สฤษดิ์ บุตรเนียร หารือเหตุการณ์โศกนาฏกรรมในโรงเรียนที่ส่งผลให้สูญเสียชีวิตนักเรียน แสดงความเสียใจร่วมกับทั้งประเทศและเน้นย้ำถึงความสำคัญของเยาวชนในฐานะทรัพยากรชาติ พร้อมเสนอให้ทบทวนการจัดกิจกรรมทัศนศึกษาให้ปลอดภัย เน้นการเรียนรู้ใกล้ชุมชนตามช่วงวัย เสริมการดูแลนักเรียนชั้นป.1-ป.3 โดยเพิ่มบุคลากรและขอความร่วมมือจากผู้ปกครอง รวมถึงเรียกร้องให้กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มมาตรการความปลอดภัยในการขนส่ง กำกับผู้ประกอบการและผู้ขับขี่อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีก
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย สส. นักพัฒนาแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายถึง ความเดือดร้อน ถึงความเจ็บช้ำ ถึงความเจ็บปวด โศกเศร้า ทั้งประเทศไม่ใช่จะเพียงโรงเรียน ในจังหวัดอุทัยธานีเท่านั้น แต่เป็นความสูญเสียระดับประเทศชาติ ซึ่งทุกคนก็แสดงความ เสียใจในโศกนาฏกรรมครั้งนี้ เราถึงได้แสดงออกด้วยการแต่งกายไว้ทุกข์แสดงความโศกเศร้าด้วย ทั้งสภา แล้วก็ต้องขอขอบพระคุณนะครับ ทุกภาคส่วนทั้งรัฐบาลที่แสดงความรับผิดชอบ ในการดูแลอย่างรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ ทั้งท่านนายกรัฐมนตรี ทั้งรัฐมนตรีนะครับ และผู้ที่ รับผิดชอบทุกท่านครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วเราก็ไม่สามารถจะไปเปลี่ยนหรือแก้ไขปัญหา นั้นได้ แต่ผมเองในฐานะที่อยู่กับเด็กมาทั้งชีวิต ดูแลประชาชน ดูแลเยาวชนของชาติ รู้สึก สลดหดหู่ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้อย่างมากนะครับ โดยเฉพาะของกระทรวงศึกษาธิการที่ดูแล เยาวชน หรือเด็ก ๆ เล็ก ๆ ตั้งแต่ชั้นอนุบาลปฐมวัยทีเดียว ผมถือว่าทั้งโรงเรียนทั้งกระทรวงศึกษาธิการ เราควรจะมาตระหนักกันดูสิว่า การทัศนศึกษา เป็นสิ่งที่ดีครับ เราเชื่อว่าทุกคนมันเป็นการเรียนรู้นอกสถานที่ เป็นการได้ไปดู ไปศึกษาจาก ประสบการณ์ตรง เราไม่ควรยกเลิก แต่สิ่งที่ลงรายละเอียดนี่ละครับ ผมเชื่อว่าในวาระนี้กว่า กระทรวงศึกษาธิการจะวางกฎเกณฑ์ระเบียบได้ โรงเรียนซึ่งอยู่กับเด็กโดยตรง อยู่กันกับ เยาวชน หรือเด็กตัวเล็ก ๆ ผมคิดว่าเด็กอนุบาล ๓ ขวบ ถึง ๖ ขวบ ผมเชื่อเหลือเกินว่า อยู่ใกล้ ๆ สักไม่กี่กิโลเมตร เราได้เรียนรู้แล้ว เพราะปกติหลักสูตรเรื่องการเรียนการสอน ในระดับเด็กเล็ก ๆ นี่เรียนตัวเรา เรื่องของเรา สังคมรอบตัวเรา สิ่งแวดล้อมหรือสถานที่เกี่ยวกับ ตัวเรา มันก็เป็นการพอเพียงแล้วที่แกจะได้เรียนรู้พอเหมาะพอควร โดยเฉพาะช่วงชั้นที่ ๑ ป.๑-ป.๓ ก็ค่อยขยับออกไป ป.๕-ป.๖ ก็ค่อยขยับไกลออกไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ผมถือว่าก็ควรที่ จะรีบเพื่อแก้ปัญหาในระยะหรือเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปเพื่อเราแก้ทัน
อีกมาตรการหนึ่ง คือกระบวนการจัดการ เพราะเด็กเล็ก ๆ หรือเด็กระดับ ช่วงชั้นที่ ๑ ป.๑ ป.๒ ป.๓ เขาจะยิ่งออกนอกสถานที่ ความสนใจก็จะมีการวิ่งเล่น หรือตื่นเต้นมาก ผมถือว่าคุณครูครับ คุณครูไม่พอ มันน่าจะมีบุคลากรหรือคนอื่นที่จะ ขอความช่วยเหลือจากสังคม หรือคุณพ่อคุณแม่ที่จะไปช่วยกันดูแลอีกขั้นตอนหนึ่ง
อีกส่วนหนึ่ง ในเรื่องของโรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการแล้ว ผมถือว่าอีกส่วนหนึ่ง ของกระทรวงคมนาคมหรือกรมการขนส่งที่ต้องดูแลกับเรื่องของยานพาหนะ เรื่องการ เดินทางว่าจะทำอย่างไรบ้างนะครับ เพราะเขาเกี่ยวข้อง กฎเกณฑ์ กติกาเหล่านี้ก็ควรจะวาง มาตรการให้รัดกุม มิใช่เป็นวัวหายแล้วล้อมคอกค่อยมานั่งพูดกัน แต่สิ่งที่สำคัญอีกส่วนหนึ่ง คือผู้ประกอบการครับ ควรจะมีความรับผิดชอบ มิใช่เพียงแต่มีรถแล้วออกไปรับจ้าง โดยเฉพาะ Chauffeur หรือผู้ขับ ตรงนี้ละครับซึ่งมีความสำคัญอย่างมาก ในโรงเรียนเราก็มี คุณครูซึ่งเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดที่จะดูแลลูกหลานเยาวชนของชาติ หรือคุณพ่อคุณแม่ เหมือนกับประดุจว่าคุณพ่อคุณแม่เอาหัวใจ เอากล่องหัวใจ เอาตัวทั้งชีวิตมามอบให้คุณครูแล้ว ฉันใดก็ฉันนั้น Chauffeur คนขับรถนี่ครับ กุมชะตาชีวิตของคนถึง ๔๐ กว่าคนบนรถ ที่สูญเสียไปถึง ๒๐ คนนี่ครับ ผมถือว่าเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่มากที่สุดแล้วเท่าที่ผมเคย เห็นมาในระดับของโรงเรียนนี่ มันเป็นความสูญเสียจริง ๆ ดังนั้น Chauffeur ซึ่งเป็นผู้ที่จาก สถานประกอบการหรือรถนี่ควรจะมีความรับผิดชอบ มิใช่เพียงแต่บอกรับผิดชอบแล้วชดใช้ ด้วยเงินนั้นมันไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาใด ๆ ที่เกิดขึ้นได้ครับ มันจะเป็นการวัวหายล้อมคอก แล้วก็จบไปครั้งหนึ่งถึงแสดงแค่ตรงนั้น ผมถึงอยากจะกราบตระหนักไปถึงรัฐบาล ถึงผู้รับผิดชอบในระดับกระทรวง ถึงรัฐมนตรี ได้ลงเถอะครับ เราอย่ามาเพียงแต่พูดแล้วเดี๋ยว ก็เป็นเหมือนไฟไหม้ฟางก็หายไป โดยเฉพาะเรื่องของเยาวชน เรื่องของเด็ก เรื่องของชีวิต เรื่องของครอบครัวนี่ ผมถือว่าครั้งนี้เป็นความสูญเสียนะครับ ผมถึงไม่อยากจะเอ่ยชื่อโรงเรียน เพราะเป็นการตอกย้ำให้คุณพ่อคุณแม่ หรือทุก ๆ คนจะต้องเศร้าสร้อยไปขนาดไหน ดังนั้นวันนี้แล้ว ผมไม่เอาขึ้นมาอภิปรายนี้ก็คงจะผ่านไปไม่ได้ในฐานะที่ผมเป็นคุณครู ไม่ใช่เพียงแต่เด็กที่ผม ดูแลเท่านั้น แต่มันหมายถึงเด็ก แล้วโดยเฉพาะผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งต้อง ตระหนักถึงสังคม ถึงเยาวชนของประเทศชาติอย่างมากทีเดียว
ท้ายที่สุดนะครับ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผ่านไปยังรัฐบาล เยาวชนของชาตินี่เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่านะครับ ๑ คน ๑ ชีวิต มันหมายถึงประเทศชาติ ดังนั้นวันนี้ความเจริญเติบโตทางด้านวัตถุนะครับ ไม่ว่าจะเป็นโลกของ ICT โลกเสมือนจริง ผมเชื่อว่าโรงเรียนหรือสถาบันกระทรวงศึกษาธิการนี้ก็ควรจะปรับตัว ปรับในเรื่อง กระบวนการทัศนศึกษา การเรียนรู้ให้ทันต่อเหตุการณ์ การออกนอกสถานที่ก็มีความสำคัญ แต่ควรจะตระหนักอยู่กับเหตุการณ์ความสำคัญและเหตุผลว่าเหมาะสมขนาดไหนนะครับ การจะออกไปแต่ละครั้ง
สุดท้ายก็ขอแสดงความเสียใจกับทุก ๆ ภาคส่วน กับทุก ๆ ครอบครัว กับทุก ๆ คนที่สูญเสียในครั้งนี้ ขอกราบขอบพระคุณมากครับ