ธิษะณา ชี้คดีตากใบละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๕ · ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๗

ธิษะณา ชุณหะวัณ หารือกรณีตากใบในฐานะอาชญากรรมต่อมนุษยชาติที่ยังไม่มีกระบวนการยุติธรรม แม้จะผ่านมา 20 ปี และเรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายเพื่อป้องกันการหมดอายุความในคดีร้ายแรงเพื่อไม่ให้ผู้กระทำผิดลอยนวลต่อไป

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๒ หรือปทุมวัน สาทร และราชเทวี พรรคประชาชนค่ะ คดีตากใบค่ะท่านประธาน เป็นเหตุการณ์ที่ทิ้งรอย บาดแผลในใจของผู้คนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนใต้หลาย ๆ คนจวบจนปัจจุบันค่ะ เป็นบ่อเกิดของการหยุดยั้งในการสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นได้ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ค่ะ ดิฉันมีความเข้าใจถึงความซับซ้อนและประเด็นอ่อนไหวในพื้นที่ ปฏิเสธไม่ได้ค่ะท่านประธาน ว่ากรณีตากใบเป็นชนวนทำให้เกิดความขัดแย้งติดอาวุธ หรือ Armed Conflict มาจนถึงปัจจุบัน ผ่านมา ๒๐ ปี ความรุนแรงใน ๓ จังหวัดยังไม่มีท่าทีที่จะลดลงค่ะท่านประธาน เหตุการณ์ตากใบ เป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติตามมาตรา ๗ บรรทัด ๑ ของธรรมนูญกรุงโรม ๑๙๘๘ คือการทำให้พลเรือนไม่ติดอาวุธ เสียชีวิตอย่างกว้างขวางมากกว่า ๑ คนขึ้นไป และเป็นระบบ ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ หรือ Customary International Law สูงสุด หรือเรียกว่า Jus Cogens ภาษาลาติน ซึ่งไม่สามารถละเมิดได้ ไม่ว่าจะกรณีใด ๆ ก็ตาม ในสายตาของประชาคมโลก หรือในสายตาของกฎหมายมหาชนระหว่างประเทศ ในขณะที่เรากำลังใกล้สู่ช่วงเวลาที่คดีจะหมดอายุความภายในเที่ยงคืนของวันนี้ มีสิ่งที่น่ากังวล เป็นอย่างยิ่งคือผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด หรือจำเลยทั้งหมดยังคงลอยนวล นับตั้งแต่วันที่ มีการพิจารณาคดี ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมค่ะ เราทุกคนในที่นี้ ควรตระหนักรู้ว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องของอดีตที่ผ่านมาแล้ว แต่ควรรับรู้ว่าตอนนี้ต้องเรียกร้อง ให้เกิดความรับผิดรับชอบต่อเรื่องในอดีตด้วย หากเราไม่เคลื่อนไหว ไม่ใส่ใจต่อความอยุติธรรม ที่เกิดขึ้นกับประชาชนมือเปล่าที่ได้รับบาดเจ็บ ผู้สูญเสียญาติพี่น้องหรือลูกหลานของพวกเขา จนวันนี้ผ่านมา ๒๐ ปี มีการชดเชยค่าเสียหาย แต่ไม่มีกระบวนการยุติธรรมที่นำจำเลยเข้าสู่ กระบวนการได้เลยค่ะท่านประธาน มีกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนของ UN หรือที่ เรียกว่า UN Special Procedure แสดงความกังวลว่าการขาดอายุความของคดีตากใบจะ นำไปสู่ความล้มเหลวของการนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย ส่งเสริมวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด หรือ Impunity ของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะหน่วยงานความ มั่นคงหรือกองทัพไทยค่ะ จากข้อมูลของ Amnesty International Thailand ในวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๔๗ ได้เกิดเหตุการณ์ประท้วงใน สภ.อ. ตากใบ จังหวัดนราธิวาส มีผู้ประท้วงราว ๆ ๒,๐๐๐ คน ข้อเรียกร้องคือการให้มีการปล่อยตัวชาวมุสลิมเชื้อสายมลายู จำนวน ๖ คน ซึ่งขณะนั้นถูกควบคุมตัวโดยพลการค่ะท่านประธาน ในระหว่างนั้น พลโท พิศาล แม่ทัพภาค ๔ ได้ประกาศกฎอัยการศึกใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้ โดยในที่เกิดเหตุได้มีการรายงานว่ามีการใช้ รถฉีดน้ำ แก๊สน้ำตา และกระสุนจริง ยิงเข้าใส่ผู้ชุมนุมค่ะท่านประธาน ในประเด็นการใช้ อาวุธปืนจริง รายงานเบื้องต้นว่ากรณีรุนแรงตากใบเป็นปัญหาความมั่นคงมนุษย์ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ของวุฒิสภาที่จัดทำในปี ๒๕๔๘ ค่ะ โดยคณะกรรมาธิการทั้ง ๓ ชุด ระบุว่าการยิงปืนของเจ้าหน้าที่ราชการ มีทั้งลักษณะ การยิ่งขึ้นฟ้า การยิงระดับต่ำเข้าใส่ประชาชน บางกรณีก็ปรากฏในภาพข่าวในหนังสือพิมพ์ The Nation ฉบับเกิดเหตุชุมนุม ๖ คน เสียชีวิตในโรงพยาบาลเสียชีวิตอีก ๑ คน ประชาชน ผู้ชุมนุมหลายคนถูกยิงบาดเจ็บสาหัส บ้างถูกยิงหลังจากนอนหมอบอยู่กับพื้นแล้วนะคะ หมอบอยู่กับพื้นแล้วก็ยังยิงใส่เขาเพื่อสลายตัวการชุมนุม และมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก หลังจากนั้น ๑,๓๗๐ คน ได้ถูกนำตัวไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร และเสียชีวิตระหว่างเดินทางไป ๑๕๐ กิโลเมตรค่ะท่านประธาน ๗๘ คนที่เสียชีวิต โดยการกดทับ ขาดอากาศหายใจ ในระหว่างขนย้าย ไม่นับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและผู้ที่ได้รับความพิการ หลายท่านจากเหตุการณ์ ที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ในช่วงเวลาขณะนั้นคณะกรรมการอิสระได้มีการสอบข้อเท็จจริง กรณีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์อำเภอตากใบค่ะ ซึ่งจัดตั้งโดยรัฐบาลในขณะนั้นคือรัฐบาลของ นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ได้มีการประณามการใช้กำลังเกินกว่าเหตุ การใช้กำลังต้อง คำนึงถึงภยันตรายอันใกล้จะถึง การตอบโต้ที่มีสัดส่วนเหมาะสมและมีความจำเป็นสูงสุดค่ะ ไม่ใช่ว่าล้มลงไปกับพื้นแล้วยังเอาปืนไปยิงเขาอีก อันนั้นไม่ใช่การใช้กำลังที่ถูกต้องตาม กฎหมาย ท่านประธานคะ ภายในเที่ยงคืนของวันนี้อายุความจะสิ้นสุดแล้วค่ะ ดิฉันคิดว่า ควรมีการผลักดันเพื่อแก้ไขในส่วนของกฎหมายวิธีการพิจารณาความอาญา ในประเด็นของ การต่ออายุความในคดีที่อุกฉกรรจ์หรือร้ายแรงเช่นนี้ค่ะท่านประธาน อาทิเช่นอาชญากรรม โดยรัฐที่ก่อความรุนแรงให้กับประชาชนทั้งกาย ชีวิตและทรัพย์สิน เกิดปัญหาลักษณะนี้ เกิดขึ้นอีกในอนาคตเพื่อป้องกันช่องโหว่ทางกฎหมายไม่ให้จำเลยหนีความผิดได้อย่างนี้อีก เนื่องจากกฎหมายไทยคดีอาญามีอายุความในทุก ๆ ความผิด แล้วเมื่อคดีอาญาถูกระงับไป การพิสูจน์ความผิดก็จะถูกระงับไปด้วย ซึ่งแตกต่างกับต่างประเทศที่สามารถต่ออายุความ ในความผิดที่ร้ายแรงอุกฉกรรจ์แบบนี้ได้ ในหลายประเทศที่มีกรณีเหมือนกัน อาญาร้ายแรง สูงสุด ๔ ฐาน คือตามธรรมนูญกรุงโรม เช่นความผิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ความผิด อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ อาชญากรรมสงคราม และอาชญากรรมการรุกราน ซึ่งเป็นเรื่อง สำคัญและเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะยับยั้งไม่ให้ผู้มีอำนาจย่ามใจในการกระทำใด ๆ ที่ระยำ ตำบอนต่อพี่น้องประชาชนค่ะ ที่อาจเป็นการสร้างความผิดร้ายแรงที่ส่งผลกระทบการละเมิด สิทธิมนุษยชนของรัฐต่อประชาชน ดิฉันเองก็คิดว่าเราควรที่จะผลักดันให้มีการลงสัตยาบัน กับธรรมนูญกรุงโรม เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เหตุเช่นนี้เกิดขึ้นในภายหน้าค่ะ ดิฉันเชื่อว่าหากคดีนี้ อายุความหมดลงจะยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของกระบวนการยุติธรรมไทย ถึงแม้ว่า ศาลจะมีคำสั่งให้นำตัวผู้กระทำผิดทั้ง ๑๔ คนมารับโทษแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถทำได้ รวมถึงยังซ้ำเติมภาพลักษณ์ของกระบวนการยุติธรรมไทยในสายตาต่างชาติที่ไม่สามารถคืน ความเป็นธรรมให้กับเหยื่อความรุนแรงโดยรัฐได้เลยค่ะ ท่านประธานคะ ประเทศไทยเราต้อง ดูความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่านค่ะ เพื่อสังคมไทยเปลี่ยนผ่าน ยุติวัฒนธรรมลอยนวล พ้นผิดโดยเจ้าหน้าที่รัฐ โดยมีหลักอยู่ ๕ ประการ ๑. คือการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่าง รวดเร็ว ฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด สร้างกระบวนการทำให้สังคมยอมรับตระหนักรู้ และระลึกถึงความเจ็บปวดของผู้ถูกกระทำผ่านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด อาชญากรรมต่อมนุษยชาติค่ะท่านประธาน เจตนารมณ์ทางการเมือง หรือ Political View ของรัฐบาล เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดต่อการนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ ๑ ในผู้กระทำผิดเป็นอดีต สส. บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย แต่ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากพรรคเพื่อไทยเลย แม้แต่น้อย และในการดำเนิน