จุฬา นำเสนอรายงานประจำปี ๒๕๖๖ อีอีซี ชี้แจงแผนพัฒนาเมืองและสิทธิประโยชน์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๖ มีนาคม ๒๕๖๘

จุฬา สุขมานพ นำเสนอรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยชี้แจงวัตถุประสงค์หลัก 5 กิจกรรม ได้แก่ การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว บริการภาครัฐครบวงจร โครงสร้างพื้นฐาน การใช้ประโยชน์พื้นที่ และการพัฒนาเมืองทันสมัย พร้อมอธิบายกลไกการทำงานภายใต้พระราชบัญญัติที่กำหนดให้รัฐบาลมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย จุฬา สุขมานพ อธิบายแผนภาพรวมการพัฒนาพื้นที่อีอีซีปี ๒๕๖๖-๒๕๗๐ โดยเน้นการรับฟังความเห็น ยกร่าง และเสนอให้คณะกรรมการ กพอ. เห็นชอบก่อนนำเสนอ ครม. รวมถึงผลงานการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ ๓ จังหวัดร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมืองเพื่อจัดทำผังเมืองรวมระดับอำเภอ จุฬา สุขมานพ อธิบายแผนการพัฒนาเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษตามกฎหมายอีอีซี โดยระบุจำนวนพื้นที่ ๓๕ เขตในปี ๒๕๖๖ พร้อมยกตัวอย่างเขตนวัตกรรม EECi ในจังหวัดระยอง และพื้นที่เตรียมความพร้อมสำหรับอุตสาหกรรมดิจิทัล

นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และเพื่อนสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ วันนี้ผม นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบาย เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ขออนุญาตนำเสนอที่เกี่ยวกับรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ของการทำงานของสำนักงานในช่วงปี ๒๕๖๖ ขออนุญาตนำเสนอเป็น Power Point ครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ในหัวข้อที่เราจะนำเสนอมีส่วนสำคัญอยู่ ๕ หัวข้อใหญ่ ขออนุญาตสไลด์ ต่อไปเลยครับ ขออนุญาตนำเสนอเป็นอีอีซี สำนักงานอีอีซีได้ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ โดยมีพระราชบัญญัติกำหนดอำนาจหน้าที่มา ซึ่งในพื้นที่อีอีซีจะครอบคลุมจังหวัด ๓ จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี แล้วก็ระยอง แล้วก็โดยพื้นฐานแล้วในวัตถุประสงค์ของสำนักงานจะมี อยู่ ๕ กิจกรรมที่จะต้องทำ หลัก ๆ ก็จะเป็นเรื่องของการพัฒนากิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อม แล้วก็มีการพยายามจะจัดให้มีบริการของภาครัฐที่เบ็ดเสร็จครบวงจร รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภค การพัฒนาเรื่องการใช้ประโยชน์พื้นที่แล้ว ก็เรื่องของการพัฒนาให้มีเมืองที่ทันสมัยที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม รวมถึงประชาชน สามารถรวมอยู่ด้วยกันนะครับ

ในสไลด์ถัดไปจะเป็นเรื่องของกลไกการทำงานนะครับ หลักการแล้วมี พ.ร.บ. เป็นตัวกำหนดวิธีการดำเนินงานของสำนักงาน แล้วก็จะมีคณะกรรมการนโยบาย ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเป็นคนดูแลในภาพใหญ่ ซึ่งในกระบวนการการทำงานก็จะมี คณะอนุกรรมการโดยสำนักงานทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการและการดำเนินการให้เกิดการ พัฒนาการขับเคลื่อนตามนโยบายนะครับ

ในสไลด์ถัดไปจะเป็นเรื่องของการดำเนินการของสำนักงานจะเป็นไปตามแผน ซึ่งในปัจจุบันนี้มีแผนระดับสูงสุดในการพัฒนาพื้นที่อีอีซี จะเรียกว่าแผนภาพรวม แล้วก็จะมี แผนย่อยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาในเรื่องต่าง ๆ เช่น แผนที่เกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาที่ดิน แผนที่เกี่ยวกับเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน แผนการดำเนินการ แล้วก็แผนที่เกี่ยวข้องกับการ ให้บริการภาครัฐที่เบ็ดเสร็จครบวงจร โดยแผนภาพรวมในช่วงปี ๒๕๖๖ เป็นช่วงการใช้แผน ภาพรวม ฉบับที่ ๒ ของสำนักงานซึ่งจะครอบคลุมระยะเวลาตั้งแต่ปี ๒๕๖๖-๒๕๗๐ โดยในปี ๒๕๖๖ เราเริ่มกระบวนการ ขอเป็นสไลด์ถัดไปนะครับ เราได้มีการจัดทำแผนซึ่งตลอด ระยะเวลาในปี ๒๕๖๖ จะเป็นเรื่องของการจัดทำแผนเรื่องของรับฟังความเห็น แล้วก็เข้าสู่ กระบวนการยกร่างแผนภาพรวมให้เกิดเป็นแผนที่ใช้ ซึ่งปัจจุบันจากปี ๒๕๖๖ ที่เริ่มทำแผน ได้มีการเข้าเสนอให้ความเห็นชอบจากคณะกรรมการ กพอ. ที่นำเสนอคือคณะกรรมการนโยบาย ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แล้วก็เข้าสู่กระบวนการเห็นชอบในหลักการของ สำนักงานซึ่งก็มีการนำเสนอ ครม. เมื่อเดือนพฤษภาคม เมื่อปี ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา เพราะฉะนั้น ในปี ๒๕๖๖ ที่ผ่านมาเป็นเรื่องของการดำเนินการเกี่ยวกับแผน แล้วก็ได้เป็นแนวทางที่ทำมา จนถึงทุกวันนี้ แล้วจบจนถึงปี ๒๕๖๗ นะครับ

โดยผลงานในส่วนอื่นที่สำคัญในช่วงปี ๒๕๖๖ ที่เกิดขึ้นในผลงานแรกคือ เกี่ยวกับเรื่องของการใช้ประโยชน์ของที่ดินในพื้นที่ ๓ จังหวัดอีอีซี โดยในปี ๒๕๖๖ ได้มีการ ทำงานร่วมกันระหว่างสำนักงานกับกรมโยธาธิการและผังเมืองที่จัดพื้นที่ในพื้นที่ ๓ จังหวัด เพื่อให้เห็นว่าพื้นที่ไหนสามารถจะใช้ประโยชน์ในเรื่องใดได้บ้าง หลัก ๆ จากรูปนี้ก็จะเห็นเป็น พื้นที่ที่แบ่งผังการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นสี เพื่อให้ทราบว่าสีไหนได้ทำประโยชน์ในทาง อุตสาหกรรมได้ ซึ่งทางสำนักงานกับกรมโยธาธิการและผังเมืองก็ได้ร่วมกันดำเนินการนำไปสู่ ผังที่เป็นลักษณะเป็นผังเมืองรวมแล้วก็เพื่อดำเนินการต่อไปเป็นระดับอำเภอ ซึ่งจากปี ๒๕๖๖ จนถึงปัจจุบันก็มีความคืบหน้าต่อเนื่องมาโดยตลอดนะครับ

ส่วนสไลด์ถัดไปนี้ก็จะเป็นเรื่องของการพัฒนาเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษครับ เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษตามกฎหมายอีอีซี คือเป็นการระบุเฉพาะเจาะจงเลยว่าพื้นที่ไหน ที่จะทำงานในลักษณะที่ผู้ประกอบการหรือนักลงทุนจะมาลงทุนได้บ้าง ซึ่งในปี ๒๕๖๖ ทั้งปี จะมีพื้นที่ที่สามารถจะใช้ประกอบกิจการได้ทั้งหมด ๓๕ เขต ซึ่งในปี ๒๕๖๖ เองก็มีการ เตรียมพื้นที่เพิ่มเติมอีก ๒ เขต ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเมื่อปี ๒๕๖๖ ก็จะมีผลต่อเนื่องจนถึง ในปัจจุบันนี้ ทั้ง ๒ ส่วนก็กลายเป็นเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มเติมไปแล้วนะครับ ซึ่งเขต ส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษที่จะ Highlight งานในปี ๒๕๖๖ ก็จะมี ๒ ที่ที่มีการดำเนินการใช้ ประโยชน์จากเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษที่มีการจัดตั้งมาก่อนหน้านั้นแล้ว โดยปี ๒๕๖๖ นี่ ในพื้นที่จังหวัดระยอง เรามีเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษซึ่งเรียกว่าเขตนวัตกรรมในการพัฒนา เรื่องนวัตกรรม ซึ่งก็มีการทำกิจกรรมในพื้นที่ที่เน้นในเรื่องของการทำเทคโนโลยีชีวภาพ แล้วก็เกี่ยวกับเรื่องเทคโนโลยีเกี่ยวกับอัตโนมัติ หุ่นยนต์ แล้วก็ระบบอัจฉริยะต่าง ๆ ในพื้นที่ ที่เขียนว่า EECi จะอยู่ในเขตอำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง แล้วก็จะมีพื้นที่ที่เตรียมไว้สำหรับ การทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมดิจิทัล ในปี ๒๕๖๖ ก็มีการพัฒนาจัดเตรียมพื้นที่ จัดเตรียมสาธารณูปโภคพื้นฐาน ซึ่งปัจจุบันนี้หลังจากที่มีการทำเมื่อปี ๒๕๖๖ ปัจจุบันก็มีคน เริ่มใช้พื้นที่เพื่อเตรียมจะทำ Data Center ในพื้นที่ EECd นี้แล้วด้วยนะครับ

ส่วนในการดำเนินการอีกมิติหนึ่งของสำนักงานก็คือเป็นการดำเนินการ ด้านสิทธิประโยชน์ ในปี ๒๕๖๖ ก็จะมีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำกรอบสิทธิประโยชน์ เพื่อใช้ในการเจรจากับการดึงดูดนักลงทุน แล้วก็ได้มีการทำเตรียมร่างประกาศเพื่อจะให้เป็น กฎหมายรองรับในลักษณะเป็นกฎหมายลูกของ พ.ร.บ. อีอีซี เพื่อให้สำนักงานสามารถจะ เจรจาสิทธิประโยชน์กับนักลงทุนหลาย ๆ โครงการได้ แล้วก็มีการเตรียมเกี่ยวกับการออก Visa Work permit ให้กับนักลงทุนที่ตัดสินใจมาลงทุนภายใต้กรอบของ EEC แล้วรวมถึง การจัดทำระบบ One Stop Service เพื่อให้นักลงทุนสามารถได้รับความสะดวกในการ ดำเนินการติดต่อกับสำนักงานโดยลักษณะของ One Stop Service นักลงทุนสามารถจะขอ ใช้บริการได้โดยไม่ต้องมาที่สำนักงานโดยใช้ติดต่อออนไลน์ผ่านระบบของสำนักงานครับ

ส่วนในการดำเนินการอีกส่วนหนึ่งจะเป็นเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน ขออนุญาต สไลด์ถัดไปเลยครับ ในโครงสร้างพื้นฐานเมื่อปี ๒๕๖๖ ทางสำนักงานได้ดำเนินการเกี่ยวกับ เรื่องการเตรียมโครงการรถไฟความเร็วสูง ขอสไลด์ถัดไปครับ ในช่วงปี ๒๕๖๖ ได้ดำเนินการ เกี่ยวกับเรื่องการส่งมอบที่ดินเพื่อให้เอกชนสามารถจะนำพื้นที่ไปบริหารจัดการโครงการได้ รวมถึงการบริหารสัญญาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการปรับเปลี่ยนให้สามารถจัดการกับกรณี ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับทั้ง ๒ ฝ่าย ทั้งรัฐบาลและเอกชนในช่วงระยะเวลาที่มีเหตุการณ์โควิด ๑๙ ส่วนในความคืบหน้าเกี่ยวกับในกรณีโครงการอีกโครงการหนึ่งคือสนามบินอู่ตะเภา ในช่วงปีที่ ๒๕๖๖ ก็จะมีความคืบหน้าทั้งในส่วนของภาครัฐแล้วก็ภาคเอกชน เนื่องจาก โครงการนี้ก็เป็นโครงการรัฐร่วมทุนกับเอกชนหรือพีพีเหมือนกันโดยภาครัฐก็มีการดำเนินการ ที่เกี่ยวกับเรื่องการเตรียมจัดซื้อจัดจ้างเกี่ยวกับการทำทางวิ่งของสนามบินอู่ตะเภาแล้วก็มี การเตรียมโครงการ Motorway ซึ่งเข้าไปเชื่อมกับสนามบินอู่ตะเภาด้วยนะครับ ส่วน ภาคเอกชนก็ได้เตรียมโครงการเพื่อจะจัดการที่เกี่ยวกับเรื่องของอาคารผู้โดยสาร รวมถึงกรณี ที่โครงการที่เป็นสาธารณูปโภคโดยรอบพื้นที่นี้ก็จะมีการเตรียมน้ำ เตรียมไฟ แล้วก็เตรียม เชื้อเพลิงอากาศยานเพื่อรองรับการเติบโตของสนามบินต่อไปนะครับ

ส่วนอีก ๒ โครงการ เป็นโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ ๓ ก็ในช่วงปี ๒๕๖๖ โดยหลัก ๆ แล้วก็เป็นเรื่องของการดำเนินการเกี่ยวกับการถมทะเล เพื่อก่อสร้างท่าเรือ

ส่วนที่ ๔ ก็เช่นกันนะครับ อันนี้ในสไลด์เป็นเรื่องท่าเรือแหลมฉบังนะครับ อันนี้ข้อความผิด ไปใช้คำว่า ท่าเรือมาบตาพุด ทีนี้แหลมฉบังก็จะเป็นกรณีที่มีการทำงาน ถมทะเลด้วยเหมือนกัน เพราะฉะนั้นในความคืบหน้าในการดำเนินการของปี ๒๕๖๖ ก็เป็น เรื่องของการเตรียมโครงการส่วนใหญ่ แต่เรื่องโครงการท่าเรือแหลมฉบังเป็นการเริ่มก่อสร้าง จริงไปแล้วนะครับ

ส่วนในอีกประเด็นหนึ่งที่ขออนุญาตนำเสนอก็จะเป็นเรื่องของการชักชวน นักลงทุน ซึ่งในอีอีซีเราพยายามจะชักชวนนักลงทุนเป็น ๕ กลุ่มอุตสาหกรรม ในสไลด์ก็จะ Show อุตสาหกรรมทั้ง ๕ เรื่อง คือเรื่องสุขภาพและการแพทย์ อยู่ที่อันแรกแล้วก็จะดูเรื่อง ของเทคโนโลยีดิจิทัล เรื่องยานยนต์สมัยใหม่ เรื่อง BCG แล้วเรื่องบริการ สำนักงานใช้กลุ่ม อุตสาหกรรมเป้าหมายนี้เป็นตัวที่ใช้พยายามดึงดูดแล้วก็เจรจาชักชวนนักลงทุนมา โดยในปี ๒๕๖๖ ในสไลด์ถัดไปนะครับ โดยภาพรวมในช่วงปี ๒๕๖๖ สำนักงานได้เก็บข้อมูลสถิติ ในการลงทุนในปี ๒๕๖๖ ที่เกิดขึ้น อันนี้จะเป็นตัวเลขจากการออกบัตรส่งเสริมการลงทุน ในพื้นที่อีอีซี ก็จะมีมูลค่าการลงทุนประมาณ ๒๓๒,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้เป็นมูลค่าการออก บัตรส่งเสริมการลงทุน โดยในจำนวนนี้นักลงทุนที่มีการลงทุนเยอะที่สุดในปี ๒๕๖๖ ยังเป็น นักลงทุนที่มีสัญชาติหรือมีถิ่นที่อยู่อาศัยอยู่ในประเทศไทยอยู่ ประมาณ ๒๘ เปอร์เซ็นต์ รองลงไปในช่วงปี ๒๕๖๖ จะเป็นนักลงทุนจากสิงคโปร์ จากจีน จากสหรัฐอเมริกา จากญี่ปุ่น แล้วก็จากเกาหลีใต้นะครับ ซึ่งก็มีการนำเสนอในลักษณะที่นักลงทุนที่สำคัญ ๆ อยู่หลายราย

ส่วนอีกมิติหนึ่งจะเป็นเรื่องของการพัฒนาคนเพื่อสำนักงานใช้เตรียมรองรับ เวลาเราเชิญนักลงทุนมา ชักชวนนักลงทุนมาและเตรียมพื้นที่ที่จะทำงานแล้ว อีกมิติหนึ่ง คือมีการเตรียมบุคลากรเพื่อสามารถเข้าไปทำงานกับนักลงทุนที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งในปี ๒๕๖๖ สำนักงานมีการเตรียมคนช่วยการดำเนินการเพื่อให้คนในจังหวัดอีอีซีรวมถึงคนในจังหวัด ข้างเคียงสามารถจะได้รับการพัฒนาทักษะเพื่อทำงานในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ดึงดูดเข้ามา ได้นะครับ ซึ่งในปี ๒๕๖๖ จะมีการฝึกอบรมบุคลากรที่เกี่ยวในระดับได้ประกาศนียบัตรและ ระดับอาชีวศึกษาและระดับปริญญา ตอนนี้เราเรียกว่า Type A ซึ่งเราจะใช้วิธีการเปิดโอกาส ให้นักเรียนนักศึกษาที่อยู่ในสถาบันอาชีวศึกษาหรือมหาวิทยาลัยสามารถเข้าไปทำงานใน สถานประกอบการได้ เรามีการสนับสนุนให้เกิดบุคลากรในลักษณะนี้ประมาณ ๖,๐๐๐ คน แล้วก็มีการฝึกอบรมระยะสั้น ที่สำนักงานช่วยสนับสนุนด้วย ลักษณะเป็นการฝึกทักษะ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมที่เข้ามา อันนี้ก็จะมีการดำเนินการฝึกอบรมไปใช้ตัวเลขได้ประมาณ ๕,๐๐๐ คนเศษ แล้วก็มีการทำหลักสูตรใหม่ ๆ เพื่อให้บุคลากรในพื้นที่สามารถจะฝึกอบรม มาได้ แล้วสามารถเข้าไปทำงานในอุตสาหกรรมที่เข้ามาได้

ส่วนประเด็นต่อไปในเรื่องการให้บริการเบ็ดเสร็จครบวงจรทางสำนักงานโดย ปกติแล้วจะดำเนินการทำระบบ พัฒนาระบบ One Stop Service ที่เราเรียกว่า EEC OSS เพื่อรองรับการให้บริการ ในการดำเนินการ ปี ๒๕๖๖ จะเป็นการออกแบบระบบเพื่อให้เริ่ม ดำเนินการ แล้วก็มีสามารถให้บริการบางส่วนให้กับผู้ขออนุญาตบางเรื่องได้เพราะใน กฎหมายอีอีซี สำนักงานอีอีซีสามารถจะออกใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการเริ่มต้น ประกอบธุรกิจได้หลายใบอนุญาต ซึ่งตรงนี้นักลงทุนสามารถใช้บริการผ่านระบบ OSS นี้ได้

ในประเด็นถัดไปคือในโครงการที่เกี่ยวกับการพัฒนาเมืองให้น่าอยู่อาศัย แล้วก็ให้อุตสาหกรรมกับพื้นที่อยู่ร่วมด้วยกันได้ ในปี ๒๕๖๖ ก็ได้มีการพัฒนาโครงการเมือง ใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ โดยในปี ๒๕๖๖ ได้มีการจ่ายค่าชดเชยที่ดิน ส.ป.ก. เนื่องจากว่าในพื้นที่ ที่จะจัดตั้งเมืองใหม่นี้มีการใช้พื้นที่ ส.ป.ก. มา ซึ่งสำนักงานจะต้องมีการตั้งงบประมาณแล้ว ใช้งบประมาณในการชดเชยค่าต้นไม้ ค่าผลิตผลทางการเกษตรที่จะเอาพื้นที่มาพัฒนาต่อไป ก็มีการดำเนินการที่เกี่ยวกับการจะจ่ายค่าชดเชย แล้วก็มีการดำเนินกิจกรรมทางการตลาด เพื่อดูว่านักลงทุนจะมีความสนใจเข้ามาร่วมกันพัฒนาพื้นที่เมืองใหม่แค่ไหน อย่างไร ซึ่งใน ปี ๒๕๖๖ ก็ได้เป็นพื้นฐานของการดำเนินการในปี ๒๕๖๗ แล้วก็ปี ๒๕๖๘ ที่ผ่านมาได้ด้วย

ส่วนประเด็นสุดท้ายที่ขออนุญาตนำเรียนทางสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับเรื่อง การพัฒนาพื้นที่และชุมชน ซึ่งเป็นงานอีกงานหนึ่งที่สำนักงานให้ความสำคัญค่อนข้างเยอะ โดยในปี ๒๕๖๖ เราก็ได้มีความพยายามที่จะสร้างเครือข่ายในการพัฒนา สร้างความรู้ความ เข้าใจให้กับกลุ่มคนต่าง ๆ ในพื้นที่อีอีซี เพื่อให้มาร่วมมือกับสำนักงานในการดำเนินการ ต่อไป ซึ่งเราก็มีกลุ่มเป้าหมายทั้งในส่วนของเยาวชน ของสตรี และรวมถึงการสร้างมูลค่าของ กิจกรรมในพื้นที่ เพื่อให้ทางพื้นที่สามารถจะมีผลิตภัณฑ์ดี ๆ เข้าไปขายกับตัวนักลงทุนที่เข้า มาลงทุนในพื้นที่ได้ โดยมีโครงการที่ชื่อ EEC SELECT เพื่อดึงผลิตภัณฑ์เด่น ๆ ของชุมชน เพื่อจะให้ชุมชนเข้าไปถึงอุตสาหกรรม และให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขยายผลในประเทศ ที่เป็นต้นทางของเขามา ผมขออนุญาตนำเสนอรายงานประจำปี ๒๕๖๖ เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ