ธิษะณา ชุณหะวัณ เสนอมาตรการความปลอดภัยอาคารในเมืองใหญ่โดยเน้นเทคโนโลยีต้านแผ่นดินไหวและแผนรับมือภัยพิบัติ โดยอธิบาย 5 ระบบป้องกัน ได้แก่ Damping System, Flexible Design และ Structure Monitoring พร้อมทั้งนำเสนอแผนการเยียวยาฟื้นฟูที่ครอบคลุม ธิษะณา ชุณหะวัณ แนะนำการใช้เทคโนโลยีตรวจสอบโครงสร้างแบบไม่ทำลายชิ้นงาน (NDT) เพื่อประเมินความเสียหายอย่างแม่นยำ และเรียกร้องให้จัดซื้ออุปกรณ์ความปลอดภัยที่จำเป็นต่อประชาชนแทนการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง กรุงเทพมหานคร เขต ๒ หรือเขตปทุมวัน สาธร และราชเทวี พรรคประชาชนค่ะ ก่อนอื่นดิฉันขอสไลด์ด้วยค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
อันนี้จริง ๆ แล้วมันเป็น ญัตติแผ่นดินไหว แต่ว่าวันนี้ดิฉันมาพูดเรื่องมาตรการก่อสร้าง มาตรการความปลอดภัย ก็ได้ปรับเปลี่ยนเนื้อหาเล็กน้อย แล้วก็อาจจะข้ามบางสไลด์ไป เรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ รวมถึงพี่น้อง ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ เนื่องจากในพื้นที่ของดิฉันอยู่ใจกลางเมือง มีอาคารตึกสูงเป็นจำนวนมาก แล้วก็ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก หลังจากที่ดิฉันและ ทีมงานได้ลงพื้นที่สำรวจตึกอาคารที่พักอาศัย พูดคุยกับพี่น้องประชาชนหลังจากเกิด เหตุการณ์แผ่นดินไหว ดิฉันมีข้อห่วงใยอยู่ประเด็นหลัก ๆ ๑. คือมาตรฐานการก่อสร้าง ๒. คือการเตรียมพร้อมเผชิญภัยพิบัติ ๓. แผนการรับมือหลังจากเกิดเหตุ อย่างเช่น มาตรการ เยียวยาค่ะ
ขอสไลด์แผ่นที่ ๒ ค่ะ ในส่วนของการก่อสร้างดิฉันอยากให้ภาครัฐสนับสนุน ให้มีการนำเทคโนโลยีในการต้านแผ่นดินไหวสำหรับการก่อสร้างมาใช้ให้มากขึ้นเพื่อลด ผลกระทบจากแผ่นดินไหว และเพิ่มความปลอดภัยให้กับอาคารซึ่งเทคโนโลยีที่นิยมใช้ใน ประเทศญี่ปุ่นหรือว่าในหลาย ๆ ประเทศที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง ๑. ก็คือระบบการรองรับ สั่นสะเทือนที่เรียกว่า Seismic Isolation เป็นการใช้แผ่นยางหรือวัสดุที่มีความยืดหยุ่น รองรับระหว่างฐานอาคารกับโครงสร้างหลัก ช่วยกันลดถ่ายท่อแรงสั่นสะเทือนจากพื้นดิน ไปยังตัวอาคารค่ะ
ภาพที่ ๒ ที่ท่านเห็นในสไลด์ก็คือการเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างหรือที่ เรียกว่า Reinforced Concrete or Steel เป็นการใช้วัสดุก่อสร้างที่มีความแข็งแรงสูง เช่น คอนกรีตเสริมเหล็กหรือโครงสร้างเหล็ก เพื่อเพิ่มความทนทานต่อแรงกระแทกแล้วก็การ สั่นสะเทือนค่ะ
รูปที่ ๓ ระบบการป้องกันแรงสั่นสะเทือนภายใน หรือที่เขาเรียกว่า Damping System คือการใช้ระบบการสั่นสะเทือนหรือการติดตั้งมวลหนัก ที่เรียกว่า Tuned Mass Damper หรือสปริงยืดหยุ่น คล้าย ๆ กับ Chock มอเตอร์ไซค์ ในบางจุดของ อาคารเพื่อดูดซับและกระจายพลังงานจากการสั่นสะเทือน ลดความเสียหายที่เกิดจาก แผ่นดินไหวค่ะ ๔. คือการออกแบบที่ยืดหยุ่น หรือที่เรียกว่า Flexible Design โดยการ ออกแบบอาคารให้มีความยืดหยุ่นสามารถเคลื่อนได้แค่บางส่วน ใช้โครงสร้างที่สามารถ เคลื่อนไหวได้เล็กน้อยเพื่อลดแรงกระแทก ท่านนึกออกไหมคะ มันจะสั่น ๆ อย่างนี้ตอนที่ แผ่นดินไหว และ ๕. การตรวจสอบการซ่อมแซมโครงสร้างที่เรียกว่า Structure Monitoring and Maintenance ดิฉันติดตั้ง Sensor เพื่อตรวจจับการเคลื่อนไหวเทคโนโลยีใหม่มาก และการเปลี่ยนแปลงของอาคาร เช่น Sensor วัดการสั่นสะเทือน แรงสั่นสะเทือน เพื่อให้ สามารถทำการตรวจสอบซ่อมแซมโครงสร้างอาคารได้อย่างทันท่วงทีค่ะ
สไลด์ที่ ๔ คือแผนการรับมือภัยพิบัติมาตรการเยียวยาฟื้นฟูทั้งทางจิตใจ ทรัพย์สิน และผู้ได้รับผลกระทบทางตรงและทางอ้อม ทุกท่านค่ะหลังจากเกิดแผ่นดินไหว เป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญอย่างยิ่งต่อระบบจัดการภัยพิบัติ มีมาตรการแผนการรับมือที่มี ประสิทธิภาพ มาตรการเยียวยา และการฟื้นฟูที่เป็นธรรม ที่ครอบคลุมและทันท่วงที บรรเทา ความเดือดร้อนจากความเสียหายของโครงสร้างอาคารทั้งโดยตรงและทางอ้อม เนื่องจาก ในพื้นที่ที่ดิฉันรับผิดชอบที่ดิฉันบอกไป แผ่นดินไหวครั้งล่าสุดนี้มันไม่ใช่การเตือน เนื่องจากว่า พื้นที่ที่ดิฉันได้รับผิดชอบเป็นพื้นที่ใจกลางเมืองนะคะ แผ่นดินไหวครั้งล่าสุดนี้ไม่ใช่แค่ สัญญาณเตือน แต่เป็นการตบหน้าการจัดการระบบภัยพิบัติที่ล้มเหลว ณ วันนั้นผู้คนต้อง ออกมาจากอาคารแตกตื่นกันหมด ออกมาจากธนาคารกสิกรไทยแถวบ้านดิฉันต้องทำ อะไรต่อ ต้องไปอยู่ตรงไหน โกลาหล งงงวย ไม่รู้ต้องทำอย่างไรเกิดขึ้นตามท้องถนนเต็ม ไปหมด กินเวลาหลายชั่วโมง รถติดชะงัก ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้สำคัญมากที่เราต้องเริ่มคุยกัน อย่างจริงจังเรื่องแผนการรับมือภัยพิบัติค่ะ
ประการแรก การประเมินความเสียหายอย่างรวดเร็วและแม่นยำเป็นสิ่ง สำคัญเพื่อให้ทราบถึงขอบเขตความเสียหายของอาคารที่จะนำไปสู่การจัดสรรทรัพยากร และความช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสม ควรมีเครื่องมือ อย่างเครื่องมือที่โชว์อยู่ในนี้คือ เครื่องมืออุปกรณ์ในการตรวจสอบโครงสร้างของอาคารในมาตรฐานการก่อสร้าง หลังเผชิญ เหตุภัยพิบัติ เครื่องวัดและตรวจสอบรอยร้าว เหมือนกับเครื่องเอกซ์เรย์ดูเห็นหมดเลยนะคะ มีแตกตรงไหน ร้าวตรงไหน ไม่ใช่ว่าดูจากมือ ทุกวันนี้วิศวกรต้องเอามือเคาะเอา คือเขาไม่มี เครื่องตรวจสอบที่เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ อันนี้มาจากการที่เราปรึกษากับวิศวกรที่เป็น อาสาสมัครสภาวิศวกร เป็นเครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบและวิเคราะห์ความบกพร่องโดยไม่ ทำลายชิ้นงานหรือที่เรียกว่า Non-Destructive Testing หรือ NDT โดยทั่วไปแล้วเครื่องมือนี้ ใช้หลักการ อาทิเช่น ที่คาดเดาไม่ได้ในอนาคต โดยอุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ สามารถประเมินความปลอดภัยของอาคารได้อย่างสมบูรณ์ เพราะทุกวันนี้ลูกบ้านตาม คอนโดมิเนียมอาคารสูงไม่กล้าเข้าไปอยู่อาศัยหลังจากเกิดแผ่นดินไหว เพราะไม่มีอุปกรณ์ ที่สามารถบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่ามีความเสียหายมากเพียงใดของภายในตัวอาคารและ วิศวกรก็ไม่มีใครที่จะกล้าเซ็นรับรองด้วย เพราะกลัวว่าเซ็นแล้วถ้าเกิดเสียหายขึ้นมา จะโดนฟ้อง เป็นการป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดซ้ำ ท่านประธานคะ เราสามารถซื้อเรือ ดำน้ำได้ เราอยากซื้อเครื่องบินรบที่ทันสมัยอันดับต้น ๆ อย่าง F-35 ถึงจะมาไม่ได้เพราะ อย่างไรเขาก็ไม่ขายให้ ดิฉันไม่อยากให้เป็นคำพูดที่ว่าเราซื้อเรือดำน้ำได้ เราซื้อเครื่องบินรบได้ แต่เราซื้อความปลอดภัยใกล้ตัวให้กับประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉินแบบนี้ไม่ได้ ซึ่งดิฉัน คิดว่าอุปกรณ์เหล่านี้หากไม่เหลือบ่ากว่าแรงสถานการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมาประชาชน เป็นผู้ตอบได้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่จำเป็นหรือไม่ เพื่อความปลอดภัยต่อสภาพอาคารในอนาคต และประชาชนทุกคนที่ต้องใช้อาคาร ขอบพระคุณค่ะ