สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

นพพล เหลืองทองนารา หารือเรื่องการสนับสนุนให้กองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อรากฐานเศรษฐกิจและสังคม จัดสรรเงินให้กับผู้พิการทุกคนในประเทศไทย

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรค เพื่อไทย คนพรหมพิราม ท่านครับวันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการพูดถึงรายงานประจำปีของ กองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อรากฐานเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณปี ๒๕๖๖ ท่านครับ ผมเองก็อยากที่จะขอเริ่มต้นด้วยสิ่งที่ผมพยายามพูดมาเสมอในเรื่องของคนพิการ ก็อย่างที่บอกว่าผมเองครั้งหนึ่งเคยเป็นคนพิการแม้ว่าจะพิการชั่วคราวก็ตามผมก็รู้ซึ้งถึง ความพิการนั้นลำบากแค่ไหนนะครับ ซึ่งที่ผ่าน ๆ มาผมก็พูดถึงในเรื่องของว่าทำไมบัตร คนพิการทำไมจะต้องหมดอายุด้วย เวลาเขาไปต่อทุกอย่างแสนจะลำบากแสนเข็ญเหลือเกิน ท่านครับ แต่วันนี้ผมจะขอพูดถึงเรื่องของกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อรากฐานและสังคม ซึ่งมีส่วนหนึ่งในรายงานฉบับนี้ที่ได้มีการจัดสรรเงินให้กับผู้พิการ ซึ่งในปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๖ นั้นมีการจัดสรรเงินไปทั้งหมด ๑,๓๐๐ กว่าล้านบาท สำหรับผู้พิการโดยผู้พิการ จะได้รับเงินคนละ ๒๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน ซึ่งปีหนึ่งก็ถือว่าเขาจะได้เงินจากกองทุนนี้ จำนวนปีละ ๒,๔๐๐ บาท ทีนี้ปัญหามันอยู่ที่ว่าเงินจำนวน ๑,๓๐๙ ล้านกว่าบาท เมื่อเอา ๒,๔๐๐ บาทหาร ผลปรากฏว่ามันก็จะได้ผลลัพธ์ออกมาจำนวน ๕๔๕,๔๙๖ คนเท่านั้น ผมเองอยากจะถามต่อว่าแล้วในส่วนคนพิการที่เหลือล่ะครับ จริง ๆ คนพิการในประเทศไทย มีทั้งหมด ๔ ล้านกว่าคน แต่คนพิการที่มีบัตรคนพิการทั้งหมดมีอยู่ ๒,๒๑๐,๖๘๕ คน ซึ่งเป็น ตัวเลขของกระทรวงพัฒนาสังคม ณ วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา แต่ว่าในส่วนของ บัตรประชารัฐที่คนพิการได้รับสิทธิในการที่จะช่วยเหลือเพิ่มขึ้นในการที่ได้รับเงินอีก คนละ ๒๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน มีเพียง ๕๐๐,๐๐๐ กว่าคนเท่านั้น เพราะฉะนั้นแล้ว ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าหลักเกณฑ์ในการที่กองทุนให้เงินสำหรับคนพิการอีก ๒๐๐ บาท ท่านเอาหลักไหนมาผมอยากจะทราบ เอาล่ะในคนพิการ ๔ ล้านกว่าคน ซึ่งมีบัตรอยู่แค่ ๒ ล้านกว่าคนอย่างที่ผมบอกนะครับ ในส่วนที่ไม่มีบัตรคนพิการโอเคเรายกยอดไป แต่ในส่วนที่ มีบัตรคนพิการ จำนวน ๒,๒๑๑,๖๐๐ กว่าคนทำไมเขาไม่ได้หมดทั้ง ๒ ล้านกว่าคนตรงนั้น ทำไมได้แต่เฉพาะ ๕๔๕,๐๐๐ กว่าคนเท่านั้นเอง ผมเองอยากจะทราบ เพราะฉะนั้น ผมอยากจะให้ทางผู้บริหารกองทุนช่วยบอกมาด้วย แล้วก็ในลำดับต่อมาที่ผมอยากจะพูดถึง ในองค์รวมของกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อรากฐานเศรษฐกิจว่าในลักษณะของบัตร การได้สิทธิ ของพี่น้องประชาชนที่มีฐานะยากจน ซึ่งที่ผ่าน ๆ มาผมคิดว่าผู้แทนทั้งหมด ๕๐๐ คนได้ สดับตรับฟังแล้วก็ได้รับการร้องเรียนมาจากพี่น้องทุก ๆ คนนะครับว่าลักษณะของการที่จะ ได้บัตรมาถามว่ามีความรอบคอบแค่ไหน แล้วก็คนจนจริงได้จริงหรือเปล่า คือคนที่ได้บัตร จนจริงหรือเปล่า เพราะว่าหลายคนนะครับไม่ได้เป็นคนจนจริงเลย เหตุที่บอกเช่นนั้น เพราะว่าพอได้บัตรตรงนี้ออกมาแล้วนี่นะครับคนในหมู่บ้านเดียวกันรู้กันดีว่าคนไหนฐานะ เป็นอย่างไร แล้วก็ส่วนใหญ่คนที่เอามาอวด ๆ กันก็คือคนมีสตางค์ อันนี้ฉันได้บัตร ๆ แต่คนที่ จนจริงไม่ได้บัตร มันก็เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจว่า เอ๊ะทำไมฉันจนแล้วนี่ฉันยังต้องได้รับการ ซ้ำเติมอย่างนี้ ฉันยังไม่ได้รับความยุติธรรมจากรัฐอีกหรือ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมอยากให้ กระบวนการในการได้มาซึ่งบัตรคนจนอย่างที่เราเรียก ๆ กันขอโทษนะครับที่ใช้คำนี้ ผมอยากให้มีความรอบคอบแล้วได้มีการทบทวนนะครับ ผมคิดว่าผมเชื่อมั่นในผู้บริหาร กองทุนนะครับว่าท่านจะต้องมีวิธีการที่จะทำให้จุดรั่วไหลเหล่านี้มันน้อยลงนะครับ เพราะฉะนั้นผมหวังเป็นอย่างยิ่งนะครับที่อยากจะให้ผู้บริหารกองทุนได้ช่วยตรงนี้มาก ท้ายที่สุดที่อยากจะขอฝากแล้วย้อนกลับมาอีกทีหนึ่งก็คือในเรื่องของคนพิการ ท่านครับ ความพิการไม่ว่าจะเพิ่งเกิดขึ้นมาตั้งแต่กำเนิดหรือว่ามาเกิดทีหลังในความพิการน่าสงสาร ทั้งนั้นล่ะครับ นอกจากเรื่องบัตรคนพิการที่ต้องมาต่ออายุกันทุก ๆ ๘ ปีเลิกสักทีเถอะครับ เพราะมันสร้างความยุ่งยากมากนะครับ สำหรับทั้งตัวผู้พิการเองแล้วก็ผู้ดูแล แต่สิ่งที่อยากจะ ให้กองทุนนี้ได้เอื้อมไปให้ถึงนั่นก็คือว่าอย่างน้อย ๆ คนละ ๒๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน นี่นะครับ ปีหนึ่ง ๒,๔๐๐ บาท อยากให้กองทุนอันนี้ได้เอื้อมถึงผู้พิการที่มีบัตรคนพิการ ทุก ๆ คนในประเทศไทยนะครับ ตัวเลข ณ วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๘ อย่างที่ผมบอกก็คือ ๒,๒๑๑,๐๐๐ กับอีก ๖๘๕ คนนะครับ ผมอยากให้ทั้งหมดนี้ได้รับและถ้าท่านมีวิธีการที่จะให้ ผู้พิการทั้ง ๔ ล้านกว่าคนได้รับในเงิน ๒๐๐ บาทต่อคนต่อเดือนก็ถือว่าเป็นพระคุณอย่างสูง นะครับ กราบขอบพระคุณครับ