เฉลิมชัย ศรีอ่อน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกเป็นอย่างสูงที่ท่านได้ให้ความสำคัญกับเรื่องของสัตว์ที่เป็น สัตว์สงวน แล้วก็สัตว์คุ้มครองของเราที่วันนี้อยู่ในสภาวะที่เสี่ยง มีอัตราการเสี่ยงต่อการ สูญพันธุ์สูงเนื่องจากสภาพแวดล้อม แล้วก็เนื่องจากจากการกระทำของมนุษย์ ผมเรียนอย่างนี้ว่า อันดับแรก เรามีการดำเนินการในเรื่องของการรับแจ้งสายด่วนในการที่จะให้พี่น้องประชาชน ได้แจ้งในกรณีที่จะมีการแจ้งเรื่องของการประสบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตัวพะยูน หรือเต่า หรือสัตว์ทะเลหายากตายหรือบาดเจ็บ หรือพบมีปัญหาใด ๆ ก็แล้วแต่ ที่สายด่วน ๑๓๖๒ ซึ่งจะเป็นสายด่วนพิทักษ์ป่ารักษาทะเล ๒๔ ชั่วโมง ซึ่งสายด่วนตรงนี้เราประชาสัมพันธ์ อยู่แล้ว แต่ท่านก็สามารถจะนำไปบอกกล่าวกับพี่น้องประชาชนหรือผู้ที่เกี่ยวข้องตรงนี้ว่า ถ้าในกรณีที่เจอตรงนี้ท่านสามารถแจ้งตรงนี้ไปได้เลยนะครับ เราจะมีคนที่จะรับเรื่องตรงนี้ แล้วก็วันนี้ผมได้ให้นโยบายในส่วนของการที่จะรักษาอนุรักษ์สัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ที่ท่านได้กล่าวถึงตรงนี้ไว้ ผมเรียนว่าตั้งแต่ผมเข้ามาเป็นรัฐมนตรีประมาณสัก ๕ เดือนกว่า ๖ เดือน ผมได้ไปดูเฉพาะดูในส่วนของเต่าทะเลกับพะยูน ๓ ครั้ง ๓ ครั้งนี้ก็ไปที่จังหวัดภูเก็ต ไปที่จังหวัดตรัง ไปที่พังงา ไปเพื่อจะดู เนื่องจากระยะที่ผมเข้ามารับตำแหน่งมีกระแสเรื่อง ของพะยูนเสียชีวิตเป็นจำนวนมากก็ได้ลงไปดำเนินการ แล้วก็หามาตรการต่าง ๆ คุยกับ พี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน ผมเรียนเลยนะครับว่าหัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหา คือการบูรณาการการทำงานร่วมกัน ไม่ใช่หน่วยงานราชการมาทำแล้วจะสามารถแก้ไข ปัญหาได้ ไม่ใช่ครับ ต้องรวมทั้งในส่วนราชการที่นอกเหนือจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กราบเรียนท่านประธานครับ ที่ลงไปทุกครั้งเรามีการประสานงานทำงาน ร่วมกับ ๑. กองทัพเรือ ซึ่งมีหน้าที่ในการที่จะมาช่วยงาน ๒. ก็คือในส่วนของกระทรวง มหาดไทย ก็คือท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในส่วนของ ท้องถิ่น เราประสานงานตรงนี้ แล้วก็มีการทำงานร่วมกัน มีการฝึกพี่น้องประชาชน อาสา ต่าง ๆ ที่จะเข้ามาร่วม ก็ได้รับความร่วมมือจากจังหวัด จากท้องถิ่น แล้วก็จากกองทัพเรือ รอบสุดท้ายที่ไป เนื่องจากกองทัพเรือจะมีบุคลากรแล้วก็เครื่องมือในการดำเนินการตรงนี้ เพราะฉะนั้นการดำเนินการตรงนี้เมื่อเราตั้งเป้าหมายว่าการจะแก้ไขปัญหาต้องได้รับ ความร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ผมคิดว่าเป็นหัวใจที่สุดเลยคือพี่น้อง ประชาชนครับ พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ทั้งอ่าวไทยและอันดามัน พี่น้องประชาชนที่มี อาชีพ ไม่ว่าในระบบการท่องเที่ยวทั้งหลายที่ท่านบอก Jet Ski บ้าง เรืออะไรต่าง ๆ บ้าง เรือวิ่งขนส่ง รับส่งบ้าง แล้วก็พี่น้องชาวประมงก็ไปทำความเข้าใจ มีการกำหนดเขตพื้นที่ มีการวางทุ่นในการป้องกัน และวันนี้เท่าที่ผมไปครั้งสุดท้ายจะมีการทดลองในการติดเรดาร์ หรือโซนาร์ หรืออะไรต่าง ๆ ที่จะเป็นการแจ้งเตือนให้กับพะยูนได้รู้ หรืออาจจะส่งคลื่น สะท้อนกลับมาให้เรือประมงได้รู้ว่ามีสัตว์หรือมีสิ่งกีดขวาง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่เรา กำลังดำเนินการ เพราะฉะนั้นเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้สบายใจว่าเราไม่ได้ นิ่งนอนใจ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องพะยูนได้มีการดำเนินการเรื่องพะยูนเป็นแผนแห่งชาติ มีดำเนินการมาตรการต่าง ๆ นะครับ ในขณะนี้เป็นแผนระยะ ๒ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๖-๒๕๖๘ ซึ่งผมขออนุญาตที่จะแจ้งในส่วนของจำนวนก่อนดีกว่า ที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านได้ ถามว่าวันนี้มีจำนวนสัตว์คุ้มครอง สัตว์สงวน แต่ละส่วนเป็นอย่างไรบ้าง ผมเรียนอย่างนี้ว่า ส่วนของจากการสำรวจสัตว์ทะเลหายาก สัตว์ทะเลใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งเราดำเนินการจำนวน ๖ ครั้งต่อปี ผมได้เรียนถาม ทช. ที่รับผิดชอบตรงนี้ว่าเราดำเนินการตรวจสอบอย่างไร ท่านบอกว่าเราดำเนินการตรวจสอบค่อนข้างจะละเอียดมากกว่า ถ้าในระดับอาเซียนผมว่า เราดำเนินการตรวจสอบละเอียดมากที่สุด เพราะเราใช้ทั้ง Drone ใช้ทั้งมาตรการ ใช้ทั้ง เครื่องมือต่าง ๆ ไปดำเนินการ แล้วก็เราดำเนินการถึง ๖ ครั้งต่อปีในการดำเนินการ ตรวจสอบ ครอบคลุมทั้งพื้นที่ฝั่งทะเลอ่าวไทยแล้วก็อันดามัน เพราะฉะนั้นข้อมูลที่เราได้รับ ในระหว่างปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๗ ก็คือเดือนตุลาคม ๒๕๖๖ ถึงเดือนกันยายน ๒๕๖๗ มีการสำรวจพะยูนพบประมาณ ๒๖๗ ตัว ในพื้นที่อ่าวไทยประมาณ ๓๖ ตัว อันดามัน ประมาณ ๒๓๑ ตัว ซึ่งขณะนี้ก็ยังตอบไม่ได้ว่าหลังจากตายไป ๘-๑๐ ตัว แล้วยังมีคลอด ออกมากี่ตัว จะต้องรอปีงบประมาณถึงกันยายน ๒๕๖๘ ก็จะมีการสรุปอีกครั้งว่าจะเหลือ เท่าไร มีโลมาและวาฬที่มีการศึกษาอยู่ใกล้ฝั่ง มีโลมาปากขวด โลมาหัวบาตร โลมาหลังโหนก โลมาอิรวดี และวาฬบรูด้า พบประมาณ ๒,๘๓๓ ตัว โดยชนิดที่พบมากที่สุดคือปลาโลมา หัวบาตรหลังเรียบ ๑,๔๓๒ ตัว รองลงไปก็โลมาอิรวดี ๗๒๘ ตัว โลมาหลังโหนก ๓๘๑ ตัว โลมาปากขวด ๒๑๘ ตัว แล้วก็วาฬบรูด้า ๗๔ ตัวเท่าที่สำรวจได้ ประเภทที่ ๓ ก็เป็นประเภท ปลากระดูกอ่อน ซึ่งมีการจำแนกอัตลักษณ์เฉพาะตัวที่มีการแพร่กระจาย ๒ ชนิด ก็คือ ฉลามวาฬ แล้วก็เป็นกระแบนแมนตา โดยพบฉลามวาฬจำนวน ๗๓ ตัวอยู่ทางฝั่งอ่าวไทย ๕๔ ตัว และอันดามัน ๑๙ ตัว แล้วก็จำแนกอัตลักษณ์ปลากระเบนแมนตาได้ ๔ ตัว ซึ่งปลา กระเบนนี้จะเป็นการพบที่ฝั่งอันดามันทั้งหมดเลยนะครับ ไม่พบในฝั่งอ่าวไทย เต่าทะเล พบว่ามีการวางไข่เต่าทะเลรวมทั้งหมด ๕๘๘ รัง เป็นเต่าตนุ ๒๒๕ รัง เต่ากะ ๓๔๖ รัง เต่ามะเฟือง ๑๖ รัง ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า จำนวนเต่ามันคงกำหนดจำนวนไม่ได้ แต่ว่าเดี๋ยว ผมจะตอบในข้อที่ ๒ ในส่วนของมาตรการ แต่ผมเรียนท่านนะครับว่าจากที่ผมทราบ แล้วก็ ได้สอบถามจากผู้ที่ดูแล ผู้เชี่ยวชาญว่าอัตราการรอดของเต่าที่เราปล่อยไปตามธรรมชาติแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ เต่าที่เราเพาะธรรมชาติ ๑๐๐ ฟอง ที่ออกเป็นเต่า ๑๐๐ ตัว เมื่อว่ายไปสู่ทะเล ไปผจญภัยทั้งหมดใช้ระยะเวลา ๒-๕ ปีกว่าจะโตเต็มที่เหลือประมาณ ๑ เปอร์เซ็นต์แค่นั้น ของอัตราการฟักออกมา เพราะฉะนั้นก็เป็นมาตรการที่สักครู่หนึ่งถ้ามีเวลาพอผมจะเรียน ท่านว่าเรามีมาตรการในการที่จะดูแลเต่าตรงนี้อย่างไรบ้างในการที่จะช่วยเพื่อที่จะให้จำนวน เต่าเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นในส่วนตรงนี้ผมเรียนว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันที่ผมเข้ามาผมไปบินตรวจการด้วยตัวเอง ไปสำรวจด้วย ตัวเอง ไปสั่งการด้วยตัวเอง ไปดูมาตรการต่าง ๆ ในการที่จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นนะครับ เพราะเราก็ทราบว่าปัญหาต่าง ๆ นี้มันไม่ได้เกิดเฉพาะธรรมชาติเพียงอย่างเดียว มันเกิดจาก น้ำมือคนด้วย คนนี่สำคัญที่สุดนะครับ เพราะฉะนั้นผมมีความคิดอยู่ตลอดเวลาสำหรับการ แก้ปัญหาว่า ถ้าคนสร้างปัญหาคนก็ต้องแก้ปัญหาได้ นี่คือนโยบายแล้วก็มาตรการที่ผม ได้บอกไป ขออนุญาตเรียนตอบข้อ ๑ ดังนี้นะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ