นพพล เหลืองทองนารา หารือเรื่องบทบาทของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๖ มีนาคม ๒๕๖๘

นพพล เหลืองทองนารา หารือเรื่องบทบาทของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME D Bank) ในการสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่พิษณุโลก โดยชี้แจงข้อจำกัดด้านงบประมาณรัฐบาลในการแก้ปัญหาต้นทุนการผลิตที่สูง และเรียกร้องให้ธนาคารขยายบริการสินเชื่อเพื่อเกษตรกรรมโดยเฉพาะในโครงการเกษตรแปลงใหญ่ พร้อมขอให้ประชาสัมพันธ์โครงการให้ทั่วถึงเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำได้มากขึ้น

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิราม ท่านครับ วันนี้ผมเองขอที่จะร่วมในการพูดถึง SME D Bank ซึ่งธนาคารแห่งนี้นี่นะครับเราก็ทราบกันดีอยู่ว่าก็ได้จัดตั้งขึ้นมาตาม พ.ร.บ. ธนาคารพัฒนา วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ ถ้าจำไม่ผิด เพราะผมเอง แม้ว่าผมค่อนข้างจะห่างไกลจาก SMEs แต่ว่าผมก็สนใจเพราะว่ามันเป็นมิติใหม่ที่ตั้งแต่ผม เป็นรุ่น ๆ แล้ว ผมมีความรู้สึกว่าธนาคารนี้น่าสนใจนะ มันไม่เคยเหมือนแบงก์พาณิชย์ทั่ว ๆ ไป แล้วผมก็คิดว่าอย่างไรผมต้องพยายามหาข้อมูล แต่ว่าจนแล้วจนรอดก็ทำให้ผมไม่ค่อยจะได้ ข้อมูล ไม่ใช่เป็นเพราะว่าธนาคารนี่ไม่ได้กระตือรือร้นในการจะประชาสัมพันธ์นะครับ แต่เป็นข้อบกพร่องของตัวผมเองที่ว่าไม่มีเวลาในการที่จะไปศึกษา SMEs เท่าไร ท่านครับ ในของท่านนี่ผมดีใจมากที่ท่านเปิดกว้าง อันนี้เอาตามที่ท่านโฆษณาไว้ที่ผมเห็นตามโทรศัพท์ ท่านให้โอกาสทุกอย่าง ให้โอกาสหลาย ๆ อย่าง หนี้นอกระบบเอย การรวมหนี้มาเป็นก้อนเดียว เอยอะไรเอยหลาย ๆ อย่างนะครับ หรือแม้แต่ว่าการที่ท่านมีโครงการที่จะปล่อยกู้สำหรับคน ในทุกสาขาอาชีพ ผมเห็นแล้วเริ่มต้นของเม็ดเงินที่จะกู้อัตราดอกเบี้ยแล้วก็เวลาผ่อนชำระ ผมถือว่าเป็นอะไรที่ท่านยืดหยุ่นแล้วท่านก็ให้โอกาสกับคนจำนวนมากเลยนะครับ ท่านครับ แต่มีอีกอย่างหนึ่งที่ผมอยากจะขอคำชี้แจงขอคำอธิบายจากท่านหน่อย ก็คืออย่างนี้ผมเอง เป็นคนพิษณุโลก เป็นคนพรหมพิรามถ้าว่ากันตามตรง อาชีพส่วนใหญ่ในพื้นที่ของจังหวัด พิษณุโลกหรือแม้แต่ภาคเหนือตอนล่าง เราทำเกษตรเป็นหลักนะครับ ปลูกข้าวเอย อ้อยเอย มันสำปะหลังอะไรพวกนี้ แล้วก็ในช่วงเวลาหนึ่งในการบริหาร บ้านเมืองนี้ก็มีการกำหนดให้มีการทำเรื่องเกษตรแปลงใหญ่ ซึ่งเกษตรแปลงใหญ่เท่าที่ผม สดับตรับฟังมา สมาชิกที่อยู่ในกลุ่มนาแปลงใหญ่เขา Happy ทุกคน เพียงแต่ว่าในเรื่องของ เงินทุนนี้แม้ว่ารัฐบาลจะ Support รัฐบาลจะให้เครื่องไม้เครื่องมือ ให้เครื่องจักรราคาแพง แต่ว่ามันก็ยังไม่ครบวงจรในการที่เขาจะไปดำเนินกิจกรรมของเขาเพื่อที่จะสร้างตัวเกษตร ของเขาให้เข้มแข็ง เพราะฉะนั้น SMEs ผมเองผมไม่รู้ว่าท่านมีการส่งเสริมในเรื่องของ เกษตรกรในรูปแบบของไม่ว่าจะนาแปลงใหญ่หรือเกษตรกรรายย่อยมากน้อยแค่ไหน ผมเอง ก็อยากจะให้ท่านช่วยบอกผมหน่อย แล้วก็ในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ ถ้าท่านมีผมอยาก ให้ท่านช่วยประชาสัมพันธ์ให้ทั่วถึงหน่อย ให้ประชาชนได้เข้าถึงในสิ่งที่ท่านมีโครงการ ผมถือว่า สิ่งที่ผมเห็น ๆ มาอย่างที่ผมบอกว่าทั้งระยะเวลา ทั้งดอกเบี้ย ทั้งอะไรทั้งหลายท่านให้โอกาส มาก เพราะฉะนั้นผมก็อยากให้ท่านเอื้อมไปตรงนี้แล้วยิ่งตอนนี้สภาพของราคาพืชผลทาง การเกษตรนี้ค่อนข้างจะตกต่ำ เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งที่เกษตรกรต้องการก็คือเรื่องเงินทุน ถ้าท่านสามารถที่จะ Support เขาได้ จริง ๆ ในเรื่องของธนาคารดีเด่นทางด้านคุณธรรม ไม่ไปไหนหรอกครับอยู่ที่ท่านนี่ละจริง ๆ นะครับ เพราะบางทีรัฐบาล ผมเข้าใจผมเห็นใจ รัฐบาลคือดูแล้วรัฐบาลมีค่าใช้จ่ายมาก ปี ๆ หนึ่งแม้จะมีเงิน ๓-๔ ล้านล้านบาท แต่ว่าใน ๓-๔ ล้านล้านบาทนั้นมันก็มีสิ่งที่ต้องไปพัฒนาหลายอย่าง หลายแขนง ไม่สามารถที่จะหยุด การพัฒนาไม่ว่าจะด้านใดด้านหนึ่งได้ แม้ว่าใจจริงรัฐบาลเราอยากจะให้ทุ่มให้ทางเกษตร มากเลย ถามว่าอยากให้ข้าวราคา ๑๕,๐๐๐ บาทไหม อยากสิครับทำไมจะไม่อยาก อยากให้ ปุ๋ยราคาเหลือแค่ ๕๐๐-๔๐๐ บาทไหมครับ ก็อยาก อยากทั้งนั้นละครับแต่ว่ารัฐบาลไม่มีทุน พอ ไม่มีเม็ดเงินพอที่จะไป Support ที่จะทำให้ราคาปุ๋ยหรือดึงราคาข้าวได้ขนาดนั้น แล้วยิ่ง ปัจจุบันนี้การเกษตรของไทยต้นทุนมันสูง อินเดียเอย ปากีสถานเอย เวียดนามเอย ต้นทุน ในการเพาะปลูกข้าวตกไร่หนึ่งเพียง ๒,๐๐๐ กว่าบาท แต่ของไทยเรา ๔,๐๐๐ บาท ๔,๐๐๐ กว่าบาท ๕,๐๐๐ บาทด้วยซ้ำ โดยเฉพาะข้าวนาปรังต้นทุนจะแพงกว่านาปี เพราะฉะนั้นรัฐบาลสมมุติจะให้เกษตรกรเรียกร้องว่าอยากได้ราคาข้าวแพง ๆ ใช่ไหมครับ จะให้นายกรัฐมนตรีไทยโทรไปหานายกรัฐมนตรีอินเดียว่า อ้าว You อย่าขายแพงได้ไหม เขาก็จะได้หัวเราะตายสิครับ ก็ของคุณอยากต้นทุนแพงเองทำไม เพราะฉะนั้นในใจของ รัฐบาล รัฐบาลอยากช่วยอยู่แล้วเพียงแต่ว่าเราก็จำกัดด้วยหลาย ๆ ด้าน แล้วก็มีกฎหมาย ระหว่างประเทศเรื่องกีดกันการค้าอีก ทีนี้ในส่วนนี้ผมเองก็หวังที่อยากจะพึ่งทาง SMEs นี่ละครับ ที่จะให้ SMEs ได้ช่วยเกษตรกร ได้ช่วยรัฐบาลด้วย แล้วก็ได้ช่วยเกษตรกรในการหาทุนหา รอนในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ เพราะดูแล้วสิ่งที่อัตราดอกเบี้ยที่ท่านเขียน ๆ ไว้ตาม Application ต่าง ๆ ที่จะช่วยเหลืออาชีพโน้นอาชีพนี้ตกแล้วต่อปี ๒.๑๖ บาทบ้าง ๓ บาทกว่าบ้าง กับ ธ.ก.ส. นี่บอกเลยนะครับเป็นธนาคารของรัฐที่จัดตั้งขึ้น วัตถุประสงค์เงินก้อนแรก ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะช่วยเหลือเกษตรกรแต่ไป ๆ มามาระยะหลังนี้มันเหมือน เป็นการค้าดอกกับเกษตรกร การผิดนัดแป๊บเดียวจาก ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปยันเพดานเลย สูงสุด ผมคิดว่าของท่านไม่น่าจะโหดร้ายขนาดนี้แต่ผมก็ไม่รู้นะครับ ผมก็พูดไปตามประสา ของคนที่เป็นห่วงพี่น้องเกษตรกรอย่างใจจริง เพราะฉะนั้นแล้วผมเองก็อยากจะขอให้ท่านได้ เอื้อมไปดูในเรื่องของเกษตร ไม่ว่าจะเป็นเกษตรแปลงเล็กแปลงใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นนา เป็นพืชไร่ เป็นยาสูบ เป็นอะไรก็แล้วแต่ เป็นประมงเป็นอะไรอย่างนี้ อยากให้ท่านช่วยหน่อยเถอะครับ เพราะว่าท่านก็มีทุนรอนมากพอสมควรที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในยามที่เขาทุกข์ยากได้ ขอฝากไว้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณมากครับ