ชวาล พลเมืองดี อภิปรายรายงานการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยเน้นทบทวนหลักการและเหตุผลตามพระราชบัญญัติ เพื่อชี้ให้เห็นวัตถุประสงค์การพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นระบบและยั่งยืน ชวาล พลเมืองดี วิจารณ์โครงการอีอีซีที่ละเลยเรื่องสิ่งแวดล้อมและสาธารณูปโภค โดยชี้ว่ามีการออกใบอนุญาตโรงงานอันตรายในเขตเกษตรกรรมและชุมชนจำนวนมาก รวมถึงปัญหาโครงสร้างพื้นฐานเช่นน้ำประปาไม่ไหลและการจราจรติดขัด ชวาล พลเมืองดี ระบุว่าไม่มีการนำปัญหาภาคตะวันออกเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการ และเรียกร้องให้พิจารณาประเด็นสำคัญ เช่น น้ำท่วม น้ำแล้ง การจราจรติดขัด และสิ่งแวดล้อม
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชวาล พลเมืองดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๓ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ วันนี้ผมขออนุญาตในการร่วมอภิปรายให้ความเห็นเกี่ยวกับรายงานการดำเนินงานของ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก อีอีซี หรือ สกพอ. โดยผมขอเริ่มทบทวนจากหลักการและเหตุผลของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกตาม พระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ที่กล่าวว่าโครงการอีอีซีเกิดมาเพื่อดำเนินการ พัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออกอย่างเป็นระบบ โดยสอดคล้องกับหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีวัตถุประสงค์ที่อยู่ภายในเนื้อหาของมาตรา ๖ ทั้งหมด ๕ อนุมาตรา โดยทั้งนี้ผมจะขอ พูดด้วยกัน ๓ อนุมาตราที่สำคัญ
อนุมาตราแรกครับท่านประธาน บอกว่าอีอีซีจะพัฒนากิจกรรมทางเศรษฐกิจ ที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งผมไม่แน่ใจในเชิงตัวเลขการลงทุนของอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ทันสมัยจริง ๆ ว่าเป็น เช่นไร แต่ผมจะพูดในเรื่องของความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผมมีตัวเลขตัวหนึ่งที่น่าสนใจ ครับท่านประธาน คือนับตั้งแต่ในพื้นที่อีอีซีได้ถูกยกเว้นการบังคับใช้ผังเมืองรวมทั้งหมดตาม คำสั่ง คสช. ที่ ๔๗/๒๕๖๐ ประกอบกับการใช้คำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ ในช่วงสุญญากาศ ออกใบอนุญาตให้โรงงานอันตรายซึ่งเป็นกิจการประเภท ๑๐๑ ๑๐๕ และ ๑๐๖ รวมทั้งสิ้น ๑๕๐ แห่ง สามารถเข้าไปตั้งโรงงานอยู่ในพื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่ที่ห้อมล้อมไปด้วยชุมชน โรงเรียน วัด โรงพยาบาล ซึ่งตัวเลข ๑๕๐ แห่งนี้เป็นตัวเลขที่อยู่ในเฉพาะพื้นที่อีอีซีเท่านั้น และยิ่งไปกว่านั้นแม้ว่าจะมีการประกาศใช้ผังเมืองรวมอีอีซี เมื่อปี ๒๕๖๒ แต่อย่างไรก็ยัง พบว่ายังมีการใช้คำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ ในการยกเว้นผังเมืองอีอีซีเพื่ออนุญาตให้โรงงานอันตรายประเภท ๑๐๑ ๑๐๕ ๑๐๖ เข้าไป ประกอบกิจการโรงงานในพื้นที่ชุมชนในพื้นที่เกษตรกรรมอยู่เรื่อยมา แล้วก็สไลด์ต่อไปครับ และในปี ๒๕๖๗ ในพื้นที่อีอีซีก็มีตัวเลขโรงงานประเภท ๑๐๑ ๑๐๕ ๑๐๖ สะสมถึง ๙๑๐ โรง โดยเฉพาะปีล่าสุดได้มีการออกใบอนุญาตให้กับโรงงานพวกนี้ถึง ๔๘ โรง ซึ่งถ้าท่านดูจาก สไลด์จะพบว่าในปี ๒๕๖๐ มาจนถึงล่าสุดโรงงานอันตรายผุดขึ้นเรื่อยมาและไม่มีทีท่าว่าจะมี การจำกัดจำนวนแต่อย่างไร ปัญหาก็คืออย่างนี้ครับท่านประธาน ในพื้นที่อีอีซีโรงงานพวกนี้ เป็นโรงงานที่ต้องได้รับการติดตามดูแลควบคุมอย่างใกล้ชิดเนื่องจากปัญหาด้านมลพิษต่าง ๆ ในพื้นที่อีอีซีหรือแม้กระทั่งในประเทศไทยมักจะเกิดจากกิจกรรมประเภทนี้เป็นศูนย์กลาง ของปัญหาทั้งหมด ตัวอย่างมีให้เห็นตามหน้าสื่อทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นโรงงานทุนจีนสีเทาที่ ตำบลคลองกิ่ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ที่ปัจจุบันยังไม่สามารถดำเนินการฟื้นฟูบำบัด กลับมาสู่สภาพดังเดิมได้ แต่อย่างไรก็ดีครับ ในพื้นที่อีอีซีโรงงานพวกนี้กลับผุดขึ้นมาเป็นดอก เห็ด นั่นหมายความว่าอีอีซีไม่สามารถกำหนด Zoning พื้นที่ที่จะจัดตั้งหรือจำกัดจำนวน โรงงานประเภทนี้ได้เลย สิ่งที่เราคาดหวังว่าในพื้นที่อีอีซีเราจะได้อุตสาหกรรมเป้าหมายที่ ทันสมัย แต่พอเอาเข้าจริง ๆ เรากลับได้โรงงานอะไรมาไม่รู้ที่นับวันจะเป็นอันตรายต่อ สิ่งแวดล้อมและชุมชน ดังนั้น ผมว่าหากอีอีซียังไม่เร่งในการดำเนินการในการแก้ไขจัด Zoning หรือจำกัดจำนวนกิจการที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม ท่านจะไม่สามารถบรรลุ วัตถุประสงค์สร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามในอนุมาตรานี้ได้ แน่นอน วัตถุประสงค์ในอนุมาตราต่อมาคือวัตถุประสงค์ตาม (๓) ที่บอกว่าอีอีซีจะจัดทำ โครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคที่มีประสิทธิภาพ มีความต่อเนื่อง ประชาชน สามารถเข้าถึงได้โดยง่ายและเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบโดยสมบูรณ์ ซึ่งในประเด็นนี้ใน รายงานฉบับนี้ปีที่แล้วที่ท่านมารายงานต่อที่ประชุมสภา ผมก็ได้พูดในเรื่องของ สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ซึ่งก็ได้ยกตัวอย่างในอำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ที่ประสบปัญหา น้ำประปาไม่ไหล ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่ได้มีการแก้ไขปัญหาให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ถึงแม้ว่ามาดู ปัญหาที่แท้จริงจะเกิดจากท่อแตกเป็นหลักก็ตาม แต่อย่างไรก็ดี ผมก็คาดหวังว่าในพื้นที่ อีอีซีจะเป็นพื้นที่ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานได้โดย สะดวกสบายตามที่ท่านได้ระบุไว้ รวมไปถึงปัญหาเรื่องของการจราจรติดขัด ซึ่งผมก็ขอ ยกตัวอย่างในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะชลบุรี อย่างจุดนี้ครับท่านประธาน เป็นจุดตัด ทางข้ามทางรถไฟบนถนน ๓๔๖๖ บ้านเก่า-พานทอง ที่ประสบปัญหาคอขวด พื้นผิวชำรุด เป็นเนินสูง เป็นหลุมเป็นบ่อ ทำให้รถที่ใช้สัญจรบนท้องถนนต้องมาชะลอและติดขัดอยู่ตรง ณ จุดนี้เป็นประจำ ผมได้ประสานงานไปยังทางการรถไฟแห่งประเทศไทย ไปทางกรมทางหลวง ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่าการที่จะแก้ปัญหาจุดนี้ให้เบ็ดเสร็จในระยะยาวจะต้องสร้างทางลอด Underpass แต่พอสอบถามไปถึงความคืบหน้าการดำเนินโครงการกลับได้รับคำตอบว่าจุดนี้ มีปัญหาในเรื่องที่ต้องรอความชัดเจนจากโครงการรถไฟความเร็วสูงและรอผู้มีอำนาจ ไม่ว่า จะเป็นอีอีซี กรมทางหลวง การรถไฟแห่งประเทศไทย มาร่วมพิจารณากันว่าจะเป็นอย่างไร แต่อย่างไรก็ตาม ผมยังไม่ได้รับความคืบหน้าว่า อีอีซี กรมทางหลวง การรถไฟจะพิจารณาไป ในทิศทางไหน ผมจึงอยากขอให้ท่านตอบคำถามในที่ประชุมแห่งนี้ให้ชัดเจนว่าจะมีการ พูดคุยการแก้ไขปัญหาในจุดนี้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อไร รวมไปถึงการจราจรในพื้นที่ต่าง ๆ รอบนิคมอุตสาหกรรมด้วยครับท่านประธาน ทั้งนี้ครับท่านประธาน นอกจากปัญหาเรื่อง น้ำประปา ปัญหาเรื่องการจราจรติดขัด ยังมีอีกปัญหาที่ชาวภาคตะวันออกประสบปัญหา ร่วมกันนั่นคือปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากที่เกิดขึ้นจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมและพื้นที่ อยู่อาศัย เรื่องนี้มีความคืบหน้าล่าสุดที่พอจะมีความหวังอยู่บ้างหลังจากที่คณะกรรมาธิการ การศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ ลงพื้นที่ประชุมกับหน่วยงานทุกฝ่าย ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ก็ทราบว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการติดตามแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างบูรณาการกัน ผมจึงอยากขอให้ทางอีอีซีแสดงบทบาทนำในการช่วยประสานและติดตามการดำเนินการ แก้ไขปัญหาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมถึงการนำเรื่องนี้เข้าไปพูดคุยและประชุมใน คณะกรรมการเพื่อกำหนดเป็นนโยบายในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน เพื่อหวังว่าท่านจะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ตามอนุมาตรานี้ได้ในที่สุดครับ วัตถุประสงค์ ที่จะยกตัวอย่างข้อสุดท้ายครับท่านประธาน ขอเวลาเพิ่มอีกนิดหนึ่งนะครับ ในมาตรา ๔ ที่บอกว่าอีอีซีจะกำหนดการใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างเหมาะสมกับสภาพและศักยภาพของ พื้นที่โดยสอดคล้องกับหลักการอย่างยั่งยืน ท่านประธานครับ ในส่วนของการจัดทำผังเมือง ย่อย ได้แก่ ผังเมืองรวม ๓๐ อำเภอ ๓๐ ผัง ปัจจุบันมีความล่าช้าอย่างยิ่งนับตั้งแต่มีการ บังคับใช้ผังเมืองรวมอีอีซีทำให้ปัจจุบันไม่ว่าจะหน่วยงานรัฐ เอกชน เมื่อจะต้องทำการศึกษา ประเมินผลหรืออนุมัติ อนุญาต ที่เกี่ยวข้องกับผังเมืองใน ๓ จังหวัดอีอีซีก็ต้องอ้างอิงตามผัง เมืองอีอีซี ซึ่งเป็นแผนผังครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ทำให้ไม่สามารถแสดงรายละเอียด ที่สำคัญ ๆ ได้หลายประการในแผนผังนี้ได้ จึงทำให้เกิดปัญหาในการควบคุมผังเมืองรวมอีอีซี ให้ใช้ประโยชน์ไปตามเจตนารมณ์ตามที่อีอีซีได้กำหนด เช่น พื้นที่อุตสาหกรรมล่วงล้ำมาใน พื้นที่ประเภทอื่นทำให้เกิดการแย่งชิงทรัพยากรกันขึ้นในพื้นที่ครับ ท่านประธานครับ ตาม พ.ร.บ. อีอีซี ฉบับนี้ที่ถูกร่างขึ้นผ่านการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตาม พระราชบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ โดยเหตุผลว่าเพื่อดำเนินการพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออกให้ เป็นระบบโดยสอดคล้องกับหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน เน้นคำว่า อย่างยั่งยืน ซึ่งหมายความ ว่าการพัฒนาอย่างยั่งยืนท่านจะต้องคำนึงถึงการพัฒนา ๓ ส่วนที่สำคัญด้วยกัน คือ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม แต่จากการที่ผมเฝ้าสังเกตการดำเนินงานของ สกพอ. ที่ผ่านมาผม สังเกตเห็นว่าท่านโฟกัสกับความคืบหน้าของโครงการ Megaproject เพียงเท่านั้น แต่ในเรื่อง ของสังคมความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นคนดั้งเดิมหรือคนที่มาแสวงหา โอกาสในการทำงาน หรือแม้กระทั่งเรื่องสิ่งแวดล้อมเรากลับพบว่าอีอีซียังไม่ได้ดำเนินการ เรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรม
สุดท้ายครับรวมทั้งไม่มีการนำเรื่องปัญหาต่าง ๆ เข้าสู่การประชุมคณะกรรมการ ผมจึงอยากขอให้ท่านในฐานะที่เป็นผู้กำหนดความเป็นไปในการพัฒนาของพื้นที่ภาค ตะวันออกเล็งเห็นถึงปัญหาต่าง ๆ ที่พี่น้องภาคตะวันออกกำลังเผชิญอยู่ ณ ตอนนี้และหวังว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการอีอีซีจะมีการนำเรื่องปัญหาของพี่น้องพื้นที่ภาคตะวันออกไม่ว่าจะ เป็นน้ำท่วม น้ำแล้ง การจราจรติดขัด ปัญหาสิ่งแวดล้อมเข้าไปพิจารณาร่วมกัน ผมขอฝากไว้ เพียงเท่านี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ