำเลยครับ ทำไมไม่เอาแบบอย่างของเขา มาแค่ Block SIM Block อะไรครับ
๒. เฝ้าระวังการหลอกลวงแบบ Real Time ธนาคารต้องมีระบบตรวจสอบ ธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูง เช่น การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการติดต่อ การเพิ่มวงเงินการ ธุรกรรมและการเพิ่มผู้รับเงินใหม่ เป็นภาระความรับผิดชอบของธนาคารนะครับ ทำไมเรา ไม่มีมาตรการอย่างนี้ให้ธนาคารรับผิดชอบบ้างล่ะครับ ไปเกรงใจนายทุนธนาคารได้อย่างไร
๓. แจ้งเตือนลูกค้า ส่งการแจ้งเตือนแบบ Real Time ไปยังลูกค้าเมื่อมี กิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงเกิดขึ้น ธนาคารต้องรับผิดชอบทั้งหมด ถ้าไม่รับผิดชอบจะต้อง รับผิดชอบให้ลูกค้าที่ถูกหลอกลวง ทำไมไม่ทำไปทำอะไรหน่อมแน้ม ๆ ขนาดนั้น ออกพระราชกำหนดทีหนึ่งก็ไม่ทำ เราไปดูในส่วนของหน้าที่ของบริษัทโทรคมนาคมสิงคโปร์ เขากำหนดอย่างไร ป้องกัน SMS หลอกลวง ใช้ตัวกรองป้องกันการหลอกลวงบนเครือข่าย และ Block Link Phishing ที่ทราบ เขาทำทันที นั่นคือบริษัทโทรคมนาคมต้องรับผิดชอบครับ
๔. ควบคุมการส่ง SMS และส่งไปยังลูกค้าเฉพาะที่มาจากผู้รวม SMS ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น อันนี้ใกล้เคียงนิดหนึ่งที่ท่านสอบเมื่อสักครู่นี้ใกล้เคียงหน่อยหนึ่ง แต่มันทำไมไม่ทำทั้งระบบละครับ ท่านทำแบบนี้ไม่มีทางหรอกครับ ๑ ใน ๘ อายัดได้แล้ว บอกจะคืนเงินให้เร็ว มันเป็นมาตรการที่หน่อมแน้มมากเลยนะครับ
เรามาดูอีกประเทศหนึ่งที่ผมไปดูนะครับ ประเทศออสเตรเลียนะครับ ประเทศออสเตรเลียเขามีในส่วนของกฎหมาย นอกจากให้ธนาคารและบริษัทโทรคมนาคม เขายังให้บริษัท Social Media รับด้วย มิฉะนั้นถูกปรับได้ถึง ๕๐ ล้านดอลลาร์ เขาเข้มขนาดนั้น ทำไมถึงไม่ดูตัวอย่างประเทศที่เขาเข้ม ๆ แล้วก็ทำแล้วได้ผลนะครับ ไปทำอะไรหน่อมแน้ม เกรงใจอะไรนักหนากับทุนธนาคาร ทุนโทรคมนาคม แล้วก็ทุนบริษัท Social Media ที่ปล่อยให้แพลตฟอร์มต่าง ๆ มาให้กดลิงค์กดโน้นกดนี้ไป ผมลงรายละเอียดดูหลายที หลายส่วนของสิงคโปร์เมื่อสักครู่ทางกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม เขาส่งมาให้ผม เขาต้องระบุเลยถ้าไม่เตือนนะต้องรับผิดชอบ ร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ SMS ไม่เตือนก่อน แต่ถ้าเตือนดื้อทำ ลูกค้าต้องรับผิดชอบด้วย มีหลายอย่าง ทำไมไม่ดูเขาแต่ไปทำอะไรที่ไม่เกี่ยว ดูเหมือนเกรงใจ เกรงใจเหลือเกินกลัวนายทุนจะเดือดร้อน เกรงใจเหลือเกินกลัวบริษัทโทรคมนาคมจะเดือดร้อน เกรงใจเหลือเกินกลัวบริษัท Social Media จะเดือดร้อน
คำถามแรก ท่านมีมาตรการอะไรที่ดีกว่าที่กำหนดไว้ไหม และ ๒ ประเทศนี้ สิงคโปร์กับออสเตรเลียเขาทำไว้เข้มข้น ท่านจะทำได้หรือไม่ นี่คำถามที่ ๑ ครับท่านประธาน