ทรงศักดิ์ ทองศรี ตอบกระทู้ถามติดตามความคืบหน้าการพัฒนาบึงกระจับ ตำบลหนองกบ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี โดยชี้แจงรายละเอียดการพัฒนาพื้นที่และงบประมาณสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พร้อมหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องการให้บึงกระจับเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มา ตอบกระทู้ถามท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครวมไทยสร้างชาติ เขตเลือกตั้งที่ ๔ จังหวัดราชบุรี ท่านได้กรุณาถามติดตามความคืบหน้าของการพัฒนาบึงกระจับ ตำบล หนองกบ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี
เรื่องนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะครับ ก็คงเป็นเรื่องที่สืบเนื่อง มาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๓ จากที่ทางจังหวัดรายงานมานะครับว่ามีปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนเรื่องของความต้องการให้หน่วยงานพัฒนาพื้นที่บึงกระจับสามารถเป็นแหล่ง ท่องเที่ยว ดึงดูดนักท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจโดยภาพรวมให้แก่จังหวัดราชบุรีตามที่ ท่านสมาชิกได้พูดถึงนะครับ โดยจากการสำรวจพื้นที่และหลักฐานการออกเอกสารราชการ หนังสือสำคัญที่หลวงเลขที่ ๑๙๕๕/๒๕๐๘ ปรากฏว่าบึงกระจับตั้งอยู่ในพื้นที่ของอำเภอ บ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ลักษณะเป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ มีพื้นที่ประมาณ ๒๑๕ ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ ๒ ตำบล ตำบลหนองกบ แล้วก็ตำบลหนองอ้อ แล้วก็อยู่ในความดูแลของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน ๓ แห่งด้วยกันตามที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเทศบาลตำบลกระจับ มีพื้นที่อยู่ในบึงกระจับ ๒๐ ไร่ แล้วก็องค์การบริหารส่วน ตำบลหนองกบก็มีพื้นที่ประมาณ ๑๓๕ ไร่ และองค์การบริหารส่วนตำบลหนองอ้อนี้ก็ ๖๐ ไร่นะครับ แล้วพื้นที่ดังกล่าวนี้ก็ทราบว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนี้ได้ขออนุญาตพื้นที่ จากจังหวัดเป็นที่เรียบร้อยในการพัฒนา เรื่องดังกล่าวมีการประชุมร่วมกันที่บอกว่า เป็นข้อตกลงร่วมกันที่เรียกว่าเป็น MOU เพื่อการพัฒนานี้ ก็มีทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล อบต. ๒ แห่ง แล้วก็อำเภอบ้านโป่ง มีการประชุมทำข้อตกลงร่วมกันในการ จัดบริการสาธารณะเพื่อการพัฒนาบึงกระจับ โดยมีวัตถุประสงค์อยู่ ๕ ประการด้วยกัน ที่ทราบนะครับ คือเป็นการพัฒนาให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เพื่อเป็นสถานที่ออกกำลัง กาย เพื่อเป็นที่ปฏิบัติธรรมพัฒนาจิตใจ เพื่อการจัดกิจกรรมนันทนาการและการกีฬาทางน้ำ เพื่อการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเพื่อเป็นศูนย์เทศกาลโครงการเฉลิมพระเกียรติเศรษฐกิจพอเพียง แล้วก็เพื่อเป็นพื้นที่ แก้มลิงรับน้ำในช่วงฤดูฝน แล้วก็เป็นแหล่งน้ำสำรองในการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งนะครับ อันนี้ ก็เป็นวัตถุประสงค์ที่มีการ MOU เพื่อการพัฒนาพื้นที่บึงกระจับ ซึ่งผมได้มีโอกาสได้ดูภาพ จริงนะครับ ก็เป็นภาพที่ถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อพี่น้องชาวอำเภอบ้านโป่งแล้วก็ คนราชบุรีนะครับ ถ้าเราสามารถพัฒนาเพื่อการท่องเที่ยวได้ก็จะเป็นประโยชน์กับการกระตุ้น เศรษฐกิจแล้วก็พี่น้องประชาชนโดยภาพรวม ที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทยเองโดย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้สนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ภายใต้ชื่อโครงการเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ เงินอุดหนุนสำหรับสนับสนุนการ ก่อสร้าง ซ่อมแซม บำรุงรักษา พัฒนาท่องเที่ยวนะครับ มีรายการติดตั้งไฟส่องสว่างแบบ โซลาร์เซลล์บริเวณบึงกระจับ ที่หมู่ที่ ๑๑ จำนวน ๑๒๐ ต้น แต่ละต้นห่างกันประมาณ ๒๐ เมตรรอบบึงกระจับ โดยเป็นเงินอุดหนุนที่เทศบาลตำบลกระจับขอไปนะครับ ขอผ่าน จังหวัดและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก็จัดสรรไปเรียบร้อย จำนวนเงินทั้งสิ้น ๕,๓๔๕,๐๐๐ บาท ซึ่งโครงการดังกล่าวนี้ก็ดำเนินการไปด้วยความเรียบร้อยและปัจจุบันก็อยู่ ในการดูแลรักษาของเทศบาลตำบลกระจับเป็นที่เรียบร้อย แล้วปัจจุบันก็มีประชาชน ไปพักผ่อน แต่ว่าโดยภาพรวมก็ต้องยอมรับนะครับว่างบประมาณซึ่งจะใช้ในการพัฒนาบึง กระจับนี้เพียง ๕ ล้านบาทเศษนี้ โดย อปท. ๓ อปท. ซึ่งตัวเลขของ อปท. แต่ละแห่งนี้ ผมดูตัวเลขรวมมีเงินงบประมาณรวมทั้งสิ้นแต่ละ อปท. ประมาณสัก ๕๐ กว่าล้านบาท แต่ว่าคิดเป็นเงินลงทุนจริง ๆ หักค่าใช้จ่ายประจำแล้วจะเหลือประมาณสัก ๔-๕ ล้านบาทเอง ซึ่งผมเข้าใจว่าเกินศักยภาพในการที่จะพัฒนาบึงกระจับซึ่งมันใหญ่ขนาดตั้ง ๒๐๐ กว่าไร่ เพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวนะครับ แล้วปัจจุบันก็มีความคืบหน้าอยู่นะครับ ความคืบหน้านี้ก็เกิดจากที่ผมได้เห็นว่าเป็นกระทู้ถามก็ได้เชิญหน่วยงาน ท่านนายก อปท. ทั้ง ๓ แห่งนี่ล่ะครับ ทางจังหวัดด้วยก็มาประชุมหารือกันที่กระทรวงมหาดไทยเมื่อวานนี้ครับ ก็ถือว่าเป็นงานเร่งด่วนนะครับ ก็ได้ทราบว่าทาง อปท. ทั้ง ๓ แห่งนี้ก็พยายามทำตามที่มี ข้อตกลง MOU ร่วมกันนะครับ ก็เลยจัดทำแผน ๕ ปี วางแผนร่วมกันว่าใน ๕ ปีนี้แต่ละ อปท. จะทำอะไรกันบ้าง โดยการกำหนดเรื่องของแผนงบประมาณ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๖-๒๕๗๐ ซึ่งประกอบไปด้วยโครงการก่อสร้างสนามกีฬากลางแจ้งและพื้นที่สันทนาการกลางแจ้ง บริเวณสวนสาธารณะบึงกระจับ อันนี้เขาบอกว่าเขาจะตั้งไว้ ๒๘ ล้านเศษนะครับ ๒. โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวบึงกระจับให้เป็น Landmark ภาคตะวันตก อันนี้ งบประมาณประมาณ ๑๐ ล้านบาท โครงการที่ ๓ เป็นโครงการพัฒนาพื้นที่บึงกระจับ ประกอบด้วยกิจการสำคัญ ได้แก่ ปรับปรุงถนนรอบบึง จัดให้มีช่องทางจักรยาน ก่อสร้าง ระเบียงทางน้ำ ก่อสร้างสะพานแขวน ก่อสร้างอาคารแสดงสินค้าหัตถกรรม ปรับปรุง ไฟส่องสว่าง อันนี้งบประมาณประมาณ ๑๙๕ ล้านบาท ก็เป็นแผนโครงการซึ่งแต่ละ อปท. ที่อยู่ในพื้นที่ครอบคลุมในบึงกระจับนี้เขาต้องร่วมไม้ร่วมมือกัน อันนี้เป็นเงื่อนไขข้อตกลงตาม MOU แต่ผมเรียนท่านประธานนะครับว่างบประมาณที่เขาเสนอขอมานี้ตามหลักการจริง ๆ ก็ต้องใช้เงินงบประมาณเป็นของตัวเอง เพราะเรียกว่าเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็น นิติบุคคล หลักการกระจายอำนาจก็ให้ท้องถิ่นโดยผู้บริหารท้องถิ่นสามารถบริหารการพัฒนา พื้นที่ตัวเอง แต่ผมเรียนท่านประธานนะครับว่าที่เรียนเบื้องต้นว่างบประมาณแต่ละ อปท. นี้ มันมีจำกัด แต่ว่าในหลักการแรก ๆ ก็คือว่าต้องใช้งบประมาณของตัวเองเป็นหลัก ถ้าไม่มีก็ ต้องไปขอที่ อปท. ที่ใหญ่ขึ้นไปอีกเป็นการอุดหนุน อย่างเช่น อบจ. นะครับ ถ้า อบจ. ไม่ให้ อปท. เหล่านี้ก็ต้องทำเรื่องอุดหนุนไปที่กระทรวงมหาดไทยแต่ว่าตรงนี้มีเทศบาลตำบลด้วย ซึ่งเทศบาลตำบลเองก็ต้องขอตรงไปที่สำนักงบประมาณ ส่วน ๒ อบต. ก็อาจจะขอผ่าน อุดหนุนมาที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งต้องมีแผนงานซึ่งวางแผนไว้แล้วคือ ๕ ปี ต้องลงระบบ ต้องมีรูปแบบรายการ ลงระบบโซลาร์เซลล์เรียบร้อย แล้วก็รองบประมาณ ในปีถัดไปอย่างนี้ครับ วันนี้งบประมาณปี ๒๕๖๘ นี้เราใช้ไปแล้วก็ต้องไปขอในปี ๒๕๖๙ เป็นการขอเงินอุดหนุนมาตามโครงการที่ขออนุมัติ ตัวเลขที่ขอมาทั้งหมดนี้ผมก็ได้พูด ในที่ประชุมเมื่อวานนี้เขาบอกว่าก็เห็นใจท้องถิ่นถ้าบอกว่าขอเงิน ๑๙๕ ล้านบาทเขาต้อง สมทบ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นเงิน ๑๙ ล้านบาท มันก็เกินวงเงินที่เขามี ผมว่าเขาคงจะขอ อุดหนุนไม่ได้หรอกครับ แล้วก็ส่วนที่เหลือก็เหมือนกันนะครับ เพราะมีเหลือเงินอยู่ในการ พัฒนาพื้นที่เพียง ๔-๕ ล้านบาทในการพัฒนาพื้นที่ จะเอามาใช้เฉพาะที่บึงกระจับที่เดียว ผมว่าเป็นเรื่องที่เห็นใจท้องถิ่นแล้วก็เห็นใจพี่น้องประชาชน อันนี้เป็นแนวทางเบื้องต้นก่อน นะครับที่ผมได้เรียนว่าหลักการของท้องถิ่นเองถ้าจะพัฒนาพื้นที่ของตัวเองก็ต้องใช้แนวทาง อย่างนี้นะครับ แต่ว่ายังมีแนวทางอื่นนะครับ เดี๋ยวผมขออนุญาตท่านสมาชิกท่านมีคำถามอื่น เพิ่มเติมอีกไหมครับ ผมจะได้ถือโอกาสหรือจะให้ผมตอบไปทีเดียวเลยนะครับ