รังสิมันต์ วิจารณ์ส่งอุยกูร์กลับจีน ผิดกฎหมาย-ละเมิดสิทธิฯ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

รังสิมันต์ โรม วิจารณ์การผลักดันผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์กลับประเทศจีนว่าเป็นการตัดสินใจผิดพลาดที่ขาดความโปร่งใสและละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยชี้ว่ากระบวนการส่งตัวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขัดต่อมติคณะรัฐมนตรี และสร้างความเสี่ยงทางกฎหมายแก่เจ้าหน้าที่ รวมถึงกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย รังสิมันต์ โรม วิจารณ์ผลกระทบด้านความมั่นคงจากการส่งผู้ต้องสงสัยอุยกูร์ 48 คนกลับจีน โดยชี้ว่าอาจนำไปสู่ความรุนแรงและกระทบเศรษฐกิจการท่องเที่ยว พร้อมวิพากษ์วิจารณ์ประสิทธิภาพของระบบตรวจคนเข้าเมืองและการตัดสินใจที่ผิดพลาดของรัฐบาล รังสิมันต์ โรม วิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจเข้าร่วมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติซึ่งอาจสร้างความขัดแย้งกับสหรัฐฯ และกระทบภาพลักษณ์ประเทศ โดยชี้ว่าไทยไม่ได้รับประโยชน์จากการส่งคนอุยกูร์ไปจีนและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเรียกประชุมด่วนฝ่ายความมั่นคงเพื่อหาแนวทางป้องกัน

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขออนุญาตสรุปตามญัตติ ด่วนด้วยวาจาที่เสนอโดยท่านรอมฎอน ปันจอร์ ในเรื่องของขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ข้อเท็จจริงและผลกระทบกรณีการผลักดันผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์กลับไปประเทศจีน เพื่อส่ง ข้อเสนอแนะให้คณะคณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป ท่านประธานครับ ตามที่เพื่อนสมาชิกได้ อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ผมคิดว่าข้อเท็จจริงหลาย ๆ อย่างมีความชัดเจนว่าเรื่องนี้เป็น เรื่องสำคัญ เป็นเรื่องใหญ่ที่ประเทศของเราจะต้องคิดไม่ใช่แค่เฉพาะในเรื่องของสิ่งที่เกิดขึ้น ไปแล้ว แต่ยังรวมไปถึงสิ่งที่จะต้องดำเนินการในการป้องกันไม่ให้ปัญหาเรื่องนี้ลุกลาม บานปลาย ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างที่เราทราบกันว่าครั้งหนึ่งเราเคยได้มีการตัดสินใจ ส่งชาวอุยกูร์กลับไปที่ประเทศจีน โดยที่ส่วนใหญ่เพศชายจะกลับไปที่ประเทศจีน ในขณะที่ เพศหญิงและเด็กจะถูกส่งไปประเทศอื่น สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นตามมาก็คือผลกระทบในแง่ ของความมั่นคงเพราะมีเหตุระเบิดเกิดขึ้น ประเทศไทยถูกจับจ้องในเรื่องของสิทธิมนุษยชน มีผลกระทบในเรื่องของ Report ต่าง ๆ ด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งจะมีผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อไป ในมิติเศรษฐกิจ เพราะประเทศหลาย ๆ ประเทศ โดยเฉพาะอย่างสหภาพยุโรปเขาก็จะมี มาตรการในเรื่องของด้านสิทธิมนุษยชนที่ตามมา ดังนั้นสิ่งที่ผมต้องเรียนต่อท่านประธาน ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงหัวรุ่งของวันนี้ มันเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก มันเป็นผลกระทบที่ใหญ่มาก ที่ผมคิดว่ารัฐบาลได้ตัดสินใจอย่างผิดพลาด อย่างผิดพลาดต่อเรื่องที่เกิดขึ้น เราจะเห็น นะครับว่าการดำเนินการในการส่งคนอุยกูร์ทั้ง ๔๘ คน เป็นการดำเนินการที่ผมขอใช้คำ สั้น ๆ ง่าย ๆ ว่าคือแอบทำ ไม่ได้มีความโปร่งใสเลย ที่ผ่านมาผมจำได้ดีว่าท่านรอมฎอน ปันจอร์ พยายามที่จะโพสต์ดัก พยายามที่จะตั้งคำถามดักต่อรัฐบาลในเรื่องนี้ แล้วผมก็จำได้ ว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านภูมิธรรมได้ออกมาชี้แจงในทำนองว่าเรื่องที่ท่านรอมฎอน ปันจอร์ได้พูดนั้นเป็นเรื่องที่ไม่จริง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้มันได้แสดงให้เห็นว่าข่าวลือที่ เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้อาจจะเป็นข่าวหรือในลักษณะของการที่จะส่งสัญญาณว่านั่นคือการ ตระเตรียมการเพื่อที่จะมีการส่งคนอุยกูร์เหล่านี้กลับประเทศจีนให้เงียบเชียบที่สุด วันนี้ ท่านประธาน สมช. หรือ ท่านนายกรัฐมนตรีเดินทางมาที่สภา นักข่าวถามท่านว่าท่านได้ ทราบถึงการส่งคนอุยกูร์หรือไม่ ปรากฏว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้ตอบว่าท่านไม่ทราบ แล้วท่านบอกว่าทุกอย่างต้องคำนึงในเรื่องของสิทธิมนุษยชน วันนี้ ผบ.ตร ได้บอกกับ สื่อมวลชนว่าได้ทำการส่งคนอุยกูร์ ตามมติของ สมช. ถ้าท่านดำเนินการตามมติของ สมช. จริง แล้วไฉนเลยวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีจึงบอกกับประชาชนชาวไทยว่า ท่านไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้ว่ามีการส่งคนอุยกูร์กลับประเทศจีน ผมกำลังจะบอกอะไร กับท่านประธาน ผมกำลังจะบอกว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่ากระบวนการส่งเหล่านี้อาจจะเป็น กระบวนการส่งที่อาจจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะนายกรัฐมนตรีประธาน สมช. ยังไม่ทราบเลย นอกจากนี้ผมได้เห็นภาพที่เลขาธิการ สมช. เดินทางไปที่ประเทศจีน พบกับคนอุยกูร์ เป็นภาพถ่ายที่ลงโดยสถานทูตจีนในประเทศไทย ผมเชื่อว่าท่านทำตาม หน้าที่ ผมเชื่อว่าท่านต้องทำ ผมเชื่อว่าท่านคือผู้ปฏิบัติ แต่การส่งคนอุยกูร์เหล่านี้เป็นการ ตัดสินใจโดยฝ่ายการเมือง โดยท่านได้บอกให้ สมช. เป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด นี่ยังไม่นับครับ ท่านประธานว่าในความเป็นจริงแล้วถ้าเราไปดูในรายละเอียด เราจะพบว่ากรณีที่เกิดขึ้นมันมี การโต้แย้งเป็นคดีในศาลอยู่ ว่าตกลงแล้วการที่คนอุยกูร์ทั้ง ๔๘ คน อยู่ในห้องกักนี้ เป็นกระบวนการที่ดำเนินไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ยังอยู่ในระหว่างการต่อสู้คดี ในชั้นศาลครับ ยังไม่ทันสิ้นสุดเลยส่งไปแล้ว นี่เท่ากับเป็นการละเมิดอำนาจศาลใช่หรือไม่ ผลกระทบที่ผมพยายามพูดมาทั้งหมดเพื่อที่จะแสดงให้ท่านประธานได้เห็นว่า สุดท้ายแล้ว เรื่องนี้มันไม่พ้นข้าราชการประจำ มันไม่พ้นคนทำงานที่ต้องเอาตัวเองไปเสี่ยงแล้วมีความ เสี่ยงทางกฎหมายมากมาย ยังไม่นับว่ามันมี พ.ร.บ. ป้องกันการซ้อมทรมานและการอุ้มหาย ในมาตรา ๑๓ ที่รับหลักการสิ่งที่เรียกว่า Non-refoulement คือการห้ามส่งไปยังประเทศ ที่อันตราย ซึ่งกระบวนการตรงนี้อยู่ในกฎหมายของเรา วันนี้ก็จะกลับกลายเป็นว่าเจ้าหน้าที่ ทั้งหลายตกอยู่ในความเสี่ยงทั้งหมด นี่คือผลกระทบเรื่องที่ ๑ ที่ประเทศของเรา คนของเรา ต้องแบกรับ

ผลกระทบที่ ๒ ครับท่านประธาน มันเป็นผลกระทบในเรื่องของความมั่นคง วันนี้รัฐบาลต้องเตรียมรับมือครับ เราไม่รู้ว่าการส่งคนอุยกูร์ทั้ง ๔๘ คน จะทำให้สถานการณ์ บานปลายไปมากขนาดไหน อย่างที่ผมได้เรียนไปแล้วว่าในยุค คสช. ที่มีการส่งมันมี ผลกระทบตามมา แล้วผลกระทบนี้คือผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อพี่น้องประชาชนชาวไทย เกิดขึ้น ต่อนักท่องเที่ยว แล้วมันอาจจะนำพาไปสู่ผลกระทบทางเศรษฐกิจได้ด้วย เพราะถ้ามันมีเหตุ ระเบิด เหตุรุนแรงเกิดขึ้น นั่นหมายความว่าความเชื่อมั่นทางด้านเศรษฐกิจทางด้านการ ท่องเที่ยวมันก็จะพลอยแย่ไปด้วย ผลกระทบเหล่านี้คือผลกระทบที่คนไทยจะต้องเป็นคน แบกเอาไว้ รัฐบาลจะต้องมีการเตรียมการเพื่อทำให้ผลกระทบเหล่านี้ไม่เกิดขึ้น หรือถ้า เกิดขึ้นต้องน้อยที่สุด ซึ่งท่านประธานครับ พูดกันอย่างตรงไปตรงมาขนาด Biometric ตรง ตม. License เรายังหมดอายุเลย อ้ายการเก็บข้อมูลอัตลักษณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น หลังจากนี้มันจะใช้ไม่ได้ เครื่องมือของเราไม่มีประสิทธิภาพ แล้วถามว่านี่คือการตัดสินใจ ที่ผิดพลาดที่จะนำไปสู่ความล้มเหลวของการบริหารราชการแผ่นดินใช่ไหม นี่คือผลกระทบ ที่คนไทยจะต้องแบกรับ ท่านประธานครับ รัฐบาลนี้ได้พูดเอาไว้กับพี่น้องประชาชนชาวไทย ว่าท่านต้องการทำให้ประเทศนี้เป็นได้รับ Spotlight จากนานาชาติอีกครั้ง แต่การได้รับ Spotlight จากนานาชาติเราไม่เคยประสงค์เลยที่จะได้รับในเรื่องแบบนี้ครับ แน่นอนมันเป็น ข้อเท็จจริงว่าหลาย ๆ ประเทศโดยเฉพาะทางตะวันตกเขามีจุดยืนเรื่องนี้อย่างแข็งขัน บางประเทศอย่างเช่น สหรัฐอเมริกา พูดได้ไม่เสียหายครับ ก่อนขึ้นตำแหน่งของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ เขาได้พูดถึงประเด็นเรื่องอุยกูร์ที่อยู่ในห้องกักของ ตม. ของไทยอย่างชัดเจน รัฐบาลต้องเตรียมตัวรับมือว่าวันนี้การที่ประเทศไทยตัดสินใจส่งคน อุยกูร์ไปที่ประเทศจีน

- ๑๐๓ อาจจะทำให้เกิดความขัดแย้งกับประเทศอย่างสหรัฐอเมริกาแล้ว แล้วเราไม่รู้ว่าเราจะได้รับ ผลกระทบในเรื่องอื่น ๆ ที่จะตามมาหรือไม่ นี่คือผลกระทบที่คนไทยต้องแบกรับ ท่านประธานครับ ยังไม่นับว่าภาพลักษณ์ของประเทศ ผมเองไม่สามารถเข้าใจได้ครับว่า การที่รัฐบาลของเราตัดสินใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งของคณะมนตรีด้านสิทธิมนุษยชน แห่งสหประชาชาติ ก่อนที่เราจะตัดสินใจเข้าไปตรงนั้นถ้าเรารู้อยู่แล้วว่าเราจะทำแบบนี้ มันไม่ควรเข้าครับ คือเข้าไปแล้วมันก็กลายเป็นว่าประเทศอื่นหรือคนอื่นเขาก็วิพากษ์วิจารณ์ ว่าเราไม่ใช่ประเทศที่ให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชนแบบนั้น ผลกระทบแบบนี้ก็จะนำไปสู่ การวิพากษ์วิจารณ์ต่อประเทศไทยของเราอย่างกว้างขวาง ทั้งหมดทั้งมวลนี้มันก็มาสู่คำถาม ของผมว่าประเทศไทยเราได้อะไรจากเรื่องนี้ การที่เราตัดสินใจทำแบบนี้เราไม่ได้อะไรเลย ครับ คนไทยได้อะไรจากการส่งคนอุยกูร์ไปจีน ความเสียหายเกิดขึ้นเต็มไปหมด เรานี่ล่ะครับ คือผู้ที่จะต้องแบกรับภาระความเสียหายนี้ นี่ยังไม่นับนะครับว่าหลังจากที่เรื่องนี้เกิดขึ้นแล้ว เราเองก็ได้พยายามติดตามพยายามถามผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจนโยบายทุกคน ปฏิเสธหมด กลับกลายเป็นว่าสถานทูตจีนเป็นคนพูดเรื่องนี้คนแรก ทั้ง ๆ ที่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ ประเทศไทยต้องเป็นคนพูดก่อน เพราะมันเป็นการดำเนินการในประเทศไทย มันเป็นอำนาจ อธิปไตยของประเทศไทย แต่เรากลับให้รัฐต่างประเทศเป็นคนแถลงชี้แจง รวมไปถึงออกมา อธิบายและเอาภาพของเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงของไทยออกมาให้สังคมเห็น ผมแปลกใจมากว่า เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ดังนั้นท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ ผมพยายามช่วยคิด นะครับว่าเมื่อเรื่องมันมาถึงจุดนี้แล้วเราจะดำเนินการอย่างไรดี เราจะทำอย่างไร ให้ผลกระทบมันออกมาน้อยที่สุด แน่นอนผมไม่มีคำตอบสำหรับทุกเรื่องครับ เพราะว่าความ เชื่อมั่น Trust ชื่อเสียง Popularity ภาพลักษณ์ของประเทศไม่ใช่สิ่งที่มันจะสามารถแก้ไขได้ ในเร็ววัน เมื่อคนอื่นเขามองว่าประเทศไทยเป็นแบบนี้ความเสียหายมันได้เกิดขึ้นแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะใช้โอกาสนี้ในการวิงวอนก็คือการแก้ปัญหาระยะสั้น ถึงผลที่จะเกิดขึ้น ตามมา ผมไม่อยากให้มันมีเหตุการณ์ความรุนแรงอีกแล้วครับ วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ต้องเรียกประชุมด่วนฝ่ายความมั่นคงทั้งหมด ท่านต้องพูดคุยเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา ว่าท่านจะมีมาตรการในการป้องกันไม่ให้มีผู้ก่อการคนไหนก็แล้วแต่ที่จะมาก่อการใน ประเทศไทยแล้วสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของประเทศ รวมถึงชีวิตของคนไทย ท่านต้องเรียกประชุมครับ หาแนวทาง หามาตรการ ตม. วันนี้ ท่านไม่มีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพท่านจะแก้ปัญหาอย่างไร หน่วยงานข่าวกรองต่าง ๆ จะรับมือกับเรื่องนี้อย่างไร ทุกวันนี้เรามีบรรดาพวกคนต่างชาติที่พร้อมจะก่อการ หรือที่ต้อง เฝ้าระวังมีอยู่แล้วหรือไม่ในประเทศไทย ต้องจับตาหรือเปล่า นี่คือสิ่งที่จะต้องดำเนินการ เพื่อเตรียมความพร้อม จะได้ไม่มีเหตุการณ์ระเบิด จะได้ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงอีกแล้ว ดังนั้น ทั้งหมดนี้ที่ผมพูดมาผมอยากจะเน้นย้ำกับท่านประธานว่าผมพูดเรื่องนี้ด้วยเหตุผลง่าย ๆ เลย ผมต้องการรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ ผมต้องการรักษาผลประโยชน์ของคนไทย และผมพูดเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้นำไปสู่การแก้ปัญหา ก็ต้องเรียนท่านประธาน ไปถึงคณะรัฐมนตรีต่อไปตามที่ผู้เสนอญัตติคือท่านรอมฎอน ปันจอร์ ได้เสนอไว้ ขอบคุณครับ ท่านประธาน