วิทยา แก้วภราดัย ชื่นชม Thai PBS ที่นำเสนอประเด็นสิ่งแวดล้อมและโลกปลอดภัยอย่างเป็นระบบ พร้อมยกย่องการผลิตสื่อเพื่อส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างสร้างสรรค์ และหารือทิศทางการดำเนินงานของ Thai PBS ในฐานะสื่อสาธารณะที่ควรสะท้อนวิกฤตธรรมชาติอย่างน้ำท่วมและดินถล่มอย่างลึกซึ้ง โดยเสนอให้มีการถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ในอดีตเพื่อเตรียมรับมือกับภัยที่เกิดตามฤดูกาลและการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ขออนุญาตที่จะแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นนะครับ เรียกง่าย ๆ แล้วกันนะครับ ทาง Thai PBS ผมรู้สึกประทับใจ ตั้งแต่รายงาน เราเริ่มต้นจากผู้รายงาน ขออนุญาตชื่นชมครับ ท่านอธิบายได้เป็นขั้นเป็นตอน แล้วก็เริ่มต้นจากสิ่งที่ดีงามมากครับ ก็คือทำเล่มเล็ก ๆ มาเพื่อแสดงถึงการร่วมกันทำโลก ให้เป็นสีเขียว รักษาโลกร้อนนะครับ ซึ่งผมคิดว่า Thai PBS มีลักษณะที่แข็งอยู่
ประการที่ ๑ ที่ต่างกับโทรทัศน์ทุกช่องในประเทศไทยนะครับ ก็คือเป็นโทรทัศน์ ที่ไม่ต้องดิ้นรนหานายทุน ไม่ต้องสยบอยู่ใต้อำนาจใคร มีความเป็นตัวของตัวเองได้สูง สุดท้าย ก็อยู่ที่ว่าเราจะค้นพบตัวเราเองอย่างไร กำหนดทิศทางอย่างไร เราอาจจะไม่ใช่ทีวี ที่ไปอย่างหวือหวาเหมือนทีวีที่เสนอข่าวทางการเมือง เราอาจจะไม่ใช่ทีวีที่ผลิตรายการ สารคดีไม่ใช่สารคดีนะครับ ประเภทนิยายที่ชาวบ้านต้องติดกันทั้งบ้านทั้งเมือง เพราะฉะนั้น สิ่งที่ท่านเกริ่นมาทีแรกผมคิดว่ามันสะท้อนถึงจิตใจจริง ๆ ของ Thai PBS ท่านกำลัง ต้องทำตัวเป็นเหมือนที่ท่านเกริ่น ก็คือทำเป็นโทรทัศน์สีเขียว โทรทัศน์ที่รักษาไว้ ซึ่งสิ่งแวดล้อม สิ่งที่ดี ท่านพูดถึงการเข้าร่วมกิจกรรมในการช่วยเหลือประชาชน กรณีการเกิดอุทกภัย ก็ดีครับ เป็นการเรียกร้องประชาชนให้รู้จักในการเสียสละในยาม ที่เดือดร้อน ได้พึ่งพาซึ่งกันและกัน แต่สิ่งที่นอกเหนือกว่านั้นครับ ท่านต้องเป็นสื่อ ที่ต้องสะท้อนให้เห็นครับว่าวิกฤติที่มันเกิดขึ้นมันมีที่มาที่ไปอย่างไร มากกว่าการที่ไปวิ่งตาม กระแสน้ำที่ไหลไปเรื่อย ๆ ผมเรียนกับท่านได้เลยครับตามประสบการณ์ ประเทศไทยเรานี้มันก็เป็นธรรมชาติ ที่เป็นไปตามกฎเกณฑ์เลยครับ ฝนจะเริ่มมาจากภาคเหนือครับ ช่วงนี้ท่านจะเผชิญภาคเหนือ แล้วก็น้ำจากภาคเหนือมันไหลลงแม่น้ำโขงได้ประมาณสักไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่ มันก็จะไหลมาในผืนแผ่นดินทองแผ่นนี้นะครับ ไล่มาจนถึงเจ้าพระยา ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ ข้างหลังเรา ตรงนี้ครับ เพราะฉะนั้นการไหลของน้ำจากภาคเหนือมันไหลมาพร้อมกับฤดูกาลที่เดินตาม กระแสน้ำมาเรื่อย ๆ ฝนเริ่มตกจากภาคเหนือสุดและทยอยไล่ลงมาเรื่อย ๆ ครับ ขึ้นเดือนตุลาคมที่จะลงหนักก็คือภาคกลาง แน่นอนครับ เมื่อท่านติดตามเรื่องน้ำท่วมที่โน่น ท่านก็ลองติดตามดูสิครับว่า เหตุทำไมมันเกิด Landslide ภาษา Landslide เรานึกว่า ภาษาการเมืองครับ แต่นี่คือภาษาธรรมชาติ ผมเป็น สส. ครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๓๑ ครับ ผมได้ยินคำว่า Landslide ครั้งแรก เกิดที่บ้านผมครับ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชครับ ฝนตกติดต่อกันเกือบเดือน หลังจากนั้นก็เกิด Landslide ผมก็ยังไม่เข้าใจ Landslide คืออะไร แต่เราเห็นภาพที่เกิดขึ้น มันคือเรื่องของแผ่นดินที่ไหลลงมาจากภูเขาเป็นแผ่น แล้วกวาดหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านจมหายไป ตายไป ๒๐๐ กว่าคนครับ บ้านเรือนเสียหายไปเกือบ ๓๐๐ หลัง น้ำที่ไหลจากภูเขากว่าจะออกทะเลได้ครับ มันเจิ่งอยู่ในพื้นที่ราบ จมอยู่ในพื้นที่ ลุ่มน้ำปากพนัง นครศรีธรรมราช ๓ เดือนเต็ม จนเป็นที่มาของโครงการพระราชดำริ โครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนัง แล้วก็จากแผ่นดิน Landslide ครับ สิ่งที่เปลี่ยนกติกา ของบ้านเมืองเราก็คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประกาศยุติการอนุญาตโค่นป่าทั้งหมด ทั้งประเทศ Landslide ทำให้เรายุติการโค่นป่าครับ Landslide ไม่ใช่ชนะทั้งแผ่นดิน Landslide คือความเสียหายจากวิถีธรรมชาติ เราอาจจะคุ้นเคยคำว่า Landslide ทางการเมือง แต่วันนี้ท่านเจอ Landslide ที่เป็นธรรมชาติ คราวนี้เราคือโทรทัศน์สีเขียว เราคือโทรทัศน์ที่จะอยู่เคียงข้างกับสิ่งแวดล้อมที่จะให้บทเรียนกับประชาชน ต้องตามต่อนะครับ เพราะผมคิดว่าผมฟังท่านเกริ่น ผมเลยนึกว่า เออใช่ Thai PBS เขามีจิตวิญญาณของเขา มีความเป็นตัวตน ไม่ใช่สื่อทั่วไปที่จะไปแข่งด้านอื่น Thai PBS ไม่ใช่เก่งในการที่จะโจมตี รัฐบาล ถึงแม้ว่ารับเงินจากองค์กรของรัฐ แต่ Thai PBS กำลังสะท้อนความเป็นกลาง แต่ต้องไม่หนักเกินถึงขั้นยืนตรงข้ามรัฐบาล เพื่อสะท้อนจุดยืนบางอย่าง ท่านไปไม่ถึงหรอกครับ คือจะสะท้อนอย่างทีวีทั่วไปที่มันวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและหวือหวา ท่านไปไม่ถึง เพราะฉะนั้นท่านกลับมาที่ตัวตนที่เป็นจริงของท่าน ผมเลยขออนุญาตใช้เวลานี้ในการหารือว่า ทิศทาง Thai PBS ที่ควรจะเป็น อย่างไร ท่านตามเรื่องน้ำท่วมภาคเหนือครับ แล้วท่านชี้นำ มาได้เลยครับว่าหลังจากตกภาคเหนือ มันจะตกภาคกลาง พอตกภาคกลางมันจะขัง อยู่ในลุ่มน้ำเจ้าพระยานานที่สุดกว่าจะออกอ่าวไทย นี่คือการท่วมขังของน้ำ ท่านต้องประเมิน เพื่อให้คนรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น ผมมีบทเรียนจาก Landslide ที่นครศรีธรรมราชครับ แล้วน้ำคึงขังอยู่ลุ่มน้ำปากพนัง บริเวณ ๕-๖ อำเภอ ๓ เดือนเต็มครับ น้ำขังอยู่ รอการระบายลงทะเล ไม่ใช่รอระบายลงท่อครับ รอระบายลงทะเล ประเทศไทย ก็เหมือนกันครับ มันเป็นแผ่นดินทองอยู่ตรงนี้ครับ จากภาคเหนือวันนี้มันก็จะมาคึงขัง อยู่ในภาคกลาง ลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้งหมด กว่าจะระบายออกไป เพราะฉะนั้นท่านก็ต้อง ให้บทเรียนกับประชาชน ถอดบทเรียน ภาคกลางเราจะไม่เจอ Landslide ครับ เราจะเจอ น้ำกัดเท้า เราเจอรถติด เราเจอการสัญจรไปมาที่ค่อนข้างจะลำบาก มีการเจิ่งนองในหมู่บ้าน ทุกอย่างก็จะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเราปรับเราให้เท่าทันกับธรรมชาติในการที่จะเตรียม พี่น้องประชาชนเข้าพบกับโลกที่จะมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากความร้อน ผมก็คิดว่า Thai PBS ก็จะโดดเด่นครับ แล้วเราก็จะมีลูกค้าประจำที่จำเป็นจะต้องติดตามเหตุการณ์ บ้านเมือง ตามสถานการณ์ที่เป็นจริง ขออนุญาตแลกเปลี่ยนความคิดเห็นนะครับ แล้วก็คิดว่า เป็นความคิดเห็นโดยสุจริตใจเท่าที่ติดตามการทำงานของท่านมาครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน