วีรภัทร ขอคุยรัฐมนตรีฯ แก้ป้อมแผลงไฟฟ้า

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗

วีรภัทร คันธะ หารือปัญหาการปิดพื้นที่โบราณสถานป้อมแผลงไฟฟ้าในพระประแดง โดยชี้ว่าเหตุผลเรื่องการปิดเนื่องจากความปลอดภัยไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง และเรียกร้องให้กระทรวงมหาดไทยบูรณาการร่วมกับกรมศิลปากรเพื่อหาแนวทางเปิดพื้นที่ถาวรหรือแบบมีส่วนร่วม เพื่อฟื้นฟูมรดกทางวัฒนธรรมและสร้างรายได้ให้ชุมชน

นายวีรภัทร คันธะ สมุทรปราการ

กราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่มีความ ห่วงใยนะครับ ผมเข้าใจว่าท่านก็คงมีการสอบถามไปยังทางเทศบาลเมืองพระประแดง ซึ่งอย่างที่เรียนมาครับว่าปัญหาผมไม่ได้อยู่ที่ว่าเป็นเรื่องของการใช้งานสถานที่ เนื่องจาก สถานที่มันมีความทรงคุณค่าของมันอยู่แล้ว มีประวัติศาสตร์ ปัญหานี้มันคือการเปิดแค่ บางครั้งนะครับ ไม่ได้เปิดอย่างถาวร คำว่าเปิดเป็นบางครั้งเช่นงานเทศกาลอย่างที่ท่านยกมา ครับว่าเทศกาลสงกรานต์ปากลัดหรือแม้แต่ช่วงลอยกระทง แต่ว่าความต้องการของ ประชาชนในพื้นที่คือที่นี่เมื่อสักครู่ที่ผมเรียนไปว่าพื้นที่ ๐.๖ ตารางกิโลเมตรมันเล็กมาก แล้วก็มันอัดเต็มไปด้วยตลาดกับบ้านเรือนผู้คน ที่นี่เป็นพื้นที่สาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ ที่สามารถทำให้คนออกมาพักผ่อนหย่อนใจได้ ออกมาศึกษาหรือชมประวัติศาสตร์ได้ การปิด พื้นที่โดยที่ไม่ให้เข้าใช้แล้วก็มีเหตุผลในเรื่องของทางกรมศิลปากรหรือแม้แต่เรื่องของ งบประมาณนะครับ ผมคิดว่าตรงนี้ถ้าเป็นไปได้ผมเรียนถามไปทางท่านรัฐมนตรีเลยครับว่า เราควรจะมานั่งเปิดโต๊ะคุยกันเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นทางมหาดไทยซึ่งขึ้นกับกรมส่งเสริม การปกครองส่วนท้องถิ่น กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กรมศิลปากรมาคุยกันและหาทางออกว่า โอเคเราจะดำเนินการอย่างไรครับ ผมคิดว่าชาวบ้านเขาต้องการคำตอบแค่ว่าจะเปิดได้ไหม แล้วจะเปิดเมื่อไร จะเปิดแบบไหน เปิดแบบถาวร เปิดแบบเอาเอกชนเข้าไปร่วมด้วยหรือว่า หาภาคีเครือข่ายในการทำให้พื้นที่โบราณสถานแห่งนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งนะครับ อย่างที่ผมยกตัวอย่างในเรื่องของ Projection Mapping หรือว่าเรื่องอื่น ๆ นะครับ เรื่องของ ความปลอดภัยก็เป็นส่วนหนึ่งครับว่าจริงครับปัญหาของป้อมแผลงไฟฟ้า การถูกปล่อยปละ ละเลยหรือทิ้งร้างแบบนี้มันย่อมส่งผลเรื่องของความปลอดภัยอยู่แล้วครับ ถ้าสมมุติว่าเรา บริหารจัดการได้อย่างดีแล้วก็มีการดูแลอย่างสม่ำเสมอ มีมาตรการที่มีการตรวจสอบเรื่อง ของความปลอดภัยตลอดเวลา ผมคิดว่าโบราณสถานที่อื่นก็มีการดูแลรักษาอยู่ตลอดเวลา แต่การที่เราให้เหตุผลครับว่าโอเคเรื่องนี้เป็นเรื่องของความปลอดภัยดังนั้นเราจึงปิด ผมคิดว่า มันเป็นเรื่องผิดฝาผิดตัวไปสักนิดหนึ่ง การแก้ปัญหาที่ดีสำหรับผมก็คือเรื่องของการเข้าไป ดูแลการบริหารจัดการเพื่อให้เกิดการสร้างสรรค์อย่างยั่งยืนของพื้นที่โบราณสถานแห่งนี้ และเนื่องจากการบริหารจัดการพื้นที่ที่ผมคิดว่ายังไม่มีแนวทางหรือมาตรการที่ชัดเจน ในการบริหารงานก็ส่งผลให้เกิดปัญหาในการใช้พื้นที่นี้ ท่านยังพูดอยู่เลยครับว่าทางกรม ศิลปากรก็บอกเองครับว่าปัญหาเรื่องของที่นี่คือปัญหาเรื่องที่ว่าถูกขึ้นทะเบียนเป็น โบราณสถานการซ่อมแซมปรับปรุงก็จะต้องไปอยู่กับกรมศิลปากรซึ่งไม่ได้มีงบประมาณครับ ดังนั้นอาจจะต้องเรียนปรึกษากันครับว่าจะทำอย่างไร แต่ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย ก็คือการดูแลพื้นที่โดยรอบพื้นที่โบราณสถานที่ขึ้นทะเบียน อาจจะเป็นส่วนของกำแพง ส่วนของอาคาร หรือส่วนปืน แต่ว่าพื้นที่การดูแลภูมิทัศน์ให้สามารถเข้าไปเป็นพื้นที่ สาธารณะสำหรับทุกคนผมคิดว่าตรงนี้เป็นเรื่องที่อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีช่วยผมสักนิดหนึ่ง ผมใช้คำว่าขอร้องแล้วกันครับ ถือว่าพูดแทนประชาชนในพื้นที่ ผมว่าวันนี้คนพระประแดง รอฟังจากท่านเลยครับว่าเราจะได้โบราณสถานแห่งนี้กลับคืนมาเป็นของประชาชนเมื่อไร ส่วนเรื่องของการกระทำการผิดกฎหมายในพื้นที่ อย่างเช่น การมั่วสุม ซึ่งผมคิดว่าหลายท่าน ก็มีความกังวลใจเรื่องของการมั่วสุมในพื้นที่ ถ้าหากว่าเรามีกลไกการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ หรือการออกกฎเกณฑ์ที่มีประสิทธิภาพทำให้พื้นที่นี้อาจจะใช้งานได้อย่างเต็มที่ เต็มศักยภาพ ก็อาจจะเป็นแนวทางอีกแนวทางหนึ่งที่อาจจะฝากท่านนะครับ เพราะว่าอย่างที่ท่านเรียน อีกครั้งนะครับ ความล่าช้าในการบูรณะพื้นที่ที่บอกว่าถูกสั่งปิด ปัจจุบันผมก็ยังไม่เห็นว่ามันมี การบูรณะอะไรที่มันนอกเหนือไปจากเดิมนอกจากการดูแลพื้นที่ในแง่ของการทำภูมิทัศน์ให้ มันดูน่าสนใจหรือดีขึ้นแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำอยู่ทุกวันตลอดเวลา ก็จะมีแค่เฉพาะช่วงเทศกาล เท่านั้น ดังนั้นตอนนี้เราก็ยังไม่เห็นแผนงานเร่งด่วนหรือว่าการจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสม ซึ่งทำให้การฟื้นฟูล่าช้า ส่งผลกระทบต่ออะไรบ้างครับท่าน ๑. การอนุรักษ์มรดกทาง วัฒนธรรม ซึ่งการปล่อยปละละเลยก็จะทำให้ประชาชนขาดโอกาสในการเรียนรู้มรดกทาง วัฒนธรรม สูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ ถ้าพื้นที่ได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิง วัฒนธรรมอย่างรวดเร็ว บางกระเจ้าอยู่ใกล้ ๆ กันครับนักท่องเที่ยวมาเยอะมากอยู่แล้ว การที่ มีนักท่องเที่ยวได้เพิ่มเติมเข้ามา มาเที่ยวโบราณสถานแห่งนี้ก็จะช่วยให้ประชาชนได้รับ อานิสงส์ทางเศรษฐกิจไปด้วย แล้วประชาชนในพื้นที่ก็มองว่าความสามารถในการดูแล ทรัพย์สินสาธารณะก็ควรจะเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่จะต้องบูรณาการกัน ในฐานะที่เป็น สส. ก็ฝากถามไปแทนท้องถิ่นด้วยนะครับ ซึ่งกรณีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขาดงบประมาณ แล้วก็บุคลากรในการดูแลพื้นที่สาธารณะก็จะทำอย่างไรที่จะทำให้เกิดการ เขาเรียกอะไรนะ เกิดการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน กระทรวงมหาดไทยมีบทบาทสำคัญในการเป็นตัวกลางที่จะ แก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นทั้งทรัพยากร บุคลากร การกำกับดูแล เพื่อไม่ให้เกิดปัญหานี้ขึ้น ผมขอถามเป็นคำถามสุดท้ายเลยแล้วกัน ถามตรง ๆ นะครับ อยากให้ท่านตอบมาแบบตรง ๆ เลยก็ได้นะครับ ทางรัฐบาล ทางท่านรัฐมนตรีจะมีแผนงานอย่างไร ผมต้องการแผนงาน จบกระทู้ถามนี้ผมอยากได้แผนงานในการบูรณะพื้นที่แห่งนี้ เพราะว่าตอนนี้ปัญหาเราไม่เห็น แผนงานเลยว่าสรุปจะซ่อมเมื่อไร จะซ่อมอย่างไร จะไปแบบไหนต่อ กรมศิลปากรจะเอา อย่างไร ท่านอธิบดีกรมศิลปากรท่านก็บอกว่ามันก็ขึ้นอยู่กับทางเทศบาล งบประมาณก็ไม่มี สุดท้ายมันคาราคาซังแบบนี้ ผมคิดว่าถ้ากลับมาได้เป็นผลงานของท่านแน่นอน ผมคิดว่า ชาวบ้านพระประแดงรอรับท่านทรงศักดิ์ ทองศรี อยากให้ท่านเดินทางมาเยือน เดินไปกับผม ด้วยกัน ไม่ต้องแจ้งอำเภอ ไม่ต้องแจ้งเทศบาล แอบมาเดินกับผมอยู่ ๒ คนครับ เดี๋ยวผมพา ไปกินกาแฟ แต่ช่วงนี้เลี้ยงไม่ได้นะครับพอดีกำลังจะเลือกตั้ง อบจ. ก็อยากให้ท่านแวะมา เยี่ยมเยือน แล้วนอกจากเรื่องของแผนงาน การจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมเพื่ออนุรักษ์ ประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตท้องถิ่นตามที่ประชาชนและนักอนุรักษ์จะทำอย่างไรที่จะทำให้เกิด แผนงานแล้วก็การจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรม ผมคิดว่าถ้าจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมได้พระประแดงยัง ไม่เห็นศูนย์วัฒนธรรมเมืองอะไรที่บอกเล่าประวัติศาสตร์เลยนะครับ รัฐบาลจะมีแนวทาง อย่างไรหรืองบประมาณในการสนับสนุนเพิ่มเติมอย่างไรที่เพียงพอต่อการดูแลพื้นที่ ประวัติศาสตร์ แล้วก็จะดำเนินการอย่างไรเพื่อให้อุทยานประวัติศาสตร์ป้อมแผลงไฟฟ้า สามารถกลับมาเปิดให้ประชาชนได้เข้าใช้อีกครั้งหนึ่ง คำว่าเปิดใช้คือเปิดใช้อย่างถาวร ไม่ใช่ เปิดใช้เป็นแค่เฉพาะเทศกาลนะครับ แล้วก็จะทำอย่างไรเพื่อที่จะทำให้ป้องกันการมั่วสุม หรือการกระทำผิดจะจัดระเบียบอย่างไร ก็ขอฟังสักนิดหนึ่งครับว่าถ้าหากยื้อเวลาปล่อยให้ พื้นที่รกร้างปล่อยไปแบบนี้คุณค่าโบราณสถานก็จะหายไป ยิ่งช่วงนี้น้ำขึ้นน้ำเค็มน้ำรุกเข้าใส่ ปริมาณเกลือหรือปริมาณความชื้นมันก็ทำลายโบราณสถานไปทุกวันนะครับ ล่าสุดผมทราบว่า โบราณสถานโดยเฉพาะพระพุทธรูปหลายแห่งที่อยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณตั้งแต่ พระสมุทรเจดีย์ยาวมาพระประแดงก็เจอเกลือกัดกร่อน ก็อยากจะฝากท่านไว้สักนิดหนึ่ง ขอแนวทางที่ชัดเจนว่าทำอย่างไร และถ้าสมมุติท่านว่างหลังจากนี้ไปเดินด้วยกันกับผมแล้วก็ เรามาประชุมกันหาแนวทางครับ ขอบคุณครับ