ณัฐพงษ์ เสนอ 13 ข้อเยียวยาอุทกภัย-เร่งช่วยเหลือ-สนับสนุนท้องถิ่น

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๑๙ กันยายน ๒๕๖๗

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แสดงความห่วงใยผู้ประสบอุทกภัยทั่วประเทศ พร้อมเสนอข้อร้องเรียนและข้อเสนอเชิงนโยบาย 13 ข้อจากการลงพื้นที่ในจังหวัดเชียงราย เพื่อผลักดันให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ โดยเฉพาะการจัดตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ชัดเจน ลดการซ้ำซ้อนในการช่วยเหลือ และเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบผ่านการจ่ายเงินล่วงหน้า 10,000 บาท การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศผนวกข้อมูลแผนที่น้ำท่วมกับทะเบียนบ้านเพื่อเร่งจ่ายเงินเยียวยาอย่างตรงจุด รวมถึงการเจรจาพักหนี้ทั้งต้นและดอกเบี้ยกับสถาบันการเงินทุกประเภท นอกจากนี้ยังเสนอให้ขยายระยะเวลาช่วยเหลือค่าไฟฟ้าและค่าน้ำ สนับสนุนงบชดเชยแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ขาดรายได้จากการยกเลิกเก็บค่าน้ำประปา จัดสรรงบประมาณให้ช่วยซ่อมแซมทรัพย์สินสาธารณะและเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ พร้อมผลักดันมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นหลังน้ำลด ทั้งการส่งเสริมการท่องเที่ยวและการจัดสรรวงเงินสินเชื่อซอฟท์โลน 100,000 ล้านบาทจากธนาคารออมสินให้ผู้ประกอบการเข้าถึงเงินกู้ดอกเบี้ย 0 เปอร์เซ็นต์ได้รวดเร็วขึ้น พร้อมเรียกร้องให้รัฐพิจ

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ขอบคุณท่านประธานที่ช่วยชี้แจงในส่วนของความรัดกุมในส่วน ข้อบังคับนะครับ แล้วก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่วันนี้เดินทางมาตอบกระทู้แทนท่านนายกรัฐมนตรี ก่อนอื่นครับท่านประธาน ผมอยากส่งข้อความเพื่อแสดงความเป็นห่วง แสดงความเสียใจ แล้วก็ขอส่งกำลังใจไปยังพ่อแม่พี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศที่อยู่ในพื้นที่ประสบ เหตุอุทกภัยอยู่ในขณะนี้นะครับ จากการลงพื้นที่ของผมในวันที่ ๑๔-๑๕ กันยายนที่ผ่านมา ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย พร้อมกับเพื่อน ๆ สส. แล้วก็ทีมงานอีกหลายคน นอกจากลงไป เพื่อช่วยเหลือเยียวยาอยู่ภายในกรอบที่พวกเราสามารถทำได้แล้ว ยังลงไปเก็บเกี่ยวปัญหา รับฟังปัญหา รวบรวมข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ที่วันนี้จะขอมาตั้งกระทู้ถามสดส่งผ่าน ท่านประธานไปยังรัฐบาลรวม ๑๓ ข้อด้วยกัน เพื่อที่เป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่ถ้าท่าน รัฐมนตรีมีโอกาสได้ตอบชี้แจงให้เกิดความชัดเจนได้ ผมก็เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อพ่อแม่ พี่น้องประชาชน เนื่องจากภัยพิบัติทางธรรมชาติในขณะนี้นอกจากทำให้สูญเสียเรื่องของชีวิต และทรัพย์สินแล้ว ยังเป็นภัยพิบัติทางเศรษฐกิจ เป็นภัยพิบัติทางการเงินอีกด้วยเช่นกันครับ เริ่มจากการถามรอบแรกนะครับท่านประธานที่จะประกอบไปด้วยคำถาม ๘ ข้อย่อย ๆ ด้วยกันนะครับ ก่อนเริ่มการตั้งคำถามก่อนอื่นอยากจะขอกล่าวคำชื่นชมทางท่าน นายกรัฐมนตรีที่ได้ออกคำสั่งแต่งตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญครับ จากการที่ผมลงพื้นที่ไปพบว่าหลาย ๆ บ้านยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ ในขณะที่หลาย ๆ บ้านได้รับการช่วยเหลือซ้ำซ้อนจากหลาย หน่วยงาน สาเหตุเป็นเพราะว่าขาดศูนย์ประสานงานครับ ก็คาดหวังว่าศูนย์ ศปช. นี้ จะสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการชื่นชมไปแล้วนะครับ จริง ๆ ต่อจากนี้ คงไม่ได้เป็นการติติง แต่จะเป็นการรวบรวมข้อเสนอมาส่งข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลต่อไป

เริ่มจากมาตรการแรกครับท่านประธาน ที่มีหน้าข่าวตามมติ ครม. ว่าจะมี การช่วยเหลือเยียวยาในส่วนของค่าน้ำ ค่าไฟ ที่บอกว่าเดือนกันยายนจะยกเว้นให้ทั้งเดือน ในส่วนของเดือนตุลาคมนั้นจะลดให้ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ จากการรับฟังปัญหาหน้างานของผม พบว่าทุกบ้านพ่อแม่พี่น้องประชาชนจริง ๆ ก็อยากได้ขั้นต่ำ ๓ เดือนขึ้นไป บางหลังบอก ๖ เดือน ซึ่งพวกเราเข้าใจในส่วนนี้ดี ก็อยากจะฝากเป็นข้อเสนอแนะในคำถามข้อแรกว่า มีความเป็นไปได้มากน้อยอย่างไร ที่จะขยายกรอบในการช่วยเหลือตรงนี้ รวมถึงอีก ๑ ข้อ ที่สำคัญครับท่านประธาน ปฏิเสธไม่ได้ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลาย ๆ แห่ง เป็นผู้ให้บริการน้ำประปาแก่พ่อแม่พี่น้องประชาชน รัฐบาลมีมาตรการในการส่งงบประมาณ ลงไปชดเชยให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ขาดรายได้จากการจัดเก็บค่าน้ำประปาตรงนี้ แล้วหรือไม่ อย่างไรบ้าง อันนี้คือคำถามข้อแรกนะครับ

คำถามข้อที่ ๒ ก็คือในส่วนของการจ่ายเงินชดเชยเยียวยาให้กับพ่อแม่ พี่น้องประชาชนแล้วก็ค่าซ่อมบ้านครับ จากหน้าข่าวที่ออกมาล่าสุดที่บอกว่าจะมีมาตรการ ในการจ่ายเงินสูงสุดถึง ๒๓๐,๐๐๐ บาท ถ้ามีการประเมินแล้วว่าบ้านเสียหายเกิน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป อันนั้นก้อนหนึ่ง อีกก้อนหนึ่งมีการจ่ายเงินชดเชยเยียวยาที่บอกว่า ถ้าท่วม ๗ วัน ถึง ๓๐ วันจะจ่ายให้ ๕,๐๐๐ บาท หรือถ้าท่วม ๖๐ วันขึ้นไปจะจ่าย ๙,๐๐๐ บาท ปัญหาของเงินก้อนนี้ก็คือมีความยุ่งยากซับซ้อนครับ มีขั้นตอนหลายครั้ง ซึ่งมีกรอบ ระยะเวลาดำเนินการภายใน ๙๐ วัน ผมทราบดีครับว่ารัฐบาลสามารถเร่งรัดให้เร็วกว่า ๙๐ วันได้ เพียงแต่ว่าถ้าการดำเนินงานล่าช้าต้องรอไปถึง ๙๐ วัน ผมคิดว่าล่าช้าเกินไปครับ มีความเป็นไปได้มากน้อยอย่างไรครับ อยากจะส่งข้อเสนอแนะผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาล นะครับว่า ถ้าเราพบว่าเหตุบ้านหลังนั้นอยู่ในพื้นที่อุทกภัยจ่ายทันทีก่อนครับ ๑๐,๐๐๐ บาท เพราะทุกหลัง ที่ผมลงไปเจอมานี่ จากสภาพหน้างานบางหลังนะครับ รั้วพังบางหลังสินค้าภายในบ้านที่เขา เป็นร้านรวงเสียหาย อย่างไรมูลค่าเกิน ๑๐,๐๐๐ บาทแน่นอน เพราะฉะนั้นท่านจ่ายขั้นต่ำ ไปได้ก่อนเลยครับ แล้วเจ้าหน้าที่ลงไปสำรวจความเสียหายทีหลัง จ่ายตามจริงส่วนเกินกว่า ๑๐,๐๐๐ บาทเท่าไร ก็ค่อยจ่ายตามหลังไปเท่านั้นนะครับ อันนี้คือประการแรก

อีกส่วนหนึ่งที่อยากจะส่งเป็นข้อเสนอแนะครับ ผมคิดว่ารัฐบาลสามารถ พัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการจ่ายเงินเยียวยาตรงนี้ได้ครับ โดยอาศัยแผนที่ น้ำท่วมจาก GISTDA มาซ้อนทับกับข้อมูล Geocoding ความหมายคืออะไรครับ ข้อมูลทะเบียนบ้าน ที่สามารถแปลงเป็น Location ได้ ถ้าท่านเอาแผนที่น้ำท่วมที่ GISTDA มี มาซ้อนทับกับ Location ทะเบียนบ้าน ท่านจะได้เลขที่บ้าน ท่านได้เลขที่บ้าน ท่านรู้เจ้าบ้าน ท่านให้เจ้าบ้านไปกดรับสิทธิ รับเงินเยียวยา ๑๐,๐๐๐ บาท ทันทีใน Application ทางรัฐได้ ที่ผ่านมารัฐบาลพัฒนา Application ทางรัฐด้วยความรวดเร็ว ในส่วนของระบบ การลงทะเบียนเพื่อรับ Digital Wallet นะครับ ผมเชื่อแน่นอนว่าท่านอาจจะบอกว่า ครม. คนละชุด แต่เป็นรัฐบาลที่เกี่ยวเนื่องกัน ผมเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้มีศักยภาพในการพัฒนา Application ทางรัฐ โดยอาศัยข้อมูลอย่างที่ผมบอกครับ เพื่อเป็นช่องทางในการให้ ประชาชนเข้าถึงเงินเยียวยาชดเชยได้อย่างเร็วและตรงจุดมากขึ้น อันนี้ก็เป็นในส่วนของ ข้อที่ ๒ ครับ

ส่วนของข้อต่อไป ก็คือในมาตรการการพักชำระหนี้ต่าง ๆ ครับท่านประธาน ปัจจุบันที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าธนาคารของรัฐนะครับ มีมาตรการในการพักเงินต้นและ ลดดอกในส่วนของธนาคารเอกชนแค่มีการพักเงินต้นอย่างเดียวเท่านั้น แต่ดอกเบี้ยยังวิ่งอยู่ มีความเป็นไปได้มากน้อยอย่างไรครับ ที่รัฐบาลจะเจรจาร่วมกับธนาคารทุกภาคส่วนนะครับ ให้มีการพักทั้งต้นและพักทั้งดอก เพื่อช่วยเหลือเยียวยาชดเชยประชาชนในส่วนนี้

มาตรการต่อไป ก็คือมาตรการในการเยียวยาพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรนะครับ ที่ปัจจุบันเรารู้กันดีอยู่ว่า ต้นทุนในการผลิตต่าง ๆ สูงกว่าเงินเยียวยาชดเชยหลายเท่า ผมยกตัวอย่างในกรณีของการปลูกข้าวที่ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบว่าต้นทุนต่อไร่สูงถึง ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท แต่ว่ามาตรการในการชดเชยในส่วนนี้ รัฐบาลจ่ายเพียง ๑,๓๔๐ บาทต่อไร่เท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนจริง ๔ เท่า นอกเหนือจากนี้ ยกตัวอย่างอีกหนึ่งตัวอย่างครับ เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูนะครับ ปัจจุบันจ่ายเยียวยาชดเชยสูงสุด แค่ ๑๐ ตัวเท่านั้น ท่านจะเห็นได้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นหน้างานนะครับ ต้นทุนที่เกิดขึ้นกับ เกษตรกร มีมากกว่าเงินที่รัฐบาลจ่ายเยียวยาชดเชย อยากจะฝากนะครับ อีก ๑ ข้อ ผ่านไปยัง รัฐบาลว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยอย่างไร ในการขยายกรอบวงเงินต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ

อีกหนึ่งส่วนนะครับ ก็คือในส่วนของการซ่อมแซมถนนและทรัพย์สินราชการ ในส่วนนี้ตามมติ ครม. ที่ออกมาวันที่ ๓ กันยายนที่ผ่านมาครับ มีการจัดสรรงบกลาง ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาทไปยังกรมชลประทาน กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบทครับ แต่หนึ่งคำถามที่ผมอยากจะส่งผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ผมเชื่อว่าท่านทราบดี อยู่แล้วว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นเจ้าของทรัพย์สินสาธารณะต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้ชิดกับ พ่อแม่พี่น้องประชาชนมากกว่า ผมยกตัวอย่าง อย่างเช่น รพ.สต. หรือศูนย์อนามัยใกล้บ้าน ที่ปัจจุบันสังกัด อบจ. โรงเรียนที่สังกัดเทศบาลครับ รวมถึงถนนหนทางในเมืองที่ท้องถิ่น เป็นผู้ดูแล อยากจะสอบถามท่านประธานครับว่า รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ หรือมี มาตรการในการอุดหนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เข้าไปซ่อมแซมฟื้นฟูทรัพย์สินต่าง ๆ เหล่านี้ ที่ประชาชนใช้สอยอยู่ทุกวันแล้วหรือไม่ อย่างไร

ส่วนมาตรการต่อไปครับ ก็คือในเรื่องของการสนับสนุนงบประมาณให้กับ ท้องถิ่นในการจัดทำนโยบาย เงินช่วยเหลือเยียวยาให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน เมื่อสักครู่นี้ เป็นในส่วนของการซ่อมแซมทรัพย์สินใช่ไหมครับ อีกส่วนหนึ่งที่ผมมีตัวอย่างดี ๆ จากเทศบาลนครเชียงรายที่ผมไปลงพื้นที่มาครับท่านประธาน พบว่าตัวอย่างของเทศบาลนคร แห่งนี้ทำได้อย่างดีครับ ทันทีที่เกิดเหตุอุทกภัยเขาจัดสรรเงินเยียวยาเพื่อให้ประชาชน ไปซ่อมบ้านหลังละ ๒,๕๐๐ บาททันทีครับ คำถามก็คือ วันนี้เรามีอีกหลายพื้นที่ที่ประสบเหตุ เช่นเดียวกัน อยากจะสอบถามท่านประธานผ่านไปยังทางรัฐบาลครับ ให้รัฐมนตรีช่วยชี้แจงว่า ท่านมีแนวนโยบายหรือมาตรการในการจัดสรรงบประมาณอุดหนุนให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นอื่นที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัยทั่วทั้งประเทศ เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถจัดทำนโยบาย จ่ายเงินเยียวยาให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนโดยตรงอีกทางหนึ่งอยู่ด้วยหรือไม่ นอกเหนือ ที่จะต้องรอรับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลส่วนกลางอย่างเดียวเท่านั้น

มาตรการ ๒ ข้อสุดท้ายที่จะเป็นมาตรการระยะสั้นที่ผมจะขอตั้งคำถาม ท่านรัฐมนตรีในช่วงของการถามครั้งแรกครับ ก็คือในเรื่องของมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟู ฟื้นฟูในที่นี้ ยกตัวอย่างอย่างเช่น ในอำเภอแม่สายที่ผมลงพื้นที่มาเป็นพื้นที่เศรษฐกิจโดยตรง ก็อยากจะสอบถามว่า จากการที่รัฐบาลมีมาตรการท่องเที่ยวเมืองรองครับ เอาไปลดหย่อน ภาษีได้ ๑๕,๐๐๐ บาท เป็นไปได้ไหมที่จะออกมาตรการท่องเที่ยวเมืองน้ำลดครับ หลังจากที่ เมืองแม่สายได้รับการซ่อมแซมฟื้นฟูเรียบร้อยแล้ว กระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับคืนมาให้ร้านรวง กลับมาสามารถค้าขาย ได้ตามปกติ ออกมาตรการเลยครับ เพิ่มความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวไป จับจ่ายใช้สอย ท่องเที่ยวเมืองน้ำลดสามารถลดหย่อนภาษีได้อีก ๑๕,๐๐๐ บาท เช่นเดียวกัน อันนี้ก็คิดว่าเป็นมาตรการที่น่าสนใจ

ส่วนสุดท้ายครับ ก็คือในเรื่องของ Soft Loan ที่ปัจจุบันธนาคารออมสินมีวงเงิน อยู่แล้ว ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้กู้ได้ ๐ เปอร์เซ็นต์ มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะจัดสรร งบประมาณในส่วนนี้ หรือเพิ่มเข้าไปก็ได้นะครับ ให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงเงินกู้ ๐ เปอร์เซ็นต์ได้ เพื่อให้ธุรกิจของเขากลับมาดำเนินได้อย่างปกติโดยเร็วที่สุด

อันนี้ก็จะเป็น ๘ คำถามแรกในการถามรอบแรก ในส่วนของมาตรการระยะสั้น อาจจะเยอะนิดหนึ่ง แต่ว่าเดี๋ยวจริง ๆ มีมาตรการระยะกลาง ระยะยาว ที่อยากจะส่งผ่านท่าน ประธานไปยังรัฐบาลด้วย ขอบคุณครับ