กฤช ศิลปชัย หารือเรื่องความยากจนและความไม่เท่าเทียมกันในจังหวัดระยอง โดยใช้โครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือในจังหวัดระยองเป็นตัวอย่าง และแสดงความกังวลเกี่ยวกับกฎหมายเกี่ยวกับฌาปนกิจสงเคราะห์ที่มีปัญหาการบริหารจัดการ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม กฤช ศิลปชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาชน ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายสนับสนุนญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรศึกษาแนวทาง การแก้ไขปัญหาความยากจนครับ ท่านประธานครับสิ่งที่ผมจะอภิปรายต่อที่ประชุมนำเรียน ต่อท่านประธานก็คือเป็นเรื่องของมาตรการของภาครัฐและการใช้กฎหมายของประเทศไทย ที่เป็นการซ้ำเติมพี่น้องที่ยากจน
เรื่องแรกครับท่านประธานครับ ระยองถือเป็นเมืองเศรษฐกิจที่มี GPP เป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ คนทุกคนก็มองว่าคนระยองนี่รวยทุกคนครับเป็นเมืองอีอีซี มีการพัฒนา มีการสร้างโครงสร้างพื้นฐานมากมาย แต่ทุกการพัฒนานั้นมักมีผู้ที่ถูกทอดทิ้งไว้ ข้างหลังอยู่เสมอ ผมขอยกตัวอย่างโครงการของอีอีซีโครงการหนึ่งครับ การก่อสร้างท่าเทียบเรือ อุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ ๓ ถมทะเลกันเป็นพันไร่ครับ ทำให้ทรัพยากรในทะเลหายเกลี้ยง ชายฝั่งหายเกลี้ยง ตรงนั้นมีพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านและอาชีพต่อเนื่อง ๔,๐๐๐ ๕,๐๐๐ คน ที่ทำกินอาศัยพื้นที่ตรงนั้น สุดท้ายภาครัฐไปแก้ไขอย่างไรท่านทราบไหมครับ ไปจ่ายเงิน ชดเชยเยียวยาให้เขาวันละ ๕๐ บาทครับ แล้วความยากจนที่คนหาเช้ากินค่ำอย่างพี่น้อง ชาวประมงพื้นบ้านและพี่น้องอาชีพต่อเนื่องต้องเจออยู่ทุกวันนี้ มันถูกซ้ำเติมหรือไม่ อันนี้ ก็ต้องถามกลับไปถึงรัฐบาลด้วยที่มีอำนาจนะครับ ก็ฝากไปดูเรื่องนี้เป็นพิเศษหน่อยนะครับ เข้าใจว่าตอนนี้หลายฝ่ายก็พยายามที่จะแก้ไขปัญหากันแต่ว่าโอ้โฮใช้เวลามา ๓ ๔ ปีแล้วครับ ท่าเรือจะเสร็จอยู่แล้วครับพี่น้องยังได้แค่วันละ ๕๐ บาทอยู่เลยครับ
เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธานเป็นการดำเนินการจากกฎหมายที่หละหลวม ของภาครัฐ นั่นก็คือ พ.ร.บ. ฌาปนกิจสงเคราะห์ ปี ๒๕๔๕ ท่านประธานครับในพื้นที่ของผม มีพี่น้องประชาชนนับหมื่นคนที่ไปสมัครเป็นสมาชิกกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ สมาคมแรก สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ลูกเสือเพ อีกสมาคมหนึ่ง สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์คลองปูน ทั้ง ๒ สมาคมนี้มีสมาชิกอยู่ประมาณ ๕,๐๐๐ คนครับ พี่น้องคนยากคนจนทั้งนั้นครับที่เข้าไป เป็นสมาชิกก็เพราะหวังว่าเวลาเขาเสียชีวิตจะได้ไม่ต้องลำบากลูกหลานของเขาที่จะต้อง ไปหาเงินมาทำศพ ที่จะต้องไปหาเงินมาจัดงานศพ ก็เก็บเล็กผสมน้อยนำเงินไปร่วมบริจาค ให้กับเพื่อน ๆ ที่เป็นสมาชิกด้วยกันเวลาเสียชีวิต แต่ว่าตอนที่ไปสมัครเป็นสมาชิกนั้นไม่มีใคร เคยแจ้งเขาเลยครับว่าเงินอันนี้มันไม่ใช่เงินออม มันคือเงินที่ช่วยเพื่อน ไม่มีครับทุกคนคิดว่า เป็นเงินออมหมด สุดท้ายการบริหารของกรรมการสมาคมหักเงิน ๖ เปอร์เซ็นต์ในทุก ๆ ปี เป็นเงินไม่รู้กี่ล้านบาทเอาไปใช้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายของสมาคม สุดท้ายเงินจ่ายไม่ทันครับ เป็นอย่างไรครับ ล่มครับ กรรมการสมาคมพอลงไปดูลึก ๆ แล้วเป็นผู้มีอิทธิพลทั้งนั้นเลย เกี่ยวข้องกับนักการเมือง ท้องถิ่น ออก พ.ร.บ. มาปี ๒๕๔๕ ปุ๊บ ปี ๒๕๔๗ โอนภารกิจให้ท้องถิ่นเป็นนายทะเบียนให้ไป กำกับตรวจสอบดูแลทุก ๓ เดือน ทุก ๓ เดือน ว่าดำเนินการเป็นอย่างไร พอครบ ๑ ปีไปดูสิว่า งบตรวจสอบ งบดุล งบบัญชี เป็นอย่างไรบ้างครับ ไม่มีครับ ไม่มีการทำเลยครับ ล่าสุด คณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรเราแก้ไขปัญหายากจน เดินทางไปประชุมที่จังหวัด เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่อยู่ฝ่ายท้องถิ่นก็ก่อความไม่สงบในที่ประชุม จนท่านประธาน ในที่ประชุมต้องเชิญออกนอกห้องประชุม แล้วเราจะหาข้อสรุปการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้กับ พี่น้องประชาชนอย่างไร หน่วยงานกำกับ พม. ก็ไม่รับผิดชอบ ทั้ง ๆ ที่เป็นเจ้าของกฎหมาย ที่ตัวเองถืออยู่ วันนี้คนนับหมื่นเดือดร้อนแสนสาหัส และถ้าผมติดตามไม่ใช่มีแค่บ้านผมครับ แถวภาคอีสานเยอะเลยกองทุนแบบนี้ แล้วก็ล่มกันแล้วล่มกันอีก ล่มกันแล้วล่มกันอีก คนได้ ประโยชน์ก็คือคนที่เข้าไปบริหารกองทุน ก็ต้องฝากสภาผู้แทนราษฎรของเราช่วยกันผลักดัน แก้ไขเรื่องนี้ด้วย พ.ร.บ. ที่มีปัญหาที่หาผู้รับผิดรับชอบไม่เจอเวลาเกิดปัญหานี้ก็ต้องช่วยกันแก้ รัฐบาลในฐานะคนที่ต้องกำกับดูแลการบริหารจัดการกองทุน กระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้อง ช่วยลงไปดูหน่อยเถอะครับว่าทั่วประเทศมันเป็นอย่างไร ผมว่าตอนนี้มีผู้เสียหายทั่วประเทศ เป็นแสนคนจากการล่มของกองทุนฌาปนกิจที่ให้บริหารกันเองแล้วให้ท้องถิ่นไปดูนะครับ พวกเดียวกันทั้งนั้นครับ หากินกันบนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ไม่เคยให้ข้อเท็จจริง กับพี่น้องประชาชน ก็ต้องขอฝากสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เอาไว้ด้วยครับท่านประธาน ขอบคุณครับ