ณัฐวุฒิ ชี้น้ำท่วม-ภัยแล้งรุนแรง หนุนจ่ายเงินช่วยเหลือรวดเร็ว-เปลี่ยนนโยบายน้ำ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๗

ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ หารือปัญหาน้ำท่วมทั้งที่เกิดขึ้นแล้วและเสี่ยงจะเกิดต่อไป โดยเสนอให้รัฐบาลเปลี่ยนแนวทางเยียวยาเป็นการจ่ายเงินสดแทนการแจกถุงยังชีพเพื่อความรวดเร็วและเป็นธรรมมากขึ้น พร้อมเรียกร้องให้แก้ไขข้อจำกัดด้านการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที และเน้นย้ำความจำเป็นในการวางแผนการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำที่มีศักยภาพในการระบายน้ำจำกัด รวมถึงเสนอให้เร่งขุดลอกแหล่งน้ำ ปรับโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และพิจารณานโยบายแม่บทการจัดการน้ำในภาพรวม พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความจำเป็นในการวางแผนระยะยาว เช่น การย้ายเมืองหลวงเพื่อรับมือกับวิกฤติสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงและสุดโต่งมากขึ้นในอนาคต

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา กระผมได้ยื่นญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง น้ำท่วมแล้ว กำลังจะท่วมต่อไป และจะท่วมต่อไป ไม่มีที่สิ้นสุด ท่านประธานที่เคารพครับ ชื่อญัตติก็บอกอยู่แล้ว ๓ เรื่องด้วยกัน พื้นที่น้ำท่วมแล้ว พื้นที่น้ำกำลังจะท่วม และพื้นที่น้ำท่วมต่อไปอย่างแน่นอนครับ ผมจะขออนุญาตพูดถึง ประเด็นแรกก่อนนะครับ

ประเด็นแรก พื้นที่น้ำท่วมแล้วนี้นะครับ ปีนี้ท่วมหนัก ๆ ก็ประกอบไปด้วย ภาคตะวันออกก็คือจังหวัดตราด จังหวัดจันทบุรี ภาคใต้จังหวัดภูเก็ต ตามมาด้วยดินถล่ม ๑๓ ศพ ภาคเหนืออย่างที่นายแพทย์ทศพรได้กล่าวถึงนะครับ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน จังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประสบอุทกภัยร้ายแรง ถือว่าพี่น้องประชาชนเดือดร้อน เสียหาย ล้มตายในพื้นที่เหล่านี้ กระผมจะขออนุญาต ไม่บรรยายอะไรทั้งสิ้น อยากจะพูดถึงเรื่องที่อยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงครับท่านประธาน แต่ถ้าผมเป็นพี่น้องชาวภาคเหนือผมก็ดีใจนะครับ ว่าทั้ง ๒ ฝ่าย ฝ่ายบริหารโดยการนำ ของรักษาการนายกรัฐมนตรี ของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายท่าน ลงไปเยี่ยมเยียน แทบทุกจังหวัดนะครับ สร้างความอบอุ่น สร้างขวัญ สร้างกำลังใจให้กับพี่น้องชาวจังหวัด ภาคเหนือ ก็หวังว่าในพื้นที่น้ำกำลังจะท่วมนี้ก็คงจะได้รับความกรุณาจากฝ่ายบริหารลงไป ติดตามดูแลให้ขวัญกำลังใจใกล้ชิดอย่างเช่นภาคเหนือเช่นเดียวกัน นอกจากนั้นครับ ฝ่ายนิติบัญญัติโดยการนำของท่านประธานไม่ได้ละเลยเลยครับ วันนี้ยื่นญัตติด่วนด้วยวาจา แล้วมีผู้อภิปรายจำนวนมากด้วยความรัก ความห่วงใย ต่อพี่น้องประชาชน อันนี้เป็นเรื่อง ที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งครับ

ประเด็นสำคัญที่สุดหลังจากน้ำลดครับท่านประธาน เราจะช่วยเหลือดูแล เยียวยากับผู้ที่ประสบอุทกภัยอย่างไรบ้าง จากประสบการณ์นะครับ ผมเรียนท่านประธานครับ ฝากไปถึงรัฐบาลครับ ถึงเวลาหรือยังที่เราจะเลิกแจกถุงยังชีพเสียทีครับ แจกเป็นเงินสดครับ ท่านประธาน ในเรื่องอุปโภคบริโภคพื้นที่เขาดูแลแล้วภาคเอกชนเข้มแข็งมาก นี่เรื่องประการที่ ๑

เรื่องประการที่ ๒ ครับ การใช้ระเบียบของกรมบัญชีกลาง ของ ปภ. นี้ ใช้ได้กับเครื่องไฟฟ้านะครับ ตู้เย็น แอร์ เครื่องซักผ้า เหล่านี้ไปดูได้ว่ามันเสียหาย แล้วจะจัดสรร งบประมาณไปช่วยอย่างไร แต่ประตู หน้าต่าง พื้นกระดานเหล่านี้ไม่มีใครเขาอยากไป สำรวจหรอกครับ อบต. ก็ไม่อยากเข้าไปสำรวจ เพราะมันสร้างความแตกต่างในเรื่องของ การช่วยเหลือเป็นอย่างยิ่ง ยุ่งยาก ลำบากมากครับ ขอให้เลิกเสียที เหมาจ่ายครับ อย่างสมัย รัฐบาล ขออนุญาตเอ่ยครับ รัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นี้เหมาจ่ายเลยครับ หลังละห้าพัน ๆ สองพัน ๆ อย่างนี้ละครับเป็นธรรม และไม่เกิดปัญหาในพื้นที่ด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้นถึงเวลาแล้วหรือยังที่หลังน้ำลดอย่างนี้ รัฐบาลจะได้ช่วยเหลือเยียวยา โดยการจัดสรรงบประมาณไปให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขาได้ดูแลถนนหนทาง สะพาน เส้นทางสัญจร สาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่เขาประสบจากอุทกภัย เขาไม่มีงบประมาณ ที่จะมาซ่อมแซมหรอกครับ ก็ต้องอาศัยงบประมาณจากส่วนกลางเข้าไปช่วยสนับสนุน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เขาสามารถที่จะไปดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนได้

ประเด็นที่ ๒ ก็คือพื้นที่กำลังจะท่วมแล้วเป็นพื้นที่ผมด้วยนะครับ แล้วพื้นที่ เหล่านี้ถ้า ๒ น้ำมา ๓ น้ำมานี่ แน่นอนครับ ประสบอุทกภัย แล้วไม่ใช่ ๒ วันนะ ๒ เดือนครับ กว่าน้ำจะลด เรียนอย่างนี้ครับว่า ถ้าน้ำเหนือมา น้ำฟ้ามี ปฐพีจมบาดาลครับ พื้นที่กำลัง จะท่วมนี้ครับ นับตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์ลงไปครับ ตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยา นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี แล้วมาเจอปราการสุดท้าย ก็คือกรุงเทพมหานครก่อนลงอ่าวไทยหรือก่อนลงทะเลนะครับ ฝั่งตะวันออกก็เช่นเดียวกัน มาลพบุรี มาทางประตูระบายน้ำมหาราชเข้าลพบุรีก็จะท่วมเช่นเดียวกัน

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ฝั่งตะวันตกก็เข้าแม่น้ำท่าจีน ผ่านประตูระบายน้ำพลเทพและประตูระบายน้ำบรมธาตุลงในพื้นที่แม่น้ำท่าจีน สิ่งเหล่านี้นะครับ ถ้าน้ำเหนือมา อย่างในปีนี้ท่านประธานเชื่อไหมครับว่า เมื่อ ๕ วันที่แล้วเขื่อนชัยนาท หรือเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำ ๕๕๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ๕ วันเท่านั้นครับ เพิ่มการระบายน้ำ เป็น ๑,๓๕๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แล้วก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไปถึง ๒,๐๐๐ ๒,๐๐๐ เศษ ถ้ามวลน้ำยังมีมหาศาลขนาดนี้ แล้วถ้าน้ำฟ้ามาด้วย ฝนตกลงมาด้วย ท่านประธานครับ อะไรจะเกิดขึ้นในพื้นที่น้ำกำลังจะท่วม ฝั่งตะวันตกมีสุพรรณบุรี มีนครปฐม ฝั่งตะวันออก ก็ลพบุรีอย่างที่เรียนนะครับ ถ้าระบายน้ำ ผมขออนุญาตขอบคุณชลประทานนะครับ กรมชลประทานนี้ช่วยเหลือมากในเรื่องเครื่องสูบน้ำ น้ำมัน เหล่านี้ก็อาศัยกรมชลประทาน มาดูแลพื้นที่ที่จะให้พี่น้องชาวนาได้เก็บเกี่ยวข้าวให้ทันภายในวันที่ ๑๕ กันยายนนี้ และข้าวปีนี้ ยังราคาดีอยู่นะครับ ข้าวขนาดเกี่ยวหนีน้ำ เขียว ๆ นี่นะครับท่านประธาน ยังได้ถึง ๑๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นขณะนี้ชาวนาเขารักษาข้าวยิ่งกว่าชีวิตเขานะครับ ท่านประธานครับ อย่างไรก็ดี ผมไม่ได้ตำหนิกรมชลประทานนะครับ แต่อยากจะพูดในหลักการว่า การบริหารจัดการน้ำ ของกรมชลประทานไม่ได้ดูแต่เฉพาะด้านบนด้านเดียวนะครับ กรมชลประทานต้องไปดูน้ำ ในตอนท้ายที่จะออกไปสู่อ่าวไทยปริมาณมันออกได้ไหมกับมวลน้ำที่ระบายเข้ามา ยกตัวอย่างเช่น ขณะนี้ระบาย ๑,๓๕๐ ลูกบาศก์เมตร น้ำต้นทุนในพื้นที่ที่เขาเรียกว่า น้ำท่า น้ำฝนนี่ตกลงมาเป็นต้นทุนเดิมอยู่แล้ว ระดับน้ำสูงขึ้น ถามว่าแล้วมันระบายออกอ่าวไทย โดยผ่านกรุงเทพมหานครได้จำนวนเท่าไร ถ้าได้ ๑๐๐ ได้ ๒๐๐ แล้วน้ำไปไหนครับ น้ำมันก็ขัง อยู่ในพื้นที่ มันก็ค่อย ๆ ขยับสูงขึ้น สูงขึ้น สร้างความเดือดร้อน ในขณะที่เรารักษากรุงเทพมหานคร เหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องคิดอย่างรอบคอบว่า ถ้าระบายมาเท่าไรแล้วท่านต้องทะลุออกไป สู่ทะเลให้ได้ ไม่ว่าจะทางเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก ผ่านนครปฐม ออกสมุทรสาคร ออกอ่าวไทย เหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องใคร่ครวญอย่างรอบคอบทีเดียวนะครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ มีอยู่ทุ่งหนึ่งที่ผมพูดในสภาแห่งนี้เป็นประจำ อภิปราย อยู่เป็นประจำ ก็คือการระบายน้ำลงในแม่น้ำท่าจีนที่มีศักยภาพน้อยกว่าแม่น้ำเจ้าพระยามาก ลงมาแล้วระบายฝั่งตะวันตกจะไปไหนครับ ไป ๓ ทุ่งด้วยกัน ๑. ทุ่งโพธิ์พระยา อำเภอบางปลาม้า อำเภอสองพี่น้อง รับกรรมทุกปี ลงประตูระบายน้ำพลเทพ ลงประตูระบายบรมธาตุ เข้าผักไห่ เข้าเจ้าเจ็ด ลงมาแล้วนี่นะครับ มาบริเวณนี้แล้ว กรมชลประทานระบายน้ำเข้ามาแล้วนี่นะครับ ปรากฏว่าไม่สามารถที่จะระบายต่อออกไปยังพื้นที่ตอนใต้และออกสู่ทะเลได้ น้ำก็จะขัง บริเวณนี้ ทุ่งโพธิ์พระยาทั้งทุ่งน้ำออกได้ทางเดียวครับ คือทางด้านแม่น้ำท่าจีน ถ้าระบาย ขนาดนี้เข้าประตูระบายน้ำพลเทพ ๕๐ ลูกบาศก์เมตรก็จริง แต่มาระบายที่ประตูโพธิ์พระยา ลงแม่น้ำท่าจีน ๑๐๐ ลูกบาศก์เมตรครับท่านประธาน เอาน้ำจากไหนมา เมื่อแม่น้ำท่าจีน เอ่อล้นตลิ่ง น้ำในทุ่งที่ฝนตกลงมาก็ไม่สามารถระบายออกบริเวณนี้ได้ เหล่านี้นะครับ เป็นข้อที่ กรมชลประทานจะต้องมีแผนรองรับให้ชัดเจน เรามีปัญหาเรื่องนี้มาก ในขณะเดียวกันครับ ทุ่งเจ้าเจ็ดและทุ่งผักไห่ต้องลงไปสู่คลองพระยาบันลือ คลองพระยาบันลือไปถึงพระยาบันลือ ฝั่งเหนือก่อน ข้ามไปเป็นฝั่งใต้ มีเขื่อนขนาดใหญ่ขวางทางน้ำอยู่ แล้วก็ไม่ระบายต่อไปด้วยนะครับ ถ้าไม่ยอมรับมวลน้ำตรงนี้ ถามว่าพี่น้องประชาชนในทุ่งเจ้าเจ็ด ในทุ่งผักไห่ จะประสบปัญหา น้ำท่วมทุกปี นี่คือการต้องบูรณาการเข้าด้วยกันระหว่างสำนักต่าง ๆ ของกรมชลประทานนะครับ

สุดท้ายครับท่านประธานที่เคารพ ที่ผมกำหนดไว้ว่าเป็นพื้นที่น้ำท่วมต่อไป และท่วมอย่างแน่นอน ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา ฝากผมมาว่า มีความจำเป็นอย่างยิ่งว่าต้องมีการขุดลอกแม่น้ำ คู คลองทุกลุ่มน้ำ ทุกคลอง ในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศไทย ขุดลอกเตรียมไว้เลยครับ มันจะสามารถที่จะรองรับปริมาณน้ำจำนวนมาก ได้เป็นอย่างดี ท่านประธานครับ นอกจากนั้นขณะนี้มันเกิดอะไรขึ้นในสภานี้ทราบไหมครับ ท่านประธาน ผมเป็นคนหนึ่งที่ยื่นญัตติเรื่องปัญหาภัยแล้ง อันเนื่องมาจาก El Nino กรรมาธิการกำลังพิจารณาอยู่ครับ ยังไม่เสร็จเลย มาปรากฏน้ำท่วมอยู่ในขณะนี้ หลายจังหวัดขณะนี้น้ำแล้งครับ ต้องขอเครื่อง ขอน้ำจากกรมชลประทาน นั่นหมายความว่า อะไรครับ หมายความว่าทุกคนทราบดีครับ ภาวะโลกเดือด โลกสุดขั้วนี่นะครับ ตก ๆ มาก น้ำมาก ทั่วโลกรู้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นภาวะอย่างนี้ต้องเตรียมครับ ไม่ใช่เรื่องโลกร้อน อย่างเดียวนะครับ โลกเดือดอย่างเดียว พื้นที่รับน้ำที่เรียกว่า Catchment Area นี่นะครับ มันน้อยลงครับท่านประธาน มันกลายเป็นถนน มันกลายเป็นถมไม่ให้น้ำท่วมนะครับ สิ่งเหล่านี้มัน Block น้ำไม่ให้น้ำมีพื้นที่ที่จะอยู่ แล้วมันไปไหนครับ ฝนตก ๒ ชั่วโมง น้ำท่วมแล้ว เพราะอะไร เพราะมันไม่มีทางจะไป เพราะไม่มีทางที่จะเก็บน้ำนะครับ สิ่งเหล่านี้รัฐบาล ต้องตระหนักครับว่า มันจะเกิดขึ้นในอนาคตและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้น ๓ ส่วน ต้องเปลี่ยนด้วยนะครับ โลกเปลี่ยน พื้นที่เปลี่ยน นโยบายประเทศต้องเปลี่ยนครับ นโยบาย ประเทศต้องเปลี่ยน ต้องให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องน้ำเป็นเรื่องหลักของประเทศ โดยเฉพาะ เราเป็นประเทศเกษตรกรรมด้วยนะครับ ต้องเปลี่ยน รัฐบาลต้องมี Megaproject ใหญ่ ๆ ๒๒ ลุ่มน้ำนี่ใครทำครับ สทนช. ครับ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ต้องวางแผนเลยครับ ทั้งประเทศ ๒๒ ลุ่มน้ำทำอย่างไร ถ้าเกิด El Nino ทำอย่างไรถ้าเกิด La Nina ทำอย่างไร จึงจะให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด บรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด และยั่งยืนมากที่สุด คุณหมอทศพรพูดไปแล้วเรื่องป่าไม้นี่แน่นอนครับ มันยั่งยืน ระดมปลูกเลยครับ แต่รัฐบาล ต้องมีนโยบายเรื่องนี้ จะทำอะไรครับ ทำอุโมงค์โดยการคิดของ สทนช. Regulator ต้องประสานงานกับพื้นที่ ประสานงานกับสถาบันการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในพื้นที่นั้น ๆ เพื่อวาง Master Plan ของลุ่มน้ำนี้แล้วพัฒนาไปเป็นเฟส มันอาจจะเป็นโครงการระยะยาวสัก ๒๐ ปี เพื่อวางพื้นฐานไว้ในอนาคต เรื่องอย่างนี้มีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนั้นครับ อะไรต้องเปลี่ยนอีก กรมชลประทานครับ กรมชลประทานต้องเปลี่ยนโครงสร้างการบริหาร จัดการน้ำหรือไม่ ให้สอดคล้องกับ Master Plan ที่สำนักงานทรัพยากรน้ำทำขึ้น สุดท้าย ที่ต้องเปลี่ยน กทม. ต้องเปลี่ยนครับ โลกเดือดอย่างนี้ในที่สุดแล้ว กทม. จะอยู่ไม่ได้ กทม. เป็นส่วนหนึ่งของการขวางการไหลของแม่น้ำจากภาคเหนือลงมา แล้วมันไปไหนไม่ได้มันก็ท่วม แล้วในท้ายที่สุด กทม. ก็อยู่ไม่ได้เช่นเดียวกันครับ ผมยื่นญัตติไว้ว่า กทม. ต้องคิดแล้ว เมืองหลวงแห่งที่ ๒ ควรจะเกิดที่ไหนครับ ต้องวางแผนระยะยาวแล้ว หลายประเทศทำกันครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เราอยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อความยั่งยืน เพื่อลูกหลานของเรา ในอนาคตครับ ขอบพระคุณครับ