ชลธิชา ชี้คดีตากลายล่าช้า หนุนยุติธรรมเปลี่ยนผ่านสร้างสันติภาพ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๕ · ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๗

ชลธิชา แจ้งเร็ว หารือกรณีตากใบและปัญหาความยุติธรรมในพื้นที่ชายแดนใต้ โดยตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าในการติดตามคดี ความไม่เป็นธรรมในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐ และการไม่ดำเนินการอย่างจริงจังกับผู้หลบหนี พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลยืนยันความชัดเจนทางกฎหมาย คืนความยุติธรรมแก่ผู้เสียหาย และดำเนินการเยียวยาอย่างรอบด้านทั้งด้านจิตใจ การขอโทษอย่างเป็นทางการ และการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม โดยเสนอแนวคิดความยุติธรรมเชิงเปลี่ยนผ่านเพื่อสร้างสันติภาพและพิสูจน์ความตั้งใจจริงของรัฐต่อประชาคมโลก โดยเฉพาะในบริบทของการได้รับตำแหน่งในคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ

นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว ปทุมธานี

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคประชาชน ก่อนอื่นดิฉันขอใช้โอกาสนี้ในการขอบคุณเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๒ ท่าน ท่านแรก คือ คุณรอมฎอน ปันจอร์ จากพรรคประชาชนที่พยายามนำเรื่องคดีตากใบขึ้นมา พูดคุยในรัฐสภาของเรามาโดยตลอด และท่านที่ ๒ คือ คุณกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ซึ่งเป็น ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ซึ่งท่านเอง ก็มีความจริงจังและมีความตั้งใจจริง ๆ ที่หยิบยกเรื่องของการติดตามการดำเนินคดีกรณี ตากใบ เข้ามาพิจารณาในห้องกรรมาธิการ ซึ่งดิฉันเองก็นั่งอยู่ในห้องกรรมาธิการชุดนี้มาโดย ตลอดและในโอกาสนี้ดิฉันจึงขอร่วมอภิปรายในญัตติด่วนด้วยวาจากรณีตากใบและขอตั้ง ข้อสังเกตสั้น ๆ สัก ๓ ประการ ไว้ในที่ประชุมแห่งนี้

ข้อสังเกตประการแรก ดิฉันคิดว่าเราต้องเริ่มต้นจากการช่วยกันแก้ไข ความเข้าใจผิด ๆ ที่คลาดเคลื่อนกันไปไกลว่า เมื่อประชาชน หรือญาติของผู้ที่เสียชีวิตในกรณี ตากใบได้รับเงินเยียวยาจาก ศอ.บต. ไปแล้ว พร้อมกับเซ็นหนังสือยินยอมที่จะไม่ติดใจ เอาความกับเจ้าหน้าที่รัฐแล้วนั้นถือว่าคดีสิ้นสุดลงแล้ว อันนี้เป็นความเข้าใจที่ผิด เป็นความ เข้าใจที่คลาดเคลื่อนในมิติข้อกฎหมายที่ไปกันไกลมาก ๆ เพราะในกรณีของตากใบซึ่งมี ผู้ที่เสียชีวิตกว่า ๘๕ คน ถือว่าเป็นความผิดอาญาแผ่นดินไม่สามารถที่จะยอมความกันได้ แล้วในห้องกรรมาธิการการกฎหมาย ซึ่งเราได้มีการพิจารณาเรื่องเหล่านี้ ทางท่านประธาน ท่านกมลศักดิ์ ก็ได้มีการสอบถามแล้วก็จี้ไปทางอัยการและ ศอ.บต. อย่างชัดเจนว่ากรณีนี้ ถือว่าคดีสิ้นสุดแล้วจริง ๆ หรือไม่ ซึ่งทางอัยการและ ศอ.บต. ก็ยืนยันอย่างชัดเจนว่า แม้ญาติจะได้รับเงินเยียวยาไปแล้ว แต่ถือว่าคดีไม่สิ้นสุด ดังนั้นดิฉันก็คาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พวกเราโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐจะไม่ช่วยกันไปขยายความเข้าใจผิด ๆ ในลักษณะนี้ออกไปอีก

อีกประการหนึ่ง ขณะที่ดิฉันคิดว่าอาจจะต้องช่วยกันขยายความเข้าใจด้วย พอดีก่อนหน้านี้ท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ซึ่งท่านเองก็ได้นั่งเป็นกรรมาธิการในห้อง กรรมาธิการกฎหมายเช่นเดียวกับดิฉัน ก่อนหน้านี้ท่านเองก็ได้มีการตั้งคำถามว่าแล้วทำไม ญาติของผู้เสียหายถึงเพิ่งจะมาเริ่มกระบวนการ จริง ๆ ดิฉันอาจจะต้องขอย้อนเท้าความ ทรงจำสักเล็กน้อยว่า ในช่วงปลายปีที่แล้วทางกรรมาธิการก็ได้มีการเรียกหน่วยงานเข้ามา ชี้แจงในคดีตากใบ ท่านประธานคะ เรื่องน่าเศร้าเกิดขึ้นเมื่อทางเจ้าหน้าที่อัยการ และเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับชี้แจงในห้องกรรมาธิการการกฎหมายว่า ไม่ทราบว่าสำนวนคดีตากใบ หายไปไหน และนั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ญาติของผู้ที่เสียชีวิตกลับจะต้องมาริเริ่ม แล้วก็ ฟื้นคดีกันเอง และแน่นอนว่าแม้กระทั่งการฟื้นคดีของญาติก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่อย่างใด เพราะว่าทุกวันนี้ญาติของผู้เสียชีวิตที่เริ่มต้นกระบวนการไปฟ้องร้องดำเนินคดีอีกรอบ ต่างก็ถูกคุกคามโดยเจ้าหน้าที่รัฐมาโดยตลอด

ข้อสังเกตประการที่ ๒ ท่านประธาน ที่ดิฉันอยากจะฝากไว้ ก็คือปัญหาของ กระบวนการติดตามจำเลยที่มีความล่าช้า และไม่เห็นถึงความจริงจังและความจริงใจในการ ติดตามตัวของจำเลยมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแต่อย่างไร ซึ่งต้องย้ำกันชัด ๆ ว่าเจ้าหน้าที่ ตำรวจนี่ก็ถือว่าเป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรีโดยตรง

ท่านประธานคะ ประการแรก ที่ดิฉันอยากจะพูดถึงก็คือเรื่องของ การประสานงานเพื่อขอหมายแดงไปทาง Interpol ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการสิ่งที่ น่าตกใจเรากลับพบว่า แม้ระยะเวลาจะผ่านไปล่วงเลยมากแล้วที่มีการออกหมายจับมาแล้ว แต่ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้มีการประสานไปทาง Interpol มิหนำซ้ำก็ยังชี้แจงในห้อง กรรมาธิการนะคะว่าอยู่ในระหว่างการแปลเอกสาร เป็นเรื่องน่าเศร้ามากค่ะท่านประธาน

ประการที่ ๒ ที่ดิฉันอยากฝากเป็นข้อสังเกต คือดิฉันไม่เห็นท่าทีจากรัฐบาล ในการประสานงานไปยังประเทศปลายทางที่จำเลยอย่างน้อย ๒ คน ได้เดินทางหลบหนี ออกไปแล้วนะคะ ทั้ง ๆ ที่ประเทศปลายทางอย่างน้อย ก็คือประเทศอังกฤษมีสัญญาส่งผู้ร้าย ข้ามแดนกลับประเทศไทย แต่ดิฉันก็ไม่เห็นท่าทีเหล่านี้แต่อย่างใด

อีกประการหนึ่ง ท่านประธานคะ ดิฉันเองต้องบอกว่าเป็นจำเลยในคดีทาง การเมือง แล้วท่านประธานเชื่อไหมว่า แม้กระทั่งข้อกล่าวหาเล็ก ๆ น้อย ๆที่ดิฉันโดน คือ พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะซึ่งโทษมันเบามาก ๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ได้มีการส่งรายชื่อของ ดิฉันไปติด Blacklist ไว้ที่ ตม. นั่นหมายความว่า ในทุกครั้งที่ดิฉันจะต้องเดินทางไป ต่างประเทศก็จะต้องไปติดแหงกอยู่ห้อง ตม. เพื่อ Clear ตัวบัญชี แต่ในกรณีนี้ในห้อง คณะกรรมาธิการการกฎหมายก็ได้มีการซักถามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเช่นเคย เราก็ไม่พบไม่ เห็นถึงความพยายามในการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอยากจะมอนิเตอร์ เรื่องของการเดินทางของ จำเลย ซึ่งทำให้คนไทยจำนวนมากมีการตั้งคำถามว่า ทำไมแนวปฏิบัติถึงแตกต่างกันขนาดนี้ ทำไมแนวปฏิบัติถึงเป็นไปอย่าง ๒ มาตรฐาน หรือเป็นเพราะว่าจำเลยในคดีนี้คือจำเลยที่เป็น เจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง ดิฉันจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะถอดบทเรียนในความผิดพลาดในการ ติดตามตัวจำเลยที่ล่าช้า กรณีตากใบเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นกับคดีอื่น ๆ อีกในอนาคต

ประการสุดท้าย ที่ดิฉันอยากจะฝากไว้เป็นข้อสังเกตคือการสร้างสันติภาพให้ เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะไม่เกิดขึ้นเลยหากไม่มีความยุติธรรมให้กับคน ในพื้นที่ และดิฉันก็ขอเสนอว่าความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน คือ Concept หลักที่รัฐบาล ชุดนี้จะต้องนำมาหยิบยกใช้เพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ และสร้างสันติภาพ ในพื้นที่ให้เกิดขึ้น

ประการแรก ก็คือเรื่องของการค้นหาข้อเท็จจริง ชำระประวัติศาสตร์ แล้วเลิกแปะป้ายว่าพวกเขาคือโจรใต้

ประการที่ ๒ คือการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่เป็นธรรม ซึ่งวันนี้เราไม่เห็น และในอีกไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนี้คดีความกำลังจะหมดอายุความลง

ประการที่ ๓ คือเรื่องของการเยียวยา ซึ่งในแง่ของการสร้างสันติภาพ การเยียวยาไม่ใช่แค่การเยียวยาเฉพาะตัวเงินเท่านั้น แต่เราจะต้องรวมไปถึงการเยียวยาในแง่ ของจิตใจและการขอโทษอย่างจริงจัง

สุดท้าย คือเรื่องของการปฏิรูปโครงสร้างทั้งกฎหมายและนโยบายเพื่อยุติ วัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด ไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต

สุดท้ายค่ะท่านประธานประเทศไทยของเราพึ่งจะได้รับตำแหน่งในเก้าอี้ คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเราได้รับตำแหน่งนี้พันธะ ผูกพันของเรา คือเราต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าเรามีความเหมาะสมจริง ๆ กับกรณีของเก้าอี้ ดังกล่าวนี้นะคะ แล้วกรณีตากใบค่ะ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็เป็นเรื่องที่ ประเทศไทยถูกวิพากษ์วิจารณ์ในเวทีโลกมาโดยตลอด ดิฉันจึงคิดและฝากไปทางรัฐบาล รัฐบาลจะต้องใช้โอกาสนี้ในการพิสูจน์ให้ประชาคมโลกเห็นถึงความจริงจังและจริงใจของ ท่านในการนำตัวผู้กระทำความผิดมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม พร้อมกับการคืนความเป็น ธรรมให้กับญาติและผู้ที่เสียชีวิต ขอบพระคุณค่ะ