สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ตอบกระทู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเพื่อชี้แจงรายละเอียดการศึกษาในจังหวัดชายแดนใต้ โดยหารือเรื่องเงินอุดหนุนโรงเรียนเอกชน การตรวจสอบการจ่ายเงินเดือนครูผ่านธนาคาร และเสนอขอชดเชยย้อนหลังให้ครูเอกชน รวมถึงการปรับอัตราค่าตอบแทนโต๊ะครูให้เท่าเทียมกัน
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขออนุญาตที่จะมาตอบกระทู้ด้วยวาจากับท่าน สส. ซาการียา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของจังหวัดนราธิวาส ซึ่งให้ความห่วงใยกับการศึกษา โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนใต้ ท่าน พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ วันนี้มอบหมายให้กระผมมาตอบกระทู้ในรายละเอียดต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจะได้ถาม
ขออนุญาตที่จะตอบคำถามในคำถามข้อที่ ๑ เลยนะครับ ที่ท่านสมาชิกได้ ถามไว้ แน่นอนครับ กระทรวงศึกษาธิการได้มีการจัดงบประมาณเพื่ออุดหนุนค่าใช้จ่าย การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับโรงเรียนเอกชนตามระบบของกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วย การกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล พ.ศ. ๒๕๕๘ ที่กำหนดให้โรงเรียนที่ได้รับเงินอุดหนุนรายบุคคลต้องดำเนินกิจการให้เป็นไป ตามกฎหมาย และต้องนำเงินอุดหนุนรายบุคคลที่ได้รับไปจ่ายเป็นเงินเดือนครูไม่ต่ำกว่าวุฒิ ที่ทางราชการกำหนด โดยโรงเรียนเอกชนที่ขอยื่นรับเงินอุดหนุนรายบุคคลต้องแนบหลักฐาน การจ่ายเงินเดือนครูผ่านระบบธนาคารของเดือนที่ผ่านมา ประกอบคำร้องขอรับเงินอุดหนุน ทุก ๆ เดือนต่อสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน หรือสำนักงานศึกษาธิการ จังหวัด หรือแม้แต่สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดแล้วแต่กรณี เพื่อดำเนินการตรวจสอบ เอกสาร หลักฐานดังกล่าว และตรวจสอบว่าการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนให้เป็นไปตาม วัตถุประสงค์นั้นครบถ้วนหรือไม่ ทั้งนี้ หากโรงเรียนเอกชนรายใดไม่ดำเนินการตามที่ระเบียบ ประกาศไว้ครับ ทาง สช. ก็จะชะลอการจัดสรรเงินอุดหนุนในเดือนถัดไปจนกว่าโรงเรียนนั้น จะดำเนินการให้ถูกต้อง ก็สรุปง่าย ๆ ครับว่า ต้องมี Slip เงินเดือนที่จ่ายให้กับครูจริง เพื่อจะนำเอกสารนั้นแนบส่งให้กับ สช. จังหวัด หรือว่าศึกษาธิการจังหวัด หรือ สช. ส่วนกลางในทุก ๆ เดือน ถ้าโรงเรียนใดไม่มีเอกสารเหล่านั้นครับ สช. จะไม่อุดหนุนเงิน ในเดือนต่อไป นั่นก็คือการเป็นการรัดกุมการตรวจสอบอย่างเข้มงวดของเรา และแน่นอนครับ ถ้าเกิดมีเหตุการณ์ที่ท่าน สส. กล่าวมาจริง ขอให้นำเรื่องนี้นำเรียนแจ้งดำเนินการไปได้ที่ สช. จังหวัด ที่ศึกษาธิการจังหวัด หรือ สช. ส่วนกลางครับ พวกเรายินดีรับข้อร้องเรียนเหล่านั้น ไปตรวจสอบความจริง แต่ยืนยันท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับว่ากระบวนการเราชัดเจน ตรวจสอบทุกคนเลยนะครับว่าโรงเรียนจ่ายจริงหรือไม่ เป็น Slip เงินเดือนที่จะต้องผ่าน ระบบธนาคาร ซึ่งแน่นอนครับถ้าปลอมแปลงก็คงเป็นไปได้ยาก แต่ถ้าเกิดมีการจ่ายแล้วไปมีปัญหาอย่างที่ท่าน สส. กล่าวมานั้น อันนั้นสามารถร้องเรียนได้ แต่ยืนยันว่ากระทรวงจะไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนั้น เพราะกระทรวงนั้นตระหนักดีครับว่าขวัญและ กำลังใจของคุณครู โดยเฉพาะคุณครูจังหวัดชายแดนใต้เป็นสิ่งที่สำคัญ นอกจากนั้นที่ท่าน สส. ผู้ทรงเกียรติยังกล่าวถึงในมติ ครม. เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ที่คณะรัฐมนตรี เห็นชอบในหลักการปรับเพิ่มเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน รายการ เงินอุดหนุนรายบุคคลในส่วนของเงินสมทบเป็นเงินเดือนครู สำหรับโรงเรียนเอกชนสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา แล้วก็สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษา เอกชนนะครับ ก็เป็นข่าวที่น่ายินดีสำหรับครูเอกชน ทั้งที่สังกัดอาชีวศึกษา ทั้งสังกัดสามัญ ที่หลังจากมติ ครม. ครั้งก่อนมีการปรับเงินเดือนข้าราชการ และวันนี้เสียงเรียกร้อง ผมเอง ได้รับเรื่องร้องเรียน แล้วก็แสดงความคิดเห็นจากท่าน สส. ซาการียาเองก็ตาม สส. สฤษดิ์ บุตรเนียร เองก็ตาม ตลอดระยะเวลาว่าเงินเดือนข้าราชการขึ้นแล้ว เงินเดือนครูเอกชนเมื่อไร จะขึ้น แล้วก็ต้องขอบคุณคณะรัฐมนตรีที่มีมติเห็นชอบ และตอนนี้คณะกรรมการของเอกชน เราเอง กระทรวงศึกษาธิการเอง กำลังทำเรื่องเพื่อจะของบกลางครับ เพื่อจะชดเชยย้อนหลัง ตั้งแต่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๗ จนถึงงบกลางที่จะอนุมัติ ก็คือคุณครูเอกชนทุกคนจะได้รับ เงินเดือนย้อนหลัง ตั้งแต่ ๑ พฤษภาคม เหมือนกับคุณครูในระบบราชการเช่นกันนะครับ และงบประมาณปีต่อไปเราก็จะขอแปรญัตติในปี ๒๕๖๘ นี้ละครับ และปี ๒๕๖๙ เราก็จะขอ ประจำไว้ เพราะฉะนั้นเรื่องของเงินเดือนซึ่งเป็นขวัญและกำลังใจของคุณครูทั้งโรงเรียน เอกชน ทั้งทั่วประเทศ รวมทั้งจังหวัดชายแดนใต้ก็จะเป็นขวัญและกำลังใจที่ดีในการที่จะ สนับสนุนให้มีเงินที่สูงขึ้น ให้เหมาะสมกับค่าครองชีพ และส่วนที่ผมเคยมีโอกาสลงจังหวัด ชายแดนใต้ ท่านรัฐมนตรีว่าการก็ลงครับ ปัญหาของโต๊ะครูที่ผมเองก็มีโอกาสไปลงพื้นที่ กับท่าน สส. ซาการียา สะอิ แล้วก็ยังเจอเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชายแดนใต้ หลายท่าน หลายพรรคด้วย ทุกพรรคห่วงใยเช่นเดียวกันครับ ในเรื่องของโต๊ะครู ไม่ว่าจะเป็น โรงเรียนในปอเนาะ โรงเรียนของตาดีกาก็ตาม วันนี้เองค่าตอบแทนของโต๊ะครูที่แตกต่าง ระหว่างโรงเรียนตาดีกากับโรงเรียนที่เรียกว่า ปอเนาะ ยังแตกต่างกันอยู่ครับ และวันนี้ทาง สช. เราเห็นด้วยครับ ที่จะต้องปรับให้อัตราที่แตกต่างนั้นเท่ากัน รายละเอียดผมคงไม่แจง มากนะครับ ผมเชื่อว่าโต๊ะครูทราบดีครับว่าแตกต่างกันอย่างไร และแน่นอนครับ รับหลักการ มาโดยท่าน สส. ซาการียานี่ก็ตามเรื่องตลอด ผมก็เสนอเข้าไป สช. เองเห็นชอบ ตอนนี้เรื่อง กำลังอยู่ที่ กพต. นะครับ คณะกรรมการพัฒนายุทธศาสตร์จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่จะไป พิจารณาเรื่องนี้ ไม่เพียงแค่จะปรับโต๊ะครูของตาดีกาให้เท่ากับปอเนาะนะครับ แม้แต่จำนวน ของโต๊ะครูที่ทางโรงเรียนตาดีกา แล้วก็โรงเรียนปอเนาะขอมานะครับ ในอัตราต่าง ๆ ที่จะ ผันแปรตามเด็กนักเรียนนั้น นั่นก็อยู่ในกระบวนการพิจารณานะครับ ไม่ว่าจะเป็นว่าเราเคย มีหลักเกณฑ์ว่าเด็กนักเรียน ๖๐ คน จะได้จัดสรรครู ๔ คน เด็กนักเรียน ๖๐ คนขึ้นไปจะได้ จัดสรร ๖ คน แต่แน่นอนครับ สภาพความจริงไม่ใช่อย่างนั้น เราก็รับข้อเสนอตรงนี้จาก คณะกรรมการซึ่งยื่นเรื่องนี้เสนอมา เพราะฉะนั้นการดูแลระบบการศึกษาเอกชนภาคใต้ กระทรวงยืนยันครับ เราพยายามตรวจสอบเข้มงวดให้เป็นไปตามหลักการ แล้วก็การสร้างขวัญ และกำลังใจ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะครูของโรงเรียนตาดีกา โต๊ะครูในโรงเรียนปอเนาะหรือว่าของ สายสามัญทั่วไป เราเองกำลังทำเรื่องเพื่อจะของบประมาณเพิ่มเติมในเรื่องต่าง ๆ ที่เหมาะสม ต่อไป ทั้งอัตราเงินที่เพิ่มขึ้น จำนวนครูที่จะจัดสรรมากขึ้น ตอนนี้กำลังรวบรวมข้อมูลนะครับ เพราะว่าอะไรที่กระทรวงทำได้เราอยากทำได้ทันทีครับ แต่ทุกอย่างที่จะต้องทำจะต้องมีเหตุผล เพียงพอครับ เพื่อจะเสนอไปที่หน่วยงานที่ดูแลเรื่องงบประมาณโดยตรง ถ้าเกิดเราไม่มี เหตุผลที่เพียงพอ แน่นอนครับหน่วยงานก็อาจจะไม่พิจารณาตามที่กระทรวงศึกษาธิการ พิจารณา เพราะฉะนั้นวันนี้ข้อมูลที่รวบรวมอย่างรวดเร็วที่เราจะต้องทำแล้วก็จะเสนอเข้าไป ขออนุญาตตอบคำถามข้อที่ ๑ ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ