วาโย อัศวรุ่งเรือง อภิปรายปัญหาปลาหมอคางดำที่กลายเป็นวาระแห่งชาติ หลังการนำเข้าในปี 2553 โดยบริษัทเอกชนภายใต้ข้อตกลงวิจัย แต่เกิดการรั่วไหลสู่ธรรมชาติและแพร่ระบาดอย่างกว้างขวาง จนก่อปัญหาสิ่งแวดล้อมและตั้งคำถามต่อการกำกับดูแลของหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะเมื่อพบตัวอย่างในพื้นที่กรมประมงเอง พร้อมเสนอให้มีการเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอของสัตว์น้ำที่นำเข้าอย่างเป็นระบบและกำหนดเป็นกฎหมาย เพื่อป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอยในอนาคต ขณะเดียวกันตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสในการทดลองของบริษัทเอกชนที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ทั้งการไม่ส่งตัวอย่างครีบและการไม่ทำลายซากปลา พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงอย่างเปิดเผย เนื่องจากสภาฯ ขาดอำนาจในการเรียกข้อมูลและสอบสวนอย่างเต็มที่
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม วาโย อัศวรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ กับการอภิปรายในญัตติปลาหมอคางดำในวันนี้ ผมเชื่อว่าภาพสะท้อนในสภาผู้แทนราษฎรของเราวันนี้ เป็นภาพที่น่าชื่นใจ เพราะว่า ทั้งฝ่ายค้านเอง แล้วก็ฝ่ายรัฐบาลเอง มีความกระตือรือร้นอย่างยิ่งในวาระนี้ที่กลายเป็น วาระแห่งชาติแล้ว แล้วก็เห็นตรงกันว่ามันเป็นปัญหาจริง ๆ ญัตติของเรานี่ถึงกับขนาดว่า มีรัฐมนตรี ท่านอรรถกร ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน มาอภิปรายด้วยตนเองด้วยนะครับ ถือว่ามีทั้ง ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล แล้วก็ตัวรัฐมนตรีเองด้วยที่ให้ความสนใจในวันนี้นะครับ ผมขออนุญาต สรุปอีกครั้งหนึ่งแบบสั้น ๆ เข้าใจง่าย ๆ นะครับท่านประธาน แต่ผมคิดว่าในเรื่องของ ความน่ากลัว ในเรื่องของพิษภัยต่าง ๆ ของตัวปลาหมอคางดำคงไม่ต้องสรุปแล้วนะครับ ขออนุญาตนำสไลด์ขึ้นนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ขออนุญาตสรุปเหตุการณ์ อีกครั้งหนึ่งนะครับว่า ในประเทศไทยของเราไม่เคยมีสัตว์สายพันธุ์นี้เข้ามาเหยียบอยู่ใน แผ่นดินเราเลย นับตั้งแต่เป็นประเทศไทยย้อนกลับไปถึงเป็นสยามประเทศ ไม่มีนะครับ มีครั้งแรกที่มันจะปรากฏเข้ามา เหยียบมาเป็นชื่อวิทยาศาสตร์ตอนปี ๒๕๔๙ มีบริษัทเอกชน ขอนำเข้ามาวิจัยและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ IBC คือคณะกรรมการความหลากหลาย ทางชีวภาพของกรมประมง ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย มาตรา ๕๔ ของ พ.ร.บ. การประมง ๒๕๙๐ ต้องขออนุญาต แต่การอนุญาตนั้นมีเงื่อนไขครับ การอนุญาตแบบมีเงื่อนไขมันจะไม่ ครั้งเดียวจบท่านประธาน มันจะมีอายุ ใบอนุญาตมีอายุสักประมาณ ๑ ปี ปี ๒๕๔๙ จบปี ๒๕๕๐ ยังไม่เอาเข้ามา ปี ๒๕๕๑ ขอใหม่ท่านประธาน จบปี ๒๕๕๒ ยังไม่พร้อมเอา เข้ามา ปี ๒๕๕๓ เลยขอใหม่อีกรอบหนึ่ง เพราะบอกว่าติดต่อกับบริษัทผู้ขายปลาที่กานา ได้แล้ว แล้วก็นำเข้ามาเหยียบแผ่นดินไทยครั้งแรก ปลาหมอคางดำเข้ามาในแผ่นดินไทย ครั้งแรกเดือนธันวาคม ๒๕๕๓ ผ่านไปเดือนเดียวท่านประธาน มกราคม ๒๕๕๔ ทางบริษัทเอกชนผู้ทำวิจัยบอกว่าเจ๊ง ไม่ทำแล้ว ปลาตายหมด เหลือ ๕๐ ตัว เลิก แต่หลังจากนั้นท่านประธานครับ หลังจากนั้นภายในปีเดียวกัน จากรายงานกรมประมงในช่วง ปลายปี ๒๕๕๔ ชาวบ้านพบปลาหมอคางดำที่ไม่เคยปรากฏเลยในประเทศไทยมาก่อน จนมีคนเอาเข้ามาตอนปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ เจอเลยในปีเดียวกันนั่นละครับ แล้วเจอที่ไหน เจอแถว ๆ คลอง รอบ ๆ ศูนย์วิจัย หลังจากนั้นก็เริ่มแพร่ระบาดออกไปในจังหวัดใกล้เคียง เป็น ๒ จังหวัด ๓ จังหวัด ๔ จังหวัด ๕ จังหวัด ๖ จังหวัดว่ากันไป มีข้อถกเถียงในช่วง ปี ๒๕๕๖ ถึงปี ๒๕๕๙ ว่ามันระบาดจนถึงขนาดว่ามันมีการส่งออกปลาหมอคางดำหรือเปล่า ตรงนี้ยังเป็นข้อถกเถียงกัน ปี ๒๕๖๐ ชาวบ้านเริ่มไปร้อง เพราะมันไม่ไหวแล้วจริง ๆ ระบาดไป ๕-๖ จังหวัด ชาวบ้านไปร้องคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ชาวบ้านไปร้องที่กรมประมง ลงไปตรวจในพื้นที่ Lab ตรงนั้น ปรากฏหว่านแหไปในบ่อพักน้ำเจอปลาหมอคางดำใน Lab ของกรมประมง ใน Lab ของบริษัทเอกชนยังอยู่ตรงนั้นเลย ทีนี้มันเลยเกิดคำถามครับ ท่านประธาน
สไลด์ถัดไปครับ มันจึงเกิดคำถามขึ้นมาว่า สรุปแล้วปลาที่ระบาดกันอยู่นี้ มันหลุดมาจากการวิจัยหรือเปล่า ผมก็เลยต้องสืบค้นต่อไป ท่านประธานครับ ปรากฏมี ท่านอาจารย์อภิรดี ท่านได้ทำวิจัยเรื่องนี้เอาไว้แล้ว และตีพิมพ์ตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ โดยท่านเก็บ ตัวอย่างตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ ไล่เรื่อยเป็นต้นมา โดยยังมีการเปรียบเทียบถึงตัว พันธุกรรมของปลาที่จับได้ในบ่อพักใน Lab ของเอกชนตอนปี ๒๕๖๐ ด้วย งานวิจัยนี้ชื่อว่า การวิเคราะห์เส้นทางการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำในเขตพื้นที่ชายฝั่งของไทย จากโครงสร้างทางพันธุกรรมของประชากร ผมก็ไปอ่านว่าเรื่องของพันธุกรรมมันจะช่วย หาต้นตอเส้นทางการแพร่ระบาดและแหล่งที่มาของปลาที่มันระบาดได้อยู่หรือไม่
สไลด์ถัดไป ท่านอาจารย์อภิรดีได้สรุปผลการศึกษางานวิจัยนี้ออกมาว่า ระยะห่างทางพันธุศาสตร์ท่านว่ามันต่ำ ความใกล้ชิดกันของ DNA มันต่ำมาก แสดงให้เห็นว่า อะไรครับ แสดงให้เห็นว่า แต่ละประชากรย่อยของปลานี่ไม่มีความแตกต่างทางพันธุกรรม มากนัก การศึกษาในครั้งนี้ช่วยยืนยันที่มาของการแพร่ระบาด โดยข้อมูลระยะห่างทาง พันธุศาสตร์และการจัดลำดับความสัมพันธ์เชิงวิวัฒนาการ ชี้ให้เห็นว่าประชากรปลาหมอ คางดำที่แพร่ระบาดในประเทศไทยมีแหล่งที่มาร่วมกัน คือมันเป็นพี่น้องกันหมดว่าอย่างนั้น ท่านประธาน มาจากพ่อแม่กันแค่ไม่กี่คู่ มันมาร่วมกัน
สไลด์ถัดไปครับ จากการศึกษาโดยกรมประมงนี้เอง ที่ตีพิมพ์ตอนปี ๒๕๖๕ ได้มีข้อเสนอแนะออกมาครับว่า การระบุแหล่งต้นกำเนิดนะครับ ต้นกำเนิดเลยว่าสรุป มันมาจากไหน ในการศึกษาครั้งนี้ยังทำไม่ได้ครับ เพราะไม่มีตัวอย่าง DNA ตอนต้น มาเทียบ อาจารย์จึงแนะนำว่า ดังนั้นการเก็บตัวอย่าง DNA ของสัตว์น้ำที่นำเข้ามาเพื่อเป็น ตัวอย่างอ้างอิงในทุก ๆ ครั้งสำหรับสัตว์น้ำที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด จึงมีความจำเป็น อย่างยิ่ง เพื่อเอามาเป็นตัวเทียบ ซึ่งจะทำให้การวิเคราะห์และพิสูจน์แหล่งประชากร ต้นกำเนิดนั้นเป็นไปได้โดยง่าย แล้วก็ถูกต้องมากยิ่งขึ้น เมื่อเราทราบอย่างนี้ครับท่านประธาน ผมก็นั่งอ่านแล้วก็นั่งคิดตามไป เอ๊ะ แล้วประเทศไทยเราไม่มีกฎหมายที่จะกำหนดให้คนที่ ขออนุญาตนำเข้ามานี่ต้องเก็บตัวอย่าง DNA หรือ
สไลด์ถัดไปครับ ผมก็เลยต้องย้อนกลับไป สืบค้นพบว่ามติ IBC คือมติความ หลากหลายทางชีวภาพของกรมประมง ครั้งที่ ๒/๒๕๕๓ ลงวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๕๓ ที่อนุญาตให้บริษัทเอกชนนำเข้าปลาหมอคางดำอย่างมีเงื่อนไขนั้น ปรากฏ ๔ ข้อในการประชุม ของเขา
๑. ให้กรมประมงเก็บตัวอย่างครีบโดยไม่ทำให้ปลาตาย ๓ ตัว เก็บตัวอย่างครีบ ผมก็ไปสืบค้นต่อว่าเก็บทำไม ปรากฏว่าไอ้คำ ๆ นี้มันเป็นคำทางเทคนิคท่านประธาน ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Fin Clipping การทำ Fin Clipping มันทำเพื่อเก็บ DNA โดยเฉพาะ วันก่อนผมไปดูมาแล้วครับ ที่ DNA Bank ที่กรมประมง ชั้น ๖ ก็คือตัวอย่างครีบแบบนี้ละ เขาเก็บเพื่อสำหรับตรวจ DNA ก็ตรงตามที่ท่านอาจารย์อภิรดีว่าไว้เมื่อสักครู่นี้
๒. เมื่อสิ้นสุดการทดลอง ให้ผู้ขอนำเข้าแจ้งผลการทดลองกับกรมประมงด้วย มันก็แน่นอน ก็ควรจะต้องเป็นอย่างนั้น
๓. ควรต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้สัตว์ทดลองหลุดรอดไปในธรรมชาติด้วย ก็แน่นอน
๔. ในกรณีที่ผลทดลองได้ผลไม่ดี ผู้นำเข้าไม่ประสงค์จะใช้ปลาต่อไป ขอให้ ทำลายแล้วก็เก็บซากไว้ให้กับกรมประมงตรวจสอบนะครับ ทำลายแล้วเก็บซากเอาไว้ ให้กรมประมงตรวจสอบ ไม่ใช่ทำลาย ฝังกลบ หายไป สร้างตึกทับนะท่านประธาน
สไลด์ถัดไปครับ ทีนี้พอไปฟังในข่าว เขาก็บอกว่ามี ๒ เงื่อนไขบ้าง เอ๊ะเรา อ่านมามี ๔ เงื่อนไข อ๋อ ๒ เงื่อนไขมันปรากฏอยู่ในหนังสือที่กรมประมง IBC ส่งให้กับ บริษัทเอกชน เมื่อสักครู่นี้เขาประชุมกันวันที่ ๒๒ เมษายนใช่ไหมท่านประธาน ออกมา ๔ ข้อ แต่ถึงเวลาจริงส่งไปให้บริษัทเอกชนส่งไป ๒ ข้อ อันนี้ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน แต่โอเคละ เพื่อความเป็นธรรมถือว่าบริษัทบริษัทเอกชนได้รับแค่ ๒ ข้อ รับอะไรไปบ้าง ๑. ให้เก็บตัวอย่างครีบ ๒. เรื่องของการทำลาย ขอใช้เวลาตรงนี้นิดหนึ่ง เพราะตรงนี้สำคัญ ให้เก็บตัวอย่างครีบ ก็คือ Fin Clipping ในน้ำยาเก็บตัวอย่างแล้วก็ส่งมา อันนี้คือแปลว่า อะไรท่านประธาน เป็นหน้าที่ของบริษัทเอกชนนะ IBC บอกให้บริษัทเอกชนเก็บครีบ แล้วก็ ดองใส่น้ำยาเก็บ แล้วก็ส่งมาที่กลุ่มความหลากหลายทางชีวภาพสัตว์น้ำ ให้หมายเลข โทรศัพท์ไว้ด้วย ข้อ ๒ เมื่อทดลองเสร็จแล้วก็ให้แจ้งผลการศึกษา แต่หากผลการศึกษา ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เรียกว่าเจ๊งก็แล้วกัน และไม่ประสงค์ที่จะทำการศึกษาต่อ ให้ทำลาย ปลาชุดดังกล่าวทั้งหมด โดยต้องแจ้งกรมประมงเพื่อส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบการทำลาย ต่อไปด้วย ปัญหาก็คือท่านประธานครับ ผมได้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นมา ก็คือคณะ อนุกรรมาธิการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำก็แล้วกัน เรียกสั้น ๆ ผมเป็นประธาน ก็พยายาม ที่จะหาข้อมูล เราก็พยายามหาตัวอย่างครีบ เราหาทำไม หาเพราะว่ามันจะมี DNA ถูกไหมครับ แล้วถ้ามันมี DNA มันก็จะไปตอบโจทย์ของอาจารย์อภิรดีเมื่อสักครู่นี้ แล้วมันก็จะเชื่อมได้ว่า สรุปแล้วปลานี้มาจากไหนกันแน่ มาจากการทดลองจริงหรือเปล่า แล้ว ๒. สิ่งที่ผมกำลัง พยายามตามหามา ผมประชุมกันมาวันนี้ครั้งที่ ๗ ปาไปเดือนครึ่ง จะ ๒ เดือนท่านประธาน ผมยังไม่ได้เลย คือข้อเสนองานวิจัย รายงานวิจัย Progression ของงานวิจัย และรายงานผล การทดลอง ขอกรมประมงไปก็ไม่ได้ ขอบริษัทเอกชนไปก็ไม่ให้ แต่ถ้าเราดูตามนี้ เมื่อสิ้นสุด การทดลอง ให้รายงานผลการศึกษา แล้วถ้าไม่รายงานผลการศึกษาแปลว่ายังไม่สิ้นสุด การทดลองหรือเปล่า หากผลการศึกษาไม่เป็นไปตามเป้าหมายและไม่อยากจะทำต่อ ให้ทำลายปลาทั้งหมดแล้วก็แจ้งกรมประมงเข้าตรวจสอบ หลักฐานหาไม่ได้เลยท่านประธาน ว่าตกลงทำลายหรือเปล่า ถ้าอนุมานว่าไม่ได้ทำลาย แปลว่าประสงค์จะศึกษาต่อหรือเปล่า สรุปการทดลองนี้มันสิ้นสุดหรือยังครับ และถ้าการทดลองนี้สรุปออกมาว่ายังไม่สิ้นสุด แล้วที่กรมประมงเข้าไปตรวจสอบที่ Lab ตอนปี ๒๕๖๐ แล้วเจอสัตว์ทดลองอยู่ก็คือ ปลาหมอคางดำที่ขออนุญาตเข้ามาทดลอง แล้ว DNA มันตรงกันหมด ทีนี้อาจจะจบได้ เหมือนกันท่านประธานครับ แต่สรุปเป็นอย่างไร ผมก็ไม่รู้ พยายามใช้หน้าที่และอำนาจ ในขอบเขตอย่างเต็มที่ ในฐานะอนุกรรมาธิการภายใต้ กมธ. อว. สผ. แล้ว ไม่รู้จะไปอย่างไรจริง ๆ ท่านประธาน เชิญเอกชนไปก็แล้ว ๒ ครั้ง ไม่มา ขอเอกสารไปแล้วเขียนอย่างละเอียดยิบ ไม่ให้ กรมประมงก็ไม่ให้ เอกชนก็ไม่ให้ มันเลยเป็นที่มาของวันนี้ว่าฝ่ายนิติบัญญัติไม่รู้จะทำ อย่างไร หน้าที่และอำนาจของเรามันถูก Nerf ลงจากรัฐธรรมนูญของ คสช. อย่างเต็มที่แล้ว อำนาจในการสอบสวนอะไรต่าง ๆ เราไม่มีเลยท่านประธาน อำนาจในการเรียกก็ไม่มี ต้องฝากผ่านท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ถึงท่านรัฐมนตรีว่าการจริง ๆ ว่า คำถามเหล่านี้เราจะตอบกันได้อย่างไร แล้วท่านก็อาจจะถามผมกลับมาว่า หมอจะมา Obsession อะไรกับหาครีบปลา ก็เพราะกฎหมายมันกำหนดว่า ห้ามนำเข้าปลาที่กำหนด พวกปลา Alien Species โดยไม่ได้รับอนุญาต แต่การอนุญาตนี้ เป็นการอนุญาตแบบมี เงื่อนไขใช่ไหมครับท่านประธาน ๒ ข้อ อย่างน้อยเมื่อสักครู่นี้ ผมยกตัวอย่างแบบนี้ ท่านประธานครับ สมมุตินะ สมมุติท่านประธานขอมาบ้านผม บอกหมอขอไปเที่ยวบ้านหน่อย ผมก็บอกว่าได้ครับท่านประธาน ท่านประธานเข้าบ้านผมได้ แต่ต้องถอดรองเท้า แต่ถ้าท่านประธานมาถึงท่านประธานไม่ยอมถอดรองเท้าแล้วเดินย่ำเข้าบ้านผมเลย หมายความว่าผมอนุญาตให้ท่านประธานเข้าบ้านไหมครับ ก็ต้องแปลว่าไม่ ถูกต้องไหมครับ ท่านประธานก็คือบุกรุกบ้านผม ถูกไหมครับ อันนี้สมมุตินะ เพราะฉะนั้นการอนุญาตแบบมี เงื่อนไข หากผู้ได้รับอนุญาตไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ก็เท่ากับไม่ได้รับอนุญาต สรุป ๒ เงื่อนไข ให้ตัดครีบ และให้ทำลายซากแล้วเก็บเอาไว้ให้กรมประมงตรวจสอบไม่ได้ทำทั้งคู่ แบบนี้ เรียกว่าได้รับอนุญาตไหมครับ ถัดไปครับ กฎหมายที่ผมว่าถึงก็คือตามนี้ครับ แล้วก็มีโทษตามมาตรา ๖๒ โทษปรับมันก็แค่ เล็กน้อยไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท โทษจำคุกก็ลงกับนิติบุคคลไม่ได้ แต่ยังมีข้อถกเถียงกันด้วยซ้ำว่า ตกลงจะใช้กฎหมายมาตรานี้ได้หรือไม่ เพราะปัจจุบันมี พ.ร.ก. การประมงปี ๒๕๕๘ สไลด์ถัดไปครับ ซึ่งก็คล้าย ๆ เดิม โทษหนักขึ้นนิดหน่อย กลายเป็นปรับ ๑ ล้านบาทได้ แต่ในกรณีอย่างนี้ ถ้าบริษัทเอกชนมีความผิดจริง การปรับ ๑ ล้านบาทนั้น ก็ถือว่ากระจอกมาก ๆ ถัดไปครับ ปัญหานี้ปัจจุบันมันไม่ใช่แค่เรื่องของการระบาดไปแล้วก็ระบาดมา แต่มันเป็นเรื่อง ที่ท่าน สส. นิติพล ได้พูดไปเมื่อสักครู่นี้ว่า มันเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม มันเป็นการทำลาย ทรัพยากรธรรมชาติ มันเป็นการทำลายอนาคตของลูกหลานไทยทรัพยากรธรรมชาติ ที่สูญเสียไปของประเทศไทยตีมูลค่าเท่าไร ปรับเมื่อสักครู่ ๑ ล้านบาทพอหรือเปล่า แต่เอาจริง ๆ ก็ยังไม่มีเจ้าภาพ กรมประมงก็ยังไม่ดำเนินการใด ๆ แต่มีกฎหมายนี้ครับ พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ปี ๒๕๓๕ มาตรา ๙๗ เขาบอกว่าใครทำลาย สิ่งแวดล้อมมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐตามมูลค่าทั้งหมด ตอนนี้ ทุกมาตรการที่รัฐมนตรีเองก็ตาม หน่วยงานต่าง ๆ เองก็ตามพยายามจะรับซื้อ พยายามที่จะ แก้ไขปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ ใช้เงินทั้งนั้นท่านประธาน เงินคือเงินภาษีของพวกเราและประชาชน ถ้ามันมีผู้ที่ควรจะต้องรับผิดชอบเขาควรจะต้องเป็นคนจ่ายเงินนี้แทนพวกเราทั้งหมด แล้วใครครับที่ต้องเป็นเจ้าภาพ รักษาการตาม พ.ร.บ. นี้คือใครครับ คือนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จนถึงบัดนี้ผมยังไม่เห็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมออกมาพูดเรื่องนี้เลยแม้แต่ ครั้งเดียว สไลด์ถัดไปครับ ถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถหาหลักฐานครีบของปลาตั้งแต่ต้นได้ แต่ท่านประธานลองย้อนดูอีกทีนะครับ ผมจะจบที่สไลด์นี้ ประเทศไทยก่อนปี ๒๕๕๓ ไม่เคยมีปลาหมอคางดำมาก่อนเลย เราไม่รู้จักปลาชนิดนี้ ไม่มีแม้แต่ชื่อเรียกท่านประธาน เข้ามา ๔-๕ ปีแรกยังเรียกชื่อกันมั่วซั่วไปหมด บางคนยังเรียกเป็นปลานิล เป็นปลาอะไร มั่วซั่วกันไปหมด ปลายปี ๒๕๕๓ คือธันวาคม บริษัทเอกชนนำเข้ามาเหยียบแผ่นดินไทย ที่ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ต้นปี ๒๕๕๔ บอกเลิกวิจัย ปลายปี ๒๕๕๔ เจอครั้งแรกในแหล่งน้ำแถว ๆ คลองตรงนั้นที่ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม มันคิดเป็นอื่นได้จริง ๆ หรือท่านประธาน งานวิจัยยังบอกอีกว่าที่มันระบาดเป็นแสน เป็นหมื่นล้านตัว ประชากรปลาหมอสีคางดำที่แพร่ระบาดในประเทศไทยมีแหล่งที่มา เดียวกัน แล้วมันเจอครั้งแรกที่ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม คนเอาเข้ามา ครั้งแรกที่ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม บอกว่าเลิกวิจัยต้นปี ๒๕๕๔ เจอครั้งแรกปลายปี ๒๕๕๔ มีเหตุอันควรเชื่อได้อย่างยิ่งท่านประธาน ถ้าเป็นคดีอาญา แล้วประชาชนฟ้องเอง แบบนี้ไต่อย่างไรศาลก็ว่ามีมูล แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีเจ้าภาพแม้แต่ คนเดียว ที่จะออกมาต่อสู้เพื่อเงินภาษี ต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อม ต่อสู้เพื่ออนาคตของลูกหลาน ของเรา จึงขออนุญาตเรียกร้องผ่านท่านประธานจริง ๆ ไปถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ช่วยรับภารกิจนี้จากสภาผู้แทนราษฎร ช่วยรับภารกิจนี้จากฝ่ายนิติบัญญัติ ไปปฏิบัติการด้วย ขอบคุณครับ