ปารมี ไวจงเจริญ หารือเรื่องปัญหาฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพมหานครและจังหวัดอื่น ๆ โดยขอให้ตั้ง "War Room" เพื่อวิเคราะห์สภาพอากาศและปิดโรงเรียนในพื้นที่สีแดงอย่างเร่งด่วน และแนะนำการปลูกต้นไม้เพื่อลดฝุ่นละอองและปัญหามลพิษทางอากาศ และขอกระทรวงที่เกี่ยวข้องดำเนินการเร่งด่วน
กราบเรียนประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ปารมี ไวจงเจริญ ผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ดิฉันจะขอพูดเน้นในประเด็นปัญหาฝุ่น PM2.5 ในสถานศึกษา การรับมือกับฝุ่น PM2.5 ในโรงเรียนเป็นเรื่องสำคัญมากท่านประธาน เพราะว่าปัญหานี้กระทบต่อสุขภาพของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ฝุ่น PM2.5 มีอันตรายหลายอย่างต่อสุขภาพกายและส่งผล ต่อเนื่องไปถึงสุขภาพจิต ความปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาสำคัญ ที่สุดค่ะท่านประธาน แต่ดิฉันก็เพิ่งรับทราบมาไม่กี่ชั่วโมงนี้เองว่าตอนนี้กระทรวงศึกษาธิการ ก็สั่งปิดโรงเรียนในพื้นที่สีแดง อันนี้ดิฉันก็ต้องขอขอบคุณ คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ที่ได้ยื่นญัตติด่วนนี้เข้าสภา จึงทำให้หน่วยงานต่าง ๆ ขยับทันที แล้วก็ต้องขอขอบคุณไปยังกระทรวงศึกษาธิการด้วยที่ได้ดำเนินการทันทีในการสั่งปิด โรงเรียนในพื้นที่สีแดง แต่ว่าสั่งการปิดไป ๗ วัน ท่านประธานดิฉันยังมีความเห็นว่าอาจจะ ไม่เพียงพอ เพราะปัญหาฝุ่น PM2.5 น่าจะรุนแรงต่อเนื่องอีกหลายวัน จึงขอวิงวอน กระทรวงศึกษาธิการรวมไปถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งกำกับดูแลโรงเรียนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพมหานคร หรือเทศบาลต่าง ๆ อยากจะให้ตั้ง War Room ขึ้นมาเลยค่ะ เพื่อตั้ง War Room แล้ววิเคราะห์วันต่อวันเลยค่ะ ปัจจุบันนี้เรามีเครื่องมือใช่ไหม เรามีเครื่องมือ Application ต่าง ๆ ที่ใช้วิเคราะห์สภาพอากาศที่ทันสมัยและแม่นยำมาก ดิฉันขอตั้งข้อสังเกตสักเล็กน้อยว่ากระทรวงศึกษาเพิ่งขยับปิดวันนี้ แต่จริง ๆ ปัญหาฝุ่นมีมา หลายวันแล้ว แต่เทคโนโลยีหรือ Application วิเคราะห์สภาพอากาศทันสมัยมากท่านน่าจะ นำมาใช้ประโยชน์ให้เร็วกว่านี้ เพราะฉะนั้นดิฉันขอเสนอข้อเสนอแนะเร่งด่วนกับ ข้อเสนอแนะระยะยาวสั้น ๆ นะคะท่านประธาน ไม่รบกวนเวลาท่านมาก ข้อเสนอแนะ เร่งด่วน ๕ ประการ
ประการแรก เรื่องกรณีปิดโรงเรียน แต่อันนี้ก็ได้ดำเนินการปิดไปแล้ว แต่ดิฉัน ก็ขอเน้นย้ำให้กระทรวงศึกษาและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่าลืมที่จะตั้ง War Room วิเคราะห์รายวันด้วย
ข้อที่ ๒ มาตรการเร่งด่วน ปิดโรงเรียนแค่ ๗ วันเหมือนอย่างที่ดิฉันบอกไม่พอ ช่วงฤดูกาลฝุ่น PM2.5 ซึ่งพบในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และอีกหลาย ๆ จังหวัด ดิฉันขอเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นงดกิจกรรมหน้าเสาธง และกิจกรรมกลางแจ้งทุกประเภทเลย เพราะว่าตอนนี้ไว้ใจไม่ได้เลย ฝุ่นมีกระจายฟุ้งไปทั่ว ต้องงดทันทีเลยค่ะท่านประธาน
ข้อเสนอเร่งด่วนที่ ๓ โรงเรียนควรจัดเตรียมหน้ากากอนามัย N95 เพราะ หน้ากากอนามัยหรือแมสก์ปกติไม่พอสำหรับการจะป้องกันฝุ่น PM2.5 อยากให้โรงเรียน จัดเตรียมหน้ากากนี้ให้กับนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาด้วย
ข้อเสนอเร่งด่วนที่ ๔ ดิฉันอยากวิงวอนให้กระทรวงศึกษาธิการ องค์กร ปกครองท้องถิ่นและโรงเรียนต่าง ๆ รณรงค์ทำความสะอาดโรงเรียนให้ปราศจากฝุ่น โดยเฉพาะ โต๊ะ เก้าอี้นักเรียนค่ะท่านประธาน เป็นที่หมักหมมของฝุ่นเป็นจำนวมาก อยากให้ทุกโรงเรียนดำเนินการ Big Cleaning กัน ทุกสัปดาห์เลย ทำกันตลอดต่อเนื่องไปเลยยิ่งดี
เร่งด่วนอันที่ ๕ ดิฉันขอวิงวอนให้กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องสร้างห้องเรียนสะอาด ห้องเรียนปลอดฝุ่น ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในห้องเรียน ต่าง ๆ เหล่านี้ แต่ดิฉันเข้าใจเรื่องติดที่งบประมาณ ในบางโรงเรียนที่ยังไม่มีงบอาจจะหาพื้นที่ ปลอดภัยที่เป็นพื้นที่ส่วนกลาง เช่น ห้องประชุม ห้องสมุด ห้องกิจกรรม แล้วติดตั้งเครื่อง ฟอกอากาศในห้องนั้น เพื่ออย่างน้อยให้นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาได้มีพื้นที่ ปลอดภัยปราศจากฝุ่นในโรงเรียน
ส่วนมาตรการระยะยาว ดิฉันอันดับแรกขอเสนอให้โรงเรียนต่าง ๆ ติดตั้ง อุปกรณ์เพื่อดักจับและลดฝุ่นในโรงเรียนจะได้ช่วยป้องกันและลดฝุ่นตรงนี้ได้
มาตรการระยะยาวที่ ๒ อันนี้อาจจะต้องใช้เวลาหน่อย แต่ถ้าเราจริงจังและ จริงใจที่จะทำดิฉันว่าทำได้ คือขอความร่วมมือจากผู้ปกครองให้จอดรถนอกโรงเรียน และรณรงค์ให้ทุกคนในโรงเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษาดับเครื่องยนต์ขณะจอดรถทั้งใน อาคารและนอกอาคารในโรงเรียนก็จะช่วยได้
อีกประเด็นหนึ่งคือเรื่องปลูกต้นไม้ โรงเรียนต่าง ๆ เดี๋ยวนี้สร้างแต่สิ่ง ปลูกสร้างที่เป็นอาคารคอนกรีต แต่เราปลูกต้นไม้กันน้อยมาก ต้นไม้นี่สำคัญมากนะคะ ท่านประธาน ถ้าเราปลูกต้นไม้มากขึ้นจะช่วยดักฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศได้ เหล่านี้ เป็นมาตรการเร่งด่วนและระยะยาวที่ดิฉันเห็นว่าจะช่วยบรรเทาปัญหานี้ได้ ก็อยากจะขอให้ คณะรัฐมนตรีรับญัตติด่วนของคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรคประชาชน ไปพิจารณา ดำเนินแก้ไขโดยเร่งด่วน ขอบคุณค่ะ