กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ขออนุญาตประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อนำเสนอข้อมูลผ่านสื่อประกอบการประชุมในนามตัวแทนราษฎรจังหวัดระยองเขต 1 จากพรรคประชาชน โดยหารือถึงผลกระทบจากการพัฒนาท่าเรือมาบตาพุดที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพของประชาชน และวิถีชีวิตประมงพื้นบ้าน พร้อมเรียกร้องให้มีการแก้ไขอย่างเป็นระบบเพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นซ้ำในอนาคต
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขต ๑ พรรคประชาชนค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
วันนี้ดิฉันขอมีส่วนร่วม ในการอภิปรายญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาหาแนวทาง แก้ไขปัญหาและพัฒนาท่าเรือของประเทศไทย โดยจะขอนำเสนอปัญหาที่เกิดขึ้นจากการ ก่อสร้างท่าเรือ ซึ่งส่งผลกระทบในหลาย ๆ ด้าน นั่นก็คือท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยองค่ะ โครงการนี้ได้เริ่มต้นจากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ปี ๒๕๓๑ ภายใต้โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก กำหนดให้พื้นที่ มาบตาพุดเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งใหม่ของประเทศ ภายใต้การดูแลของ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยมีการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรม เพื่อรองรับการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติและวัตถุเหลว สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีค่ะ โดยในระยะที่ ๑ เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๓๑ จนถึงปี ๒๕๓๕ ถมทะเลไปจำนวน ๑,๔๐๐ ไร่ ระยะที่ ๒ ปี ๒๕๓๕ จนถึงปี ๒๕๔๒ มีการถมทะเลอีกจำนวน ๑,๔๗๐ ไร่ และเมื่อไม่กี่ปีมานี้ คณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติเห็นชอบโครงการท่าเรืออุตสาหกรรม มาบตาพุด ระยะที่ ๓ เดือนตุลาคม ๒๕๖๑ แล้วก็ได้มีการลงนามสัญญาร่วมทุนกับ บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งเพื่อดำเนินโครงการนี้ แล้วก็คาดว่าจะมีการลงทุนรวมมูลค่ากว่า ๘๒,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็จะมีการถมทะเลเพื่อสร้างท่าเรือ แล้วก็พื้นที่อุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น อีก ๑,๐๐๐ ไร่ แน่นอนค่ะท่านประธาน การที่เราถมทะเลไปมากขนาดนี้ ย่อมส่งผลกระทบ ทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยู่ไม่น้อยเลยค่ะ ท่านประธานคะ ภาพในสไลด์ ก็คือภาพของหาดแสงจันทร์ ซึ่งตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด นับตั้งแต่มีการสร้างท่าเรือมา ทำให้ทิศทางของกระแสน้ำเปลี่ยนแปลงไป เกิดการกัดเซาะ ชายฝั่งอย่างรุนแรง จนต้องสร้างเขื่อนกันคลื่นแบบที่เราเห็น เพื่อป้องกันการกัดเซาะตลอด แนวชายหาด เป็นระยะทางประมาณ ๑๐ กิโลเมตรเลยค่ะท่านประธาน นอกจากนี้ก็ยังมี ปัญหามลพิษทางน้ำ ซึ่งเกิดขยะจากกิจกรรมบนเรือ มีการปล่อยน้ำเสียจากกระบวนการ อุตสาหกรรม ซึ่งประกอบไปด้วยสารเคมี แล้วก็โลหะหนัก อย่างเช่น ปรอท สารหนู หรือว่า สารเคมีอื่น ๆ รวมไปถึงมีเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลลงทะเล ซึ่งมีต้นเหตุมาจากการขนส่งน้ำมัน แล้วก็ก๊าซธรรมชาติในท่าเรือ ซึ่งส่งผลเสียแล้วก็เป็นผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศ แล้วก็สัตว์ทะเล ผลกระทบอีกด้านหนึ่ง ก็คือผลกระทบทางด้านสุขภาพของพี่น้องประชาชน ประชาชนในพื้นที่ต้องเผชิญกับมลพิษที่เกิดจากกิจกรรมในท่าเรือ และนิคมอุตสาหกรรม ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว เนื่องจากสารพิษแล้วก็ฝุ่นละอองจากโรงงาน หรือการขนส่งในท่าเรือเอง ทำให้ประชาชนจำนวนมากในพื้นที่ป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจบ้าง หอบหืดบ้าง รวมไปถึง ป่วยเป็นโรคมะเร็ง ซึ่งปัจจุบันจังหวัดระยองเป็นจังหวัดที่มีอัตราผู้ป่วยโรคมะเร็งสูงที่สุด ในประเทศไทยเลยค่ะท่านประธาน โดยเฉพาะมะเร็งเม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นผลมาจากการสูดดม หรือว่าการสัมผัสสารอินทรีย์ระเหยง่าย หรือที่เราเรียกกันว่าสาร VOCs แล้ววันนี้สิ่งที่ดิฉัน จะไม่พูดเลยไม่ได้ค่ะ ก็คือผลกระทบทางด้านวิถีชีวิต ด้านการประกอบอาชีพค่ะ มีหลาย ๆ อาชีพที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาท่าเรือนี้นะคะ ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร พ่อค้า แม่ค้า ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และอาชีพที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว ก็คงหนีไม่พ้นพี่น้องผู้ประกอบการอาชีพประมงพื้นบ้าน ที่เขาต้องสูญเสียพื้นที่ทำประมง สูญเสียแหล่งรายได้เลี้ยงชีพ เลี้ยงครอบครัวไป ทรัพยากรทางทะเลเสื่อมโทรม พื้นที่อนุบาล สัตว์น้ำถูกทำลาย ทำให้จับสัตว์น้ำได้น้อยลง ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ มิหนำซ้ำการชดเชยเยียวยาผลกระทบของโครงการดังกล่าว ก็ไม่ได้สอดคล้องกับสัดส่วน ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจริงกับพี่น้องประชาชน โดยทาง กนอ. ก็จ่ายค่าชดเชยให้รายละ ๔๗,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งตลอดระยะเวลาโครงการสร้างความเสียหายให้กับพ่อแม่ พี่น้องเฉลี่ยปีละประมาณ ๓๖๐,๐๐๐ บาทต่อราย ท่านประธานคะ ในขณะที่เราให้ ความสำคัญกับการพัฒนาท่าเรือ ให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เราต้องไม่ลืมให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ไม่ลืมที่จะให้ ความสำคัญในเรื่องของสุขภาพของประชาชน ไม่ลืมวิถีชีวิตของประชาชนชายฝั่ง รวมไปถึง การให้ความสำคัญในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณภาพ เพื่อที่จะได้ส่งต่อทรัพยากร ที่มีคุณค่าแบบนี้ให้กับลูกหลาน และต้องไม่ลืม หรือว่าทิ้งใครไว้ข้างหลังการพัฒนาแบบนี้ค่ะ วันนี้ที่ดิฉันนำปัญหานำผลกระทบจากการพัฒนาท่าเรือในพื้นที่มาบตาพุดมานำเสนอ แล้วก็ อภิปราย เพื่อที่จะได้นำมาเป็นบทเรียนให้กับสภาผู้แทนราษฎรของเราได้หาแนวทางในการ แก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีก ขอบพระคุณค่ะ