เผ่าภูมิ โรจนสกุล เสนอร่างพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามและวัตถุประสงค์ โดยเพิ่มอำนาจคณะกรรมการในการออกสลากออมทรัพย์เพื่อการดำรงชีพในยามชราภาพ พร้อมทั้งหารือถึงปัญหาสังคมสูงวัยและการออมที่ไม่เพียงพอของประชาชน จึงเสนอแนวคิด "สลาก กอช." หรือ "หวยเกษียณ" ผ่านระบบดิจิทัลเพื่อใช้แรงจูงใจในการออม
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้เสนอร่างพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้พิจารณาตรวจร่างแล้วและให้ เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาต่อไป ผมขอกราบเรียนต่อสภาผู้แทนราษฎรถึง หลักการ เหตุผล ความจำเป็นของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๔ ดังต่อไปนี้
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๔ ดังต่อไปนี้
๑. เพิ่มบทนิยามคำว่า สลาก กอช. ผู้ออมทรัพย์ และคำว่า เงินออมทรัพย์ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓
๒. แก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ ทรัพย์สินและอำนาจกระทำกิจการของกองทุน การออมแห่งชาติเพื่อรองรับการออกและขายสลากออมทรัพย์เพื่อการดำรงชีพในยาม ชราภาพของกองทุนการออมแห่งชาติ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๕ วรรคสาม และเพิ่มเติม มาตรา ๗ (๒/๑) และมาตรา ๙ (๒/๑))
๓. เพิ่มอำนาจคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติในการกำหนดวิธี ขายสลากออมทรัพย์เพื่อการดำรงชีพในยามชราภาพ วิธีการชำระเงินเพื่อซื้อสลากออมทรัพย์เพื่อ การดำรงชีพในยามชราภาพ และวิธีการจ่ายเงินรางวัล (เพิ่มมาตรา ๒๐ (๑/๑))
๔. เพิ่มบทบัญญัติเพื่อรองรับการออกและขายสลากออมทรัพย์เพื่อการดำรง ชีพในยามชราภาพและสิทธิประโยชน์ของผู้ออมทรัพย์ เพิ่มหมวด ๓/๑ การออกและการขาย สลาก กอช. และสิทธิประโยชน์ของผู้ออมทรัพย์ มาตรา ๔๔/๑ ถึงมาตรา ๔๔/๑๔
๕. เพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับการเงินและการบัญชีของกองทุนการออมแห่งชาติ เพื่อรองรับการบริหารจัดการเงินที่ผู้ออมทรัพย์ซื้อสลากออมทรัพย์เพื่อการดำรงชีพ ในยามชราภาพและผลประโยชน์ของเงินดังกล่าว (เพิ่มมาตรา ๔๖ (๒/๑) และ ๒/๒ และ มาตรา ๔๙/๑ และแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔๖ (๓) และมาตรา ๕๐ (๑))
๖. แก้ไขเพิ่มเติมหน้าที่ของกองทุนการออมแห่งชาติในการแจ้งให้ผู้ออมทรัพย์ ทราบถึงยอดเงินที่ผู้ออมทรัพย์ซื้อสลากออมทรัพย์เพื่อการดำรงชีพในยามชราภาพ และผลประโยชน์ของเงินดังกล่าวแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๕๑
เหตุผล โดยที่มาตรา ๗๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้ รัฐพึงจัดให้มีหรือส่งเสริมการออมเพื่อการดำรงชีพเมื่อพ้นวัยทำงาน แต่เนื่องจากในปัจจุบัน ระบบการออมเพื่อการดำรงชีพในยามชราภาพของประเทศไทยยังไม่ครอบคลุมประชาชน ทุกกลุ่มและประชาชนที่เข้าสู่ระบบการออมดังกล่าวยังมีจำนวนไม่มาก และโดยที่กองทุน การออมแห่งชาติเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่และอำนาจในการส่งเสริมการออมขั้นพื้นฐาน ของประเทศ สมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยกองทุนการออมแห่งชาติ เพื่อกำหนดให้ กองทุนการออมแห่งชาติมีหน้าที่และอำนาจในการออกและขายสลากออมทรัพย์เพื่อส่งเสริม การออมทรัพย์แก่ประชาชนสำหรับการดำรงชีพในยามชราภาพ โดยการออกและขายสลาก ให้แก่ผู้ซึ่งประสงค์จะออมทรัพย์เมื่อเริ่มต้นวัยทำงาน และนำเงินที่ได้รับจากการขายสลาก ดังกล่าวไปหาประโยชน์และคืนเป็นเงินออมทรัพย์ในยามชราภาพให้แก่ผู้นั้นเมื่ออายุตามที่ กำหนด อันจะเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนมีการออมทรัพย์เพิ่มมากขึ้น จึงจำเป็นต้อง ตราพระราชบัญญัตินี้
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรครับ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้รัฐบาลมีการริเริ่ม และมีการคิดถึงโครงการนี้ถึงมาตรการนี้เกิดขึ้นจาก ๒ ปัจจัยหลัก ๆ ครับ ในปัจจัยแรก ประเทศไทยเราเข้าสู่สังคมสูงวัย แล้วการเป็นเข้าสู่สังคมสูงวัยด้วยอัตราเร่งสูง ถ้าเทียบกับ เพื่อนบ้าน เทียบกับคู่แข่งทางเศรษฐกิจของเรา ประเทศไทยเรามีอัตราการที่มีคนสูงวัย เพิ่มสูงขึ้นเร็วกว่าประเทศที่เป็นคู่แข่งเรา เพราะฉะนั้นในปัจจัยที่ ๑ เราเข้าสู่สังคมสูงวัยด้วย อัตราเร่งสูง ในปัจจัยที่ ๒ แย่ไปกว่านั้นเราเข้าสู่อัตราสังคมสูงวัยในขณะที่พี่น้องประชาชน ของเรานั้นยังมีการออมที่ไม่เพียงพอสำหรับการที่จะดำรงชีพในยามชราภาพ นั่นหมายถึงเขา เข้าสู่วัยเกษียณ เข้าสู่วัยที่ไม่สามารถหาเงินได้แต่มีเงินออมไม่เพียงพอสำหรับการดำรงชีพ ทั้ง ๒ ปัจจัยนี้ถ้าจะเรียกรวมให้เป็นภาษาที่ง่าย ๆ เราอาจจะเรียกได้ว่าพี่น้องประชาชนของเรา แก่แต่ยังไม่มีเงินเก็บ หรือแก่แต่จน ซึ่งภาวะนี้เป็นภาวะที่รัฐบาลเห็นถึงความสำคัญและเห็น ถึงภาวะที่ต้องแก้ไขโดยเร่งด่วนโดยการที่ต้องสร้างให้พี่น้องประชาชนมีแรงจูงใจในการออม เกิดขึ้น ย้อนกลับมาดูในประเทศไทยสิ่งที่เรามีในปัจจุบันสำหรับการสนับสนุนการออมของพี่ น้องประชาชนของเรานั้นมีอะไรบ้าง แน่นอนเรามีการออมภาคบังคับ เรามีการออมภาค สมัครใจ ซึ่งทั้ง ๒ ส่วนนี้ก็ทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังมีส่วนที่เราจะต้อง เติมเต็ม มีส่วนที่เราจะต้องเพิ่มเติมเข้าไป ในเรื่องของการออมภาคบังคับมันมีข้อดีอยู่ว่า ทุกคนต้องออม แต่มันก็มีข้อเสียอยู่ว่าบางทีบางเดือนบางช่วงของชีวิตเราไม่ได้อยากออม เราไม่มีเงินเพียงพอที่จะใช้ในการดำรงชีพ เราไม่อยากออมในช่วงนั้น เพราะฉะนั้นการออม ภาคบังคับดีในมิติของการสะสมการออม แต่ไม่ดีในมิติของการที่จะเข้ากับสภาวะของพี่น้อง ประชาชนในแต่ละช่วง อีกส่วนหนึ่งที่เรามีคือการออมภาคสมัครใจ การออมภาคสมัครใจ มีข้อดีตรงเราสามารถออมในเมื่อเราพร้อม เดือนไหนเราไม่พร้อมเราก็ไม่ออม แต่การออม ภาคสมัครใจมีข้อเสียตรงในที่สุดแล้วพี่น้องประชาชนของเราไม่มีแรงจูงใจในการออม เราไม่สามารถที่จะไปบอกแค่ว่าเราช่วยกันออมทุกคนมีเงินเก็บ ทุกคนจะต้องเก็บเงินเพื่อ สำหรับการดำรงชีพในยามชราภาพ สิ่ง ๆ นั้นเป็นความพยายาม แต่ผลลัพธ์ของมันก็ได้ถูก สะท้อนมาว่าระดับการออมของประเทศนั้นยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ รัฐบาลจึงเห็นความสำคัญของ การใช้ระบบการออมที่ใช้แรงจูงใจในการออมให้เกิดขึ้นนะครับ จะทำอย่างไรให้ประเทศ มีการออม ให้พี่น้องประชาชนอยากออมโดยการสร้างแรงจูงใจอะไรสักอย่างมากระตุ้นให้เกิด การออมขึ้น ถามต่อว่าแรงจูงใจนั้นคืออะไร เราจะใช้แรงจูงใจอะไรทำให้พี่น้องประชาชน เกิดการออม คำถามนี้เลยทำให้เราย้อนกลับมาดูว่าสังคมในประเทศไทย ประเพณีในประเทศไทย หรือลักษณะนิสัยของคนไทยชอบอะไร สิ่ง ๆ นั้นทำให้เราค้นพบว่าคนไทยชอบเรื่องการ เสี่ยงโชค ชอบเรื่องการเสี่ยงดวง หรือจะใช้ภาษาง่าย ๆ ชอบเรื่องการซื้อหวย ชอบเรื่องการ ซื้อสลาก สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในสังคมไทยอยู่แล้วนะครับ และสิ่งที่เกิดขึ้น ในสังคมไทยนั้นมันมีลักษณะที่เราจะต้องลงไปดูมากกว่านั้น นั่นคือว่าพี่น้องประชาชน บางส่วนของเราไปซื้อหวยใต้ดิน ซื้อหวยใต้ดินเสร็จถูกหวยกินเงินทั้งหมดหาย เงินหายเสร็จ เงินที่ซื้อสลากหาย เพราะฉะนั้นแทนที่จะเป็นการที่สนับสนุนเงินออมเงินตรงนั้นยิ่งหาย และกลายเป็นการสร้างหนี้ต่าง ๆ นั่นคือปัญหา รัฐบาลจึงคิดว่าทำไมเราไม่ใช้แรงจูงใจที่ พี่น้องประชาชนชอบเสี่ยงดวง ชอบซื้อหวยต่าง ๆ เหล่านี้เอามาเป็นแรงจูงใจให้เกิดการออมขึ้น เลยออกมาเป็นนโยบายสลาก กอช. ที่ต้องมีการแก้ไข พ.ร.บ. กอช. ขึ้นในวันนี้นะครับ นโยบายสลาก กอช. นั้นสามารถเรียกให้เกิดความเข้าใจง่ายได้ว่าเป็นนโยบายหวยเกษียณ กลไกของหวยเกษียณคืออะไร ทำไมมันถึงเป็นการออมภาคแรงจูงใจ กลไกมันเป็นอย่างนี้ครับ ใน Step แรกหรือในขั้นตอนแรกพี่น้องประชาชนซื้อสลาก กอช. ผ่าน Application กอช. ใบละ ๕๐ บาท พี่น้องประชาชนก็จะได้สลากดิจิทัลขึ้นมา ๑ ใบ มีอยู่ ๔ วง พี่น้องประชาชน ก็จะได้ลุ้น รัฐบาลโดยการประสานงานจากสำนักงานสลาก ทาง กอช. ก็จะมีการจับรางวัล ทุกสัปดาห์ การจับรางวัลนั้นก็จะบอกได้ว่ามีรางวัลที่ ๑ รางวัลที่ ๒ และรางวัล Jackpot นะครับ ในการมีรางวัลต่าง ๆ เหล่านี้พี่น้องประชาชนจะได้ลุ้น ทุกคนที่ซื้อสลากจะได้ลุ้น ลุ้นเสร็จ ถ้าสมมุติถูกรางวัล เงินรางวัลที่ออกจะถูกโอนเข้าบัญชีพี่น้องประชาชนโดยอัตโนมัติทันที ถูกรางวัลได้รางวัลทันที และจะเกิดอะไรขึ้นถ้าไม่ถูกรางวัล ถ้าเป็นสลากปกติ หรือเป็น ลอตเตอรี่ปกติ หรือเป็นหวยปกตินั้นเราก็จะเรียกได้ว่าถูกหวยกินนะครับ เงินต่าง ๆ ที่ซื้อไปก็ จะหายไป แล้วก็จะเป็นภาระต่อการออม แล้วก็เป็นภาระต่อการใช้จ่ายของพี่น้องประชาชน แต่หวยเกษียณนั้นเงินต้นที่ซื้อไปทุกบาททุกสตางค์ไม่หาย ไม่ว่าท่านจะถูกรางวัลหรือไม่ถูก รางวัลในวันศุกร์ที่มีการออกรางวัลก็ตาม เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ท่านซื้อจะถูกโอนเข้ามาอยู่ ในบัญชีออมทรัพย์ของ กอช. ของกองทุนการออมแห่งชาติของท่านโดยอัตโนมัติทันที นั่นหมายถึงอะไรครับ นั่นหมายถึงว่าท่านซื้อท่านได้ลุ้นเรื่องของรางวัล ท่านไม่ถูกรางวัลหรือ ถูกรางวัลก็ตาม เงินต้นของที่ซื้อสลากทั้งหมดจะถูกเก็บเข้ามาในบัญชีของกองทุนการออม แห่งชาติของท่าน และทั้งหมดนั้นจะถูกเก็บสะสม สะสมไปเรื่อย ๆ ซื้อมากยิ่งสะสมมาก สะสมไปเรื่อย ๆ จนถึงอายุ ๖๐ ปีซึ่งเป็นวัยเกษียณ ๖๐ ปีเงินทั้งหมดที่ซื้อบวกผลตอบแทน การลงทุนที่ กอช. จะนำเงินต่าง ๆ ไปลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เงินทั้งหมดบวกผลตอบแทน การลงทุนจะถูกโอนคืนให้กับพี่น้องประชาชนทุกบาททุกสตางค์ เมื่อท่านอายุ ๖๐ ปี นั่นคือ กลไกการออมครับ นั่นคือกลไกที่ใช้แรงจูงใจในการลุ้นโชค ในการเสี่ยงดวง ในการซื้อสลาก มาเป็นแรงจูงใจทำให้พี่น้องประชาชนเกิดการออมขึ้น แล้วก็ได้คืนทุกบาททุกสตางค์ตอน อายุ ๖๐ ปีนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายนั่นคือการซื้อหวยที่เงินไม่มีทางหาย เป็นการซื้อหวยที่ทุกบาททุกสตางค์จะกลายมาเป็นเงินออมนะครับ นี่คือสลาก กอช. หรือนโยบายการแก้ไข พ.ร.บ. กอช. ของรัฐบาลนะครับ เราต้องการสร้างสิ่งนี้เกิดขึ้น เพื่อที่จะทำให้พี่น้องประชาชนนั้นเกิดแรงกระตุ้นให้เกิดการออม และถึงวันหนึ่งเราจะมี การออมที่มีนัยสำคัญในการที่จะช่วยให้ประเทศนี้สามารถยืนอยู่ได้ด้วยระบบการออมที่ แข็งแกร่งนะครับ ถามต่อเงินรางวัลมาจากไหน เงินรางวัลมาจากงบประมาณของรัฐบาลครับ ซึ่งเราใช้งบประมาณไม่มากนะครับ ปีหนึ่ง ๗๐๐ กว่าล้านบาทในการที่จะมาออกเป็น เงินรางวัล แต่ ๗๐๐ กว่าล้านบาทนั้นสามารถดึงเม็ดเงินของพี่น้องประชาชนที่ทำให้เกิด การออมเพิ่มขึ้นปีละ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ต่าง ๆ เหล่านี้คือเงินออมที่เพิ่มขึ้น ๑๐ ปี คือ ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นคือเงินออมที่จะมาค้ำจุนพี่น้องประชาชนของเรานะครับ รัฐบาลใช้เงินเพียงเล็กน้อยในการที่จะสร้างระบบการออมต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ แล้วก็ได้มี การขยายไปสำหรับคนที่มีอายุเกินกว่า ๖๐ ปี เพราะว่าคนที่มีอายุเกินกว่า ๑๐ ปี ส่วนใหญ่ ก็ยังจะมีความสามารถในการประกอบอาชีพบ้างบางส่วนนะครับ ก็ยังอยากออม อยากเข้าร่วมโครงการนะครับ ซึ่งก็ไม่ใช่สิ่งที่ผิดอะไร เราก็จะเปิดโอกาสให้ท่านสามารถเข้า แล้วก็ถือไปอีก ๕ ปี แล้ว ๕ ปีเสร็จเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ซื้อในช่วง ๕ ปีนั้นหลังจากอายุ ๖๐ ปีก็จะคืนสู่พี่น้องประชาชนโดยอัตโนมัตินะครับ นั่นคือวิธีคิด นั่นคือหลักการ นั่นคือสิ่งที่ รัฐบาลเห็นความสำคัญของการที่จะสร้างเม็ดเงินในการออมของประเทศ จึงเป็นที่มาของ การนำสู่การเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้เพื่อพิจารณาร่างแก้ไข พ.ร.บ. กอช. นะครับ ผมก็อยากให้พี่น้องประชาชน อยากให้ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาในเรื่องของ ร่างแก้ไข พ.ร.บ. กอช. ฉบับนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งครับว่าจะได้มีการพิจารณาในเรื่องของ รับหลักการในวาระที่ ๑ ของสภาแห่งนี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ