พริษฐ์ ตั้งกระทู้ถามสด รัฐบาลล่าช้าแก้รัฐธรรมนูญ ชี้ขัดคำแถลงนโยบาย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

พริษฐ์ วัชรสินธุ ตั้งกระทู้ถามสดต่อรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบายที่บรรจุในคำแถลงนโยบายรัฐบาลเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว โดยชี้ให้เห็นความแตกต่างของผลลัพธ์ระหว่างนโยบายที่พรรคร่วมรัฐบาลเห็นต่าง พริษฐ์ วัชรสินธุ ชี้แจงนโยบายเร่งจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนโดยเร็วที่สุด เพื่อแก้ปัญหาทุจริตและเสถียรภาพทางการเมือง โดยวิพากษ์วิจารณ์ความล่าช้าของรัฐบาลในการผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ และตั้งคำถามถึงเหตุผลที่แท้จริงว่าเกิดจากข้อกังวลทางกฎหมายหรือจุดยืนทางการเมืองที่ไม่ต้องการแก้ พริษฐ์ วัชรสินธุ ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ชัดเจนในการส่งเรื่องร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไปยังศาลรัฐธรรมนูญ โดยวิพากษ์วิจารณ์การขาดความร่วมมือจาก สว. และชี้ให้เห็นความขัดแย้งของคำพูดระหว่างนายกรัฐมนตรีกับรองนายกฯ

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม พริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อดีตพรรคก้าวไกล วันนี้ขออนุญาตใช้สิทธิในการตั้งกระทู้ถามสดต่อท่านนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับอย่างน้อย ๒ นโยบายของรัฐบาลที่บรรจุอยู่ในคำแถลงนโยบายรัฐบาลที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อ รัฐสภาเมื่อกันยายนปีที่แล้ว ซึ่งแน่นอนว่าเป็นนโยบายที่เราย่อมคาดหวังให้ทุกพรรค การเมืองในซีกรัฐบาลนั้นร่วมกันผลักดันอย่างเป็นเอกภาพและอย่างสุดความสามารถ ๒ นโยบายที่ผมจะถามในวันนี้เป็น ๒ นโยบายของรัฐบาลที่ดูเหมือนจะมีความเห็นที่แตกต่าง ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน แต่กลับต้องเผชิญชะตากรรมและผลลัพธ์ ที่ไม่เหมือนกันสักเท่าไร

คำถามแรกครับ จะมุ่งเน้นไปที่นโยบายแรก นั่นคือเรื่องของการเร่งจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนโดยเร็วที่สุด ผมเห็นด้วยกับการที่รัฐบาลใช้คำว่า เร่ง เพราะผม เชื่อว่ารัฐบาลก็ทราบดีว่าหากประเทศเรายังคงอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ปัญหาเดิม ๆ หลายอย่างก็จะยังคงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นกลไกการต่อต้านการทุจริตที่ยังคงอ่อนแอ ถูกแทรกแซง ได้จนมีส่วนทำให้คะแนนความโปร่งใสของประเทศเราแย่ที่สุดในรอบ ๑๒ ปี หรือไม่ว่าจะเป็น ระบบการเมืองที่จะยังคงขาดเสถียรภาพ ขัดกับหลักนิติรัฐ นิติธรรม ซึ่งก็ส่งผลต่อการลงทุน จากต่างประเทศแล้วก็การเติบโตทางเศรษฐกิจ เมื่อสิ้นปีที่แล้วทุกอย่างก็ดูจะไปได้เร็วขึ้นครับ หลังจากที่ผมรวบรวมข้อมูลและหลักฐานเพื่อไปร่วมนำเสนอต่อคณะกรรมการของ ท่านประธานรัฐสภา จนท่านประธานเห็นตรงกันว่าเราสามารถลดจำนวนประชามติ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จาก ๓ ครั้ง เหลือ ๒ ครั้งได้ แล้วก็บรรจุ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ในวันที่ ๑๓-๑๔ กุมภาพันธ์ แต่แม้รัฐบาลทราบเรื่องนี้มาเป็นเดือน ๆ ตั้งแต่สิ้นปีมาจนถึง เดือนกุมภาพันธ์ รัฐบาลกลับไม่ได้มีความพยายามมากพอในการผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังกล่าว จะเสนอร่างของ ครม. เข้ามาก็ไม่มี แม้แต่จะพูดคุยกันในที่ประชุม ครม. ผมเข้าใจ ว่าก็ยังไม่เคยพูดคุยกัน แล้วพอถึงคิวต้องพิจารณาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วอย่างที่เราเห็นกัน ทาง สส. รัฐบาลก็ต่างร่วมกันทำให้การประชุมดังกล่าวล่มลงไป พรรคแกนนำรัฐบาลครับ พรรคต้นสังกัดของท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรองนายกรัฐมนตรีที่มาชี้แจงในวันนี้ก็ได้ พยายามอธิบายกับสังคมว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะว่าพรรคร่วมรัฐบาลและ สว. ที่เขาว่ากันว่า หัวใจเดียวกันนั้นมีข้อกังวลทางกฎหมาย ว่าสิ่งที่เราดำเนินการอยู่นั้นไปขัดกับคำวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญ ก็เลยจำเป็นต้องเดินอ้อมเพื่อส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญก่อน แม้ผมก็ต้องยืนยันว่าสิ่งที่รัฐสภาดำเนินการเมื่อสัปดาห์ที่แล้วไม่ได้มีอะไรที่ไปขัดกับ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ๔/๒๕๖๔ และแม้ผมก็ต้องย้ำอีกรอบหนึ่งว่าหากมีการส่งเรื่องไป ศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกแต่จะเป็นครั้งที่ ๓ ที่มีการส่งเรื่องในลักษณะทำนอง เดียวกัน แต่ผมก็เคารพว่าเป็นสิทธิของสมาชิกรัฐสภาที่จะสามารถเสนอให้รัฐสภามีมติ ส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญเป็นครั้งที่ ๓ ได้ คำถามที่ผมมีซึ่งเป็นคำถามแรกในกระทู้ถามสด ในวันนี้ คือทางรัฐบาลยืนยันใช่หรือไม่ว่าเหตุผลที่ทำให้พรรคร่วมรัฐบาลและ สว. ที่เขาว่า กันว่าหัวใจเดียวกันนั้นยังไม่พร้อมสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันนี้เป็นเพราะข้อกังวล ทางกฎหมายที่ท่านเชื่อว่าจะสามารถ Clear ได้ผ่านการส่งเรื่องไปศาลธรรมนูญ ไม่ใช่เพราะ จุดยืนทางการเมืองของพรรคร่วมรัฐบาลที่ลึก ๆ แล้วไม่ได้อยากแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งถ้าเป็น ปัญหานั้นจะ Clear ได้ก็ต้องอาศัยภาวะความเป็นผู้นำของท่านนายกรัฐมนตรี ในคำถาม หลักนี้มันมีข้อสงสัยย่อย ๓ ประการที่อยากจะฟังจากท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ

ประการที่ ๑ คือหากสิ่งที่พรรคร่วมรัฐบาลและ สว. ต้องการเพื่อเดินหน้าต่อ คือความชัดเจนจากศาลรัฐธรรมนูญ แล้วเหตุใดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วครับ เราเห็นว่า สส. พรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคภูมิใจไทยเกือบ ๗๐ คน และ สว. ที่เขาว่ากันว่าหัวใจเดียวกัน ๑๐๐ กว่าคน กลับไม่มาลงมติสนับสนุนเพื่อเร่งส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ

ข้อสงสัยประการที่ ๒ จริงอยู่ว่า ๒ วันก่อนหน้านี้เมื่อวันอังคารครับ หัวหน้า พรรคภูมิใจไทยออกมาให้สัมภาษณ์ว่า สส. นั้นพร้อมจะเปลี่ยนใจไปร่วมโหวตและสนับสนุน การส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ และพร้อมจะสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญหากสิ้น ข้อสงสัยเรื่องของข้อกฎหมาย แต่ตราบใดที่ สว. ที่เขาว่ากันว่าหัวใจเดียวกันไม่มาร่วม สนับสนุนญัตติในการส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญด้วยอะไรจะเป็นหลักประกันว่าแม้ ศาลรัฐธรรมนูญให้คำตอบกลับมาว่าสามารถเดินหน้าต่อได้ สว. กลุ่มนี้จะไม่ขัดขวาง การแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยเหตุผลอื่น เพราะแม้คน ๒ กลุ่มอาจจะมีหัวใจเดียวกัน แต่เขา อาจจะตั้งใจแสดงออกไม่เหมือนกันได้เช่นกันนะครับ

ส่วนข้อสงสัยประการสุดท้ายครับในรอบแรก ถึงแม้ว่าหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะออกมายืนยันเมื่อ ๒ วันที่แล้ว แต่ ณ เวลานี้ผมคิดว่าเราต้องตั้งคำถามกับตัวเองแล้วว่า คำพูดของใครบ้างที่เราสามารถเชื่อถือได้ เพราะเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเราเห็นว่าท่านรองนายก หรือว่าท่านหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยนั้นกับท่านนายกรัฐมนตรีก็พูดไม่ตรงกันต่อหน้า พี่น้องประชาชนครับ เพราะเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้วในขณะที่ท่านนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ กับนักข่าวว่าเคยมีการคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลเรื่องของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว แต่พอ ผ่านมาไม่กี่ชั่วโมงในรายการสัมภาษณ์ออนไลน์ช่วงเย็นวันพฤหัสบดีวันเดียวกันเลยครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีหรือว่าหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกลับให้สัมภาษณ์ว่าท่านนายกรัฐมนตรี ไม่เคยมาคุยเรื่องร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาก่อนเลย ตกลงแล้วคำพูดของใครที่เราควรจะเชื่อถือ กันได้ คำพูดของท่านรองนายกรัฐมนตรีหรือคำพูดของท่านนายกรัฐมนตรีกันแน่ครับ ดังนั้น ในรอบแรกตามที่ปรากฏในสไลด์คือ ๓ คำถาม หรือว่า ๓ ข้อสงสัยย่อยที่อยากจะฟังคำตอบ จากท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ