สรพัช ศรีปราชญ์ อภิปรายปัญหาการควบคุมงานก่อสร้างที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน โดยชี้ให้เห็นว่าขั้นตอนการขออนุญาตขาดวิศวกรควบคุมจริง มีการก่อสร้างผิดแบบ และปล่อยให้ช่างทำงานเองโดยไร้ผู้ดูแล สรพัช ศรีปราชญ์ ระบุปัญหาการลดต้นทุนก่อสร้างที่ละเลยหลักวิศวกรรม โดยเฉพาะการเทคอนกรีตก่อนครบอายุและขาดการทดสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็ม ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของโครงสร้างอาคาร สรพัช ศรีปราชญ์ อภิปรายปัญหาวิศวกรควบคุมงานที่ไม่ได้มาตรฐานและก่อสร้างผิดแบบ พร้อมเตือนภัยอันตรายจากการใช้วัสดุไม่ปลอดภัยและการเดินท่อร้อยสายไฟที่ผิดพลาดซึ่งอาจนำไปสู่ไฟฟ้าลัดวงจร สรพัช ศรีปราชญ์ อภิปรายปัญหาอันตรายจากการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น กระเบื้องระเบิดและฝ้าเพดานรั่วซึม พร้อมเรียกร้องให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้าง
เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม สรพัช ศรีปราชญ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรีจากพรรคประชาชน ท่านประธานครับ วันนี้ผมขออภิปรายในปัญหาระหว่างงานก่อสร้างที่ทำให้การควบคุมงานก่อสร้างไม่ได้เป็นไป ตามมาตรฐาน
ขอเริ่มที่ประเด็นแรกเลยนะครับ อย่างที่เรารู้กันอยู่แล้วว่าการก่อสร้างจะต้อง มีการยื่นขออนุญาตก่อสร้างก่อน แต่ปัญหาคืออะไรครับ ปัญหาก็คือการยื่นขออนุญาต ก่อสร้างนั้นเป็นเพียงขั้นตอนทางธุรการเท่านั้น เพราะว่าในขั้นตอนนี้เราจะต้องมีวิศวกรที่มา เซ็นควบคุมงาน แต่ตอนนี้ผมขอท้าให้ดูเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นโครงการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ภาครัฐหรือเอกชน ท่านลองไปที่ตอนนี้เลยว่ามีวิศวกรที่เซ็นควบคุมงานอยู่หรือไม่นะครับ ผมรับประกันได้เลยว่าเกินครึ่งไม่มี อีกประเด็นหนึ่งนอกจากไม่มีวิศวกรที่ควบคุมงานอยู่แล้ว บางโครงการปล่อยให้ช่างทำงานกันเอง ไร้ผู้ควบคุมงาน ซึ่งช่างก็ทำกันไปตามอำเภอใจและ ไม่ได้ตรงตามหลักวิศวกรรม อีกปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นจากขั้นตอนนี้ก็คือการก่อสร้างที่ไม่ตรง กับแบบที่ขออนุญาตไป แบบที่ขออนุญาตก่อสร้างอย่างหนึ่ง แบบที่ไปก่อสร้างก็อีกแบบหนึ่ง ซึ่งมันก็มีให้เห็นอยู่เป็นจำนวนมาก
ประเด็นที่ ๒ ก็คือการที่เจ้าของงานหรือผู้รับเหมาต่าง ๆ ต้องการลดต้นทุน ในการก่อสร้างให้ใช้เงินในการก่อสร้างน้อยที่สุด แต่การลดต้นทุนจะต้องคำนึงถึงหลักทาง วิศวกรรมด้วย ว่าการลดต้นทุนนั้นต้องไม่ใช่การเร่งงานหรือการก่อสร้างที่ผิดจากแบบไป จะพบเห็นบ่อย ๆ นั้นคืออะไรครับ การเทคอนกรีตที่มันจะต้องอาศัยให้มันครบอายุก่อนถึง จะทำงานในขั้นตอนต่อไปได้ แต่ก็ทำงานกันเลย เทวันนี้ พรุ่งนี้ทำงานต่อ คอนกรีตยังไม่ทัน ได้รับกำลังก็ทำงานกันไปแล้ว ท่านประธานครับ หัวใจหลักของงานก่อสร้างอาคารนั้นก็คือ งานโครงสร้าง หัวใจหลักของงานโครงสร้างนั้นก็คืองานโครงสร้าง ซึ่งประกอบไปด้วย พื้น คาน เสา และฐานราก หลัก ๆ จะมี ๔ ตัวนี้ โครงสร้างที่แข็งแรง ต้องเริ่มจากฐานรากที่มั่นคง ฐานรากนั้นก็คือโครงสร้างชั้นล่างสุดของอาคารที่อยู่ใต้ดิน ทำหน้าที่รับน้ำหนักทั้งหมดของอาคารที่ถ่ายลงมาผ่านคาน ผ่านเสา ผ่านฐานรากแล้วลงสู่ พื้นดิน ซึ่งฐานรากก็มีอยู่หลายชนิด หลายประเภทให้เลือกใช้กัน แต่ที่น่าตกใจนั้นก็คืออะไร การก่อสร้างในบางโครงการที่มีการตอกเสาเข็มรองรับฐานรากไม่มีการทดสอบความสมบูรณ์ ของเสาเข็ม ซึ่งไม่ทำให้รู้เลยว่าการที่ตอกเสาเข็มลงไปข้างล่างที่อยู่ใต้ดินนั้น เสาเข็มมีความ สมบูรณ์หรือไม่ เสาเข็มแตกหักหรือไม่ นี่ก็คือตัวอย่างที่อันตรายมาก ๆ ซึ่งมันมีมากมาย ซึ่งมีเวลาจำกัดก็คงจะอธิบายได้ไม่ครบทั้งหมด
ประเด็นที่ ๓ ก็คือการเอาใจใส่ในงานของตัววิศวกรควบคุมงานเองนะครับ ต้องยอมรับกันอย่างตรงไปตรงมาว่าการทำงานเป็นวิศวกรในฝ่ายควบคุมงานนั้นก็ใช้ พลังงานเยอะ เพราะต้องทนอยู่กับแดดร้อน ๆ และยังต้องมีทักษะที่จะสั่งงานทีมงานได้ด้วย ซึ่งการเป็นวิศวกรควบคุมงานที่ได้รับการยอมรับนั้นเป็นเรื่องที่ยาก ปัจจุบันต้องยอมรับกัน อย่างตรงไปตรงมาว่าวิศวกรควบคุมงานหลายคนที่ยังอ่านแบบไม่ได้ ทำให้เกิดความผิดพลาด ในการทำงาน ทำให้การก่อสร้างผิดจากแบบไป เรื่องนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่จำเป็นที่จะต้องมี การแก้ไข ท่านประธานก่อนที่ผมจะจบการอภิปรายในช่วงนี้หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามคอนโดมิเนียมเริ่มหาที่อยู่อาศัยใหม่ ซึ่งอาจจะสนใจไปซื้อบ้านกัน เป็นจำนวนมาก วันนี้ผมเอาตัวอย่างภัยใกล้ตัวที่เกิดขึ้นจากการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน มาเตือนภัยแก่ท่านประธานผ่านไปยังพี่น้องประชาชนครับ
ขอรูปที่ ๑ ครับ รูปแรกรูปนี้ตรวจสอบโดยการบิน Drone ขึ้นไป นั่นก็คือ กระเบื้องหลังคาของพ่อแม่พี่น้องประชาชนนั่นเอง ก็จะเห็นว่ายังมีกระเบื้องที่แตกอยู่ ซึ่งมันรอวันหล่นลงมา ซึ่งถ้าเผื่อว่าเราลงไปหรือว่าเดินผ่านไปผ่านมามันจะตกใส่หัวของเรา เมื่อไรก็ไม่รู้ อันนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่อันตรายมาก ๆ
ขอรูปถัดไป รูปถัดไปนี้คือการไม่เดินท่อร้อยสายไฟ พ่อแม่พี่น้องลองปีน ขึ้นไปเปิดฝ้าดูว่าข้างบนสายไฟของท่านเดินท่อร้อยสายหรือไม่ เพราะอะไรผมถึงต้องบอก แบบนี้ว่ามันอันตรายมาก ๆ เพราะว่าสายไฟมันจะมีฉนวนหุ้มอยู่ซึ่งภายในมันคือทองแดง ถ้าเกิดว่ามีหนูไปกัดแล้วทองแดงมันมาแตะที่โครงฝ้าได้ ซึ่งมันจะทำให้ไฟฟ้าสามารถลัดวงจร ไฟไหม้บ้านได้ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่อันตรายมาก ๆ
ข้อคลิปที่ ๑ ครับ นี่ก็คือการตรวจสอบกระเบื้องว่ากระเบื้องปูเต็มหรือไม่ ตอนนี้ก็เป็นการตรวจสอบเสียง ถ้าเสียงมันออกโป่ง ๆ แสดงว่ากระเบื้องมันร่อน แล้วถ้าเรา ปล่อยให้มันผ่านโดยไม่มีการแก้ไขจะเกิดอะไรขึ้นครับ
ขอรูปถัดไปครับ ถ้าเผื่อว่าปล่อยให้กระเบื้องมันร่อนออกไปมันก็จะเกิดการ กระเบื้องระเบิด อยู่บ้านอยู่ดี ๆ วันดีคืนดีเดินลงมากระเบื้องอยู่ดี ๆ ก็ผุดระเบิดขึ้นมา อาจจะเดินสะดุดหรือทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเพิ่มไปอีก
ขอรูปสุดท้ายครับ รูปนี้คืออะไร ถ้ามองจากรูปทางด้านซ้ายก็จะเห็นฝ้าปกติ ก็คือฝ้าเพดานปกติ แต่เมื่อเอา Infrared ส่องเข้าไปเห็นอะไร เห็นคาบน้ำที่ซึมลงมา การทดสอบนี้คือการทดสอบการทำกันซึมที่ห้องน้ำชั้น ๒ คือการขังน้ำทิ้งไว้ว่าน้ำมันจะรั่วซึม ลงมาที่ฝ้าเพดานชั้น ๑ หรือไม่ ซึ่งถ้าเผื่อว่ามันซึมลงมาเรื่อย ๆ มันก็จะเกิดว่าฝ้ามันอมน้ำ สุดท้ายแล้วมันก็พังลงมาสู่ตัวของพ่อแม่พี่น้องที่ใช้ชีวิตอยู่ทางด้านนั้นเอง
ขอคลิปสุดท้ายครับ จากรูปก็จะเห็นได้เลยว่ามันไม่ได้รั่วมาจากท่อ ซึ่งก่อน การปูกระเบื้องทุกครั้งตามมาตรฐานงานก่อสร้างที่ดีแล้วจะต้องมีการขังน้ำทิ้งไว้ก่อนเพื่อดูว่า มันมีน้ำที่รั่วซึมลงมาที่ฝ้าหรือไม่ ซึ่งอันนี้ไม่สามารถที่จะปล่อยผ่านได้ นี่ก็คือตัวอย่างคร่าว ๆ ก็คืออันตรายใกล้ตัวที่เกิดจากการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน
สุดท้ายนี้ปัญหาที่ผมได้อภิปรายไปข้างต้นไม่ใช่ปัญหาใหม่ แต่เป็นปัญหา ที่เกิดขึ้นมานานจนถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะทุกการใช้วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน เปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่รอเวลาระเบิด ทุกการก่อสร้างที่ผิดพลาดนั่นคือความอันตรายต่อ ชีวิตและทรัพย์สิน แล้วถ้าหากเรายังไม่คิดแก้ไขปัญหานี้จะถูกขยายเป็นวงกว้างจนกระทบต่อ ประชาชนจำนวนมาก จากเหตุผลที่ผมได้อภิปรายมาทั้งหมดนี้ ผมจึงขอสนับสนุนให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อมายกระดับมาตรฐานงานก่อสร้างให้แก่ประเทศของเราได้มี มาตรฐานงานก่อสร้างที่ดีขึ้นกว่านี้ ขอบคุณครับ