อรรถกร แจงแนวทาง 3 มิติ แก้ปัญหาปลาหมอสีระบาด

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๗

อรรถกร ศิริลัทธยากร ชี้แจงถึงที่มาและกระบวนการนำเข้าปลาหมอสีคางดำในปี 2553 พร้อมย้ำถึงความผิดพลาดในการควบคุมการแพร่ระบาด และยืนยันนโยบายไม่สนับสนุนการเลี้ยงแต่เน้นการกำจัดอย่างเด็ดขาด

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส. จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมต้องขอบพระคุณน้องกาย ท่าน สส. ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส. กรุงเทพมหานคร จากพรรคก้าวไกล ที่วันนี้ท่านได้กรุณามาถามกระทู้นี้ ผมเข้าใจว่าเป็นครั้งที่ ๒ ครั้งที่แล้ว ที่ท่านถามนี่ท่านไม่ได้ถามผม ผมยังไม่ได้อยู่ตรงนี้นะครับ แต่ว่าสิ่งที่ผมสามารถยืนยันได้ จากสิ่งที่ท่านได้อภิปรายถามผ่านท่านประธานมายังผม มายังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า กระบวนการต่าง ๆ ที่ท่านไล่เรียง Timeline ถูกต้องครับ ในวันที่ ๖ พฤษภาคม ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ในฐานะเจ้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมในฐานะรัฐมนตรี ช่วยว่าการ แล้วก็ท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ หรือว่าท่าน สส. กาย เรามีการลงพื้นที่กัน ไปรับฟังปัญหาจากพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำ ณ วันนั้นเราต้องยอมรับว่า ณ วันนั้นเราใช้คำว่า ปลาหมอสีคางดำ ก่อนที่จะมีการรณรงค์ว่า อันนี้มันไม่ควรใช้คำว่า ปลาหมอสี เพราะว่าคำว่า ปลาหมอสี มันจะเหมือนการสนับสนุน เลี้ยงเพื่อความสวยงาม ซึ่งผมเชื่อว่าที่ประชุมในวันนั้นเห็นตรงกันครับ และผมต้อง ขอบพระคุณนะครับที่เมื่อสักครู่นี้ท่านก็ได้อภิปรายว่า การประกาศรับซื้อเป็นการเพิ่ม การระบาด เป็นการเพิ่มจำนวนทวีคูณ ตรงนี้ผมเห็นด้วยครับ แล้วก็ยืนยันว่าแนวทาง การทำงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เราจะไม่สนับสนุนในการให้พี่น้องประชาชน ในการเลี้ยงเพิ่ม กำจัดอย่างเดียวเท่านั้น นั่นคือสิ่งที่ผมยืนยันได้ครับ กราบเรียนผ่าน ท่านประธานครับ วันนี้ผมไม่รู้ว่าผมโชคดีหรือโชคร้ายที่การตอบกระทู้สดที่สภาผู้แทนราษฎร เป็นครั้งแรกในชีวิต ผมได้มาตอบกระทู้ดาวสภา ท่าน สส. ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ก็หวังว่า จะเป็นโชคดี แต่ว่าอย่างไรก็ดีจะโชคดีหรือโชคร้าย สิ่งที่ผมยืนยันว่าการตอบในครั้งนี้ ผมหวังว่าพี่น้องประชาชนจะได้ประโยชน์ นั่นคือสาระสำคัญที่พวกเราเห็นตรงกันครับ ผมนำเรียนผ่านท่านประธานครับว่า แนวทางการทำงานและแนวทางการแก้ไขปัญหา ผมอยากให้มองเป็น ๓ มิติ เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกได้ถามในมิติแรกว่า เรื่องต้นตอ ของปัญหามาจากอะไร ผมขออนุญาตนำเรียนว่า ประเทศไทยมีการขออนุญาตอย่างที่ท่าน บอกเลยปี ๒๕๔๙ แล้วก็มีการอนุญาตให้นำเข้าปลาหมอ วันนั้นเขาน่าจะใช้คำว่า สีคางดำ ซึ่งก็คือปลาหมอคางดำ ปลาสายพันธุ์ Alien ที่เราเรียกกันปัจจุบันนี้ในปี ๒๕๕๓ โดยจาก ข้อมูลที่ผมได้รับจากกรมประมงว่า มีการนำเข้าปลาชนิดนี้อยู่ที่ ๒,๐๐๐ ตัว ซึ่งก็เป็น ระยะเวลา ๑๔ ปีก่อนแล้วนะครับ ซึ่งจากบริษัทที่ผมเชื่อว่าพี่น้องคนไทยเคยได้ยินชื่อ เป็นอย่างดีครับ อันนี้มันมีอยู่ในเอกสารอยู่แล้วเราไม่สามารถปฏิเสธได้ วัตถุประสงค์ ของการนำเข้าครับ ผมเชื่อว่าเป็นวัตถุประสงค์ที่ดีในการที่จะนำเข้ามาเพื่อพัฒนาสายพันธุ์ ให้เจ้าตัวปลาสามารถทนน้ำได้ดีกว่าเดิม ซึ่งกระบวนการเท่าที่ผมศึกษามานี้ก็คงจะเป็นการ ไขว้สายพันธุ์ต่าง ๆ เพื่อให้มันมีความคงทนยิ่งขึ้น เพื่อให้มันเกิดผลทางเศรษฐกิจนะครับ ผมต้องนำเรียนที่ประชุมครับเราปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่า ณ เวลานั้นในวันที่มีการนำเข้ามา ทุกอย่างนั้นเป็นไปตามตัวบทกฎหมาย มีการขออนุญาตถูกกฎหมายตาม พ.ร.บ. ประมง ปี ๒๔๙๐ ซึ่งขณะนั้น พ.ร.บ. ประมง ปี ๒๔๙๐ ระบุไว้แต่เพียงว่าจะอนุญาตหรือไม่อนุญาต ในการนำสัตว์น้ำจากต่างประเทศเข้ามา แต่การนำเข้ามันก็จะมีเงื่อนไข ซึ่งผมขออนุญาต นำเรียนเงื่อนไขว่ามันมีเอกสารมติในที่ประชุมระบุเลยว่า อนุญาตให้นำเข้าเนื่องจาก เป็นเรื่องเดิมที่เคยขออนุญาตแล้ว ซึ่งก็เคยขออนุญาตก่อนที่จะนำเข้าในปี ๒๕๕๓ คงจะมีการขอนำเข้าอยู่ประมาณ ๕,๐๐๐ ตัว แต่นำเข้าจริง ๒,๐๐๐ ตัว แต่ว่าภายใต้เงื่อนไขต่าง ๆ ๑. คือให้กรมประมงเก็บตัวอย่างครีบโดยไม่ทำให้ปลาตาย อย่างน้อย ๓ ตัว ๒. เมื่อสิ้นสุด การทดลองให้ผู้ขอนำเข้าแจ้งผลการทดลองแก่กรมประมง ๓. ควรมีการป้องกันไม่ให้ สัตว์ทดลองหลุดรอดไปในธรรมชาติ ๔. ในกรณีที่การทดลองได้ผลไม่ดี ผู้ขอนำเข้า ไม่ประสงค์จะใช้ปลาต่อไป ขอให้ทำลายและเก็บซากไว้ให้กรมประมงตรวจสอบ ผมไม่แน่ใจว่า ณ วันนี้ท่านเพื่อนสมาชิกท่านคิดอย่างไร แต่ผมนำเรียนว่าจากการตรวจสอบจากการระบาด ของปลาสายพันธุ์นี้ในช่วงปี ๒๕๖๐ และหลังจากนั้นผมก็เชื่อได้ว่ามันเป็นปัญหา ที่ลามมาจนถึงทุกวันนี้อย่างที่เราทราบกัน ผมได้ให้กรมประมงตรวจสอบย้อนหลังว่า ผมและกรมประมงยืนยันว่า ทางกรมประมงไม่พบหลักฐานของการนำส่งตัวอย่าง ของปลาสายพันธุ์นี้เข้ามาแต่อย่างใดนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วมันก็คือเป็นเรื่องน่าเสียดาย คือถ้าเรามีหลักฐานที่เคยเก็บไว้ ณ เวลานั้น การตรวจสอบย้อนกลับก็สามารถทำได้ ผมนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกด้วยความเคารพว่า ผมนี่จริง ๆ มองตาท่าน ผมก็รู้ว่าท่านคิดอย่างไร ท่านมองตาผม ท่านก็รู้ว่าผมก็คิดคล้าย ๆ กับท่านเหมือนกัน แต่ด้วยเอกสารที่ขณะนี้กรมประมงเรามีค่อนข้างจำกัด ซึ่งเป็นเอกสารที่ต้องอ้างอิง เมื่อประมาณหลายปีเป็นสิบปีที่แล้ว ผมไม่สามารถระบุไปได้ว่าในปี ๒๕๖๐ นั้นในการส่งมอบ ตัวอย่างเกิดขึ้นจริงหรือไม่ อาจจะเกิดขึ้นจริงแล้วไม่ได้มีหลักฐาน หรืออาจจะไม่ได้เกิดขึ้น จริงก็ได้ ณ วันนี้ แต่ว่าอย่างไรก็ดีครับ ผมในฐานะที่อยู่ตรงนี้เบื้องต้นผมก็ต้องเชื่อว่า กรมประมงเขาไปค้นแล้วนะครับ เขาไม่มีหลักฐานในการรับตัวอย่างจริง ๆ ถ้ามีตัวอย่าง อย่างที่ผมนำเรียนด้วยเทคโนโลยีทุกวันนี้เราสามารถนำไปตรวจสอบ DNA ย้อนกลับได้ เราก็จะสามารถทำงานร่วมกันเพื่อที่จะหาผู้ที่เป็นต้นตอ แล้วก็นำมารับผิดชอบต่อไปนะครับ ดังนั้นเองผมยืนยันต่อท่านประธานว่า ถ้าเพื่อนสมาชิกหรือท่านใดมีหลักฐานที่มันสามารถ ระบุถึงต้นตอ ระบุว่าใครเป็นคนทำ บริษัทใดเป็นคนทำ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมประมงยินดีครับที่จะทำงานร่วมกับท่าน เพื่อที่จะหาแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้ ต่อไปครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ