ณัฐพงษ์ ชี้ปัญหาน้ำท่วมเชียงราย ซ้อนทับหลายปัจจัย จี้รัฐเร่งบูรณาการจัดการน้ำ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๗

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หารือปัญหาน้ำท่วมทั้งในระดับท้องถิ่นและประเทศ โดยเน้นย้ำบทบาทของผู้แทนราษฎรในการสะท้อนเสียงประชาชน พร้อมเสนอให้มีการบูรณาการการจัดการลุ่มน้ำ การพัฒนาระบบเตือนภัยแห่งชาติ และการเจรจากับประเทศต้นน้ำอย่างจริงจัง รวมถึงเรียกร้องให้รัฐบาลใหม่รับรองญัตติและแถลงนโยบายการรับมือภัยพิบัติอย่างเป็นระบบและชัดเจน

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องกล่าวคำขอบคุณท่านประธาน แล้วก็เพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ร่วมกันเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เพื่อนำปัญหาความเดือดร้อน ของพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่กำลังประสบกับปัญหาอุทกภัยหลายพื้นที่ทั้งประเทศ มาหารือกัน ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ครับ ผมเชื่อว่าหน้าที่ของผู้แทนราษฎรของพวกเราทุกคน นอกจากการร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนแล้ว ก็คือการเป็นปากเป็นเสียง สะท้อนปัญหาของพ่อแม่พี่น้องประชาชนในรัฐสภา องค์กรฝ่ายนิติบัญญัติที่จะมีอำนาจ ในการส่งข้อเสนอแนะไปยังคณะรัฐมนตรีให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาต่อไป ดังนั้น ผมอยากจะฝาก เพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ อยากจะให้รับทั้ง ๔ ญัตตินี้ รวมถึงการส่งข้อเสนอแนะไปยัง คณะรัฐมนตรีด้วย

ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือการที่เราจะมีผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต คนที่เข้าอกเข้าใจ รู้จักพื้นที่ รู้จักประชาชน รู้จักปัญหา สภาพปัญหาต่าง ๆ ที่พวกเขาเจอ แล้วสามารถวิเคราะห์ ตกผลึก เข้าใจถึงเนื้อหาในรายละเอียดว่าปัญหา อยู่ที่ตรงไหน จนนำมาสู่การสะท้อนเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายที่เราจะส่งต่อให้คณะรัฐมนตรีได้ ซึ่งวันนี้ผมและเพื่อนสมาชิกจากเพื่อนร่วมพรรคประชาชน เรามีเพื่อนมาอภิปรายกันหลายคน ๑๕-๑๖ ท่าน เพื่อที่จะนำเสียงสะท้อนเหล่านั้น ทั้งปัญหาเชิงพื้นที่ตามลุ่มน้ำต่าง ๆ หรือปัญหาเชิงประเด็นที่ยังมีอีกหลายส่วนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นแผนเผชิญเหตุหรือการปรับ โครงสร้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมจนถึงระบบการแจ้งเตือนภัยที่เป็นปัญหา เรื้อรังมาเป็นระยะเวลานาน การเกิดอุทกภัยกี่ปี ๆ ปัญหาเหล่านี้ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ที่วันนี้ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกร่วมพรรคจะมาสะท้อนให้ชัด ๆ ที่เราจะได้ส่งข้อเสนอนี้ ไปยังคณะรัฐมนตรี ซึ่งแน่นอนที่สุดครับ ถึงแม้จะเป็นคณะรัฐมนตรีรักษาการ แต่ผมก็เชื่อว่า คณะรัฐมนตรีที่กำลังจะมาแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อจากนี้ ก็จะรับ ข้อเสนอต่าง ๆ เหล่านี้ไปบรรจุเป็นนโยบายที่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะต้องมาแถลงนโยบาย ต่อรัฐสภาด้วยเช่นเดียวกัน ฝ่ายโสตถ้าพร้อมแล้วนำสไลด์ขึ้นได้นะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

อันนี้คือแผนภาพทั้งหมด ที่ผมอยากจะเชิญชวนท่านประธาน เพื่อนสมาชิกและพ่อแม่พี่น้องประชาชนคนไทย ทั่วทั้งประเทศครับ ที่กำลังฟังการอภิปรายอยู่ในขณะนี้ ร่วมกันติดตามการฟังอภิปราย ของเพื่อนสมาชิกทุกคน โดยเฉพาะจากพรรคประชาชนที่เรามีการจัดวางองค์ประกอบ แบ่งผู้อภิปรายเชิงประเด็นทางด้านซ้ายมือและแบ่งผู้อภิปรายเชิงพื้นที่ทางด้านขวามือ ที่เรามีตัวแทนพ่อแม่พี่น้องจากพรรคประชาชนกระจายตัวอยู่ทั่วทั้งประเทศ จะมาชี้ให้เห็น ถึงปัญหาการจัดการน้ำทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นลุ่มน้ำโขง ลุ่มน้ำภาคเหนือ ลุ่มน้ำภาคกลาง จนถึงปัญหาน้ำทะเลหนุนบริเวณอ่าวไทย

ท่านประธานครับ จากการที่ตัวผมเองได้ลงพื้นที่ในจังหวัดเชียงราย เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๓ สิงหาคมที่ผ่านมา ที่อำเภอเวียงแก่น อำเภอขุนตาล และอำเภอเทิง ตามลำดับ เพียงแค่จังหวัดเดียวท่านประธานครับ รายละเอียดของปัญหาแตกต่างกัน ที่อำเภอเวียงแก่นเป็นน้ำป่า ผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิก ท่านคุณหมอทศพรที่บอกว่าปัญหา เกิดขึ้นจากการตัดไม้ทำลายป่า ถ้าเรามีป่าซับน้ำมากกว่านี้ ปัญหาน้ำป่าไหลทะลักอาจจะทุเลา เบาบางลง แต่ที่อำเภอขุนตาลและอำเภอเทิงต่างออกไปครับท่านประธาน อำเภอขุนตาล และอำเภอเทิงเป็นพื้นที่ตรงกลางระหว่างกว๊านพะเยาที่รับน้ำมาจากน้ำอิงไหลออกสู่ แม่น้ำโขง ชาวบ้านหลายคนสะท้อนให้ผมฟังว่าเขาเกิดมา ๗๐-๘๐ ปี ไม่เคยท่วมหนัก ขนาดนี้มาก่อนในอำเภอบริเวณนี้ในจังหวัดเชียงราย ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพราะว่าจังหวัดเชียงรายอยู่ตรงกลางครับ น้ำจากแม่น้ำอิงก็สูง น้ำโขงก็สูง ทำให้เชียงรายท่วมสูงมากที่สุดในประวัติกาล ปัญหานี้เกี่ยวข้องกับอะไรครับท่านประธาน เกี่ยวข้องกับโครงการในการสร้างเขื่อนปากแบง ซึ่งอยู่นอกพื้นที่ของประเทศไทย เราจึงจำเป็นที่จะต้องมีเวทีในการเจรจาการจัดการลุ่มน้ำโขงครับ ที่วันนี้ผมเชื่อว่าเรายังไม่ได้ มีการเจรจาหารือกับประเทศจีนอย่างเต็มที่เพียงพอ เพราะประเทศจีนยังไม่ได้เป็นสมาชิก ของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง นอกจากปัญหาของแม่น้ำโขงตอนบนครับ ที่ผมได้นำเรียน ไปแล้วว่า ในจังหวัดเดียวก็ใช้วิธีการจัดการคนละแบบ ไปที่แม่น้ำโขงตอนล่างครับ ก็เป็นอีกพื้นที่หนึ่งในบริเวณภาคอีสานที่ต้องจัดการอีกแบบหนึ่งเช่นเดียวกัน ที่วันนี้เราจะมี ผู้แทนราษฎร สส. จุฬาลักษณ์ จากจังหวัดเชียงราย และ สส. นิกร จากมุกดาหาร จะมานำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายในการจัดการลุ่มน้ำโขงให้พวกเราฟังครับ

ไปต่อที่การจัดการลุ่มน้ำภาคเหนือครับ ไม่ว่าจะเป็น ปิง วัง ยม น่าน ที่จะมี สส. คริษฐ์ จากจังหวัดตาก และ สส. กมนทรรศน์ ร่วมอภิปรายในประเด็นตรงนี้ครับ จากน้ำเหนือ ที่เมื่อสักครู่ท่านประธานได้รับทราบจากเพื่อนสมาชิกว่ากำลังจะไหลลงสู่ ภาคกลางตามลำดับ ที่ทุกวันนี้เราประสบเหตุจากจังหวัดสุโขทัยครับ คันกั้นน้ำแตก เกิดเหตุภัยพิบัติ เกิดเหตุน้ำท่วมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็จะมี สส. กิตติภณ จากจังหวัดนครปฐม สส. ทวิวงศ์ จากพระนครศรีอยุธยา สส. อานุภาพ จากสมุทรสงคราม สส. กฤษฐ์หิรัญ จากนครสวรรค์ สส. เจษฎา จากปทุมธานีครับ ที่จะมาอภิปรายให้พวกเราฟังว่าการจัดการ ลุ่มน้ำภาคกลาง ไม่ว่าจะเป็นลุ่มน้ำท่าจีน ทุ่งรับน้ำบางบาล การรับมือกับปัญหาน้ำทะเลหนุน การทดน้ำที่บึงบอระเพ็ดและการจัดการกับพื้นที่นอกแนวเขตกั้นน้ำ เราจะจัดการกันอย่างไร ทุกท่านครับ นอกจากการจัดการปัญหาตามลุ่มน้ำเชิงพื้นที่ที่พวกเรามีผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต รับฟังปัญหา เข้าอกเข้าใจประชาชนในพื้นที่ มานำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายในการจัดการ ลุ่มน้ำอย่างเป็นระบบ ไม่พอเท่านั้นครับ วันนี้เรายังมีผู้แทนราษฎรที่ติดตามปัญหา เชิงประเด็นมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น สส. ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ จากจังหวัดเชียงใหม่ครับ ก่อนหน้านี้ถ้าเพื่อนสมาชิก ท่านประธานติดตามฟังการอภิปรายของเขา จะพบว่าเขาติดตาม การแจ้งเตือนภัยในปัญหาฝุ่น PM2.5 บริเวณภาคเหนือมาโดยตลอด แต่การจัดการกับปัญหา ภัยพิบัติรูปแบบหนึ่งสามารถนำมาปรับประยุกต์ใช้กับการจัดการภัยพิบัติอีกรูปแบบหนึ่ง นั่นก็คือปัญหาอุทกภัยได้เช่นเดียวกัน ซึ่งวันนี้ สส. ภัทรพงษ์ จะมาอภิปรายข้อเสนอ ที่เกี่ยวข้องกับระบบศูนย์บริหารจัดการ ที่เราเรียกกันว่า War Room ในการรับมือกับภัยพิบัติ หรือการเผชิญเหตุ เรามี สส. สกล จากปทุมธานีครับ คนที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ทางด้านระบบเทคโนโลยี Sensor IoT ต่าง ๆ ระบบโทรมาตรครับ ที่จะให้ข้อเสนอ เชิงนโยบายว่า ถ้าเราสามารถบูรณาการระบบต่าง ๆ นี้เข้าด้วยกันทั้งภาครัฐและเอกชน เราจะสามารถจัดทำระบบการแจ้งเตือนภัยแห่งชาติได้อย่างไร ยังมี สส. เฉลิมพงศ์ จากจังหวัดภูเก็ตครับ พื้นที่ที่เกิดเหตุดินถล่ม อาจจะไม่ได้มาจากเรื่องเขตภัยพิบัติโดยตรง แต่เกี่ยวข้องกับปัญหาฝนตกหนัก ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตสูงถึง ๑๓ ราย มีผู้ได้รับผลกระทบกว่า ๒๐๐ ครัวเรือน เป็นที่เศร้าสลดของพวกเราชาวไทยทั่วทั้งประเทศครับ สส. เฉลิมพงศ์ จะมาอภิปรายเพื่อชี้ให้ทุกท่านเห็นครับว่า ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตกลไกของรัฐมีแล้ว เครื่องไม้เครื่องมือในการเฝ้าระวังมีแล้ว แต่ทำไมถึงเวลาเกิดเหตุจริงถึงใช้การไม่ได้ รายละเอียดปัญหาแบบนี้ละครับ ที่เรามีผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตรู้รายละเอียดของปัญหา และจะชี้ให้เห็นถึงทางออกของปัญหาที่จะเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป ยังไม่หมดเท่านี้ครับ ท่านประธาน เรายังมี สส. ศุภปกรณ์ สส. ฐิติกันต์ เพื่อนสมาชิกอีกหลายท่านจากพรรคประชาชน ที่จะมาร่วมอภิปราย เพื่อแสดงให้เห็นถึงว่าปัจจุบันแผนเผชิญเหตุเรามีทั่วถึงทุกองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ทั่วทั้งประเทศแล้วนะครับ แต่แผนเป็นแค่แผน เพราะไม่เคยถูกซักซ้อม พอเกิดเหตุขึ้นจริงจึงรับมือไม่ได้ นอกจากแผนเผชิญเหตุแล้ว ยังมีเพื่อนสมาชิก ที่จะมาอภิปรายเกี่ยวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลไกที่สำคัญที่สุดของรัฐครับ ที่วันนี้ ยังขาดแคลนงบประมาณ ขาดแคลนบุคลากร ขาดแคลนอำนาจในการแก้ไขปัญหารับมือ ภัยพิบัติกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ทุกท่านครับ จากผู้อภิปราย ๑๕-๑๖ ท่าน ที่ผมอาจจะเอ่ยชื่อไม่หมด แต่อยากจะฝากให้ท่านประธานและประชาชนที่กำลังรับฟัง อยู่ทางบ้านครับ ติดตามการอภิปรายของพวกเราต่อจากนี้ ซึ่งผมจะขอสรุปออกมา เป็น ๕ หัวข้อที่สำคัญครับ

ข้อแรก ที่ผมคิดว่าคณะรัฐมนตรีรักษาการชุดนี้และชุดต่อ ๆ ไป จะต้องจริงจัง กับการแก้ไขปัญหาทั้งเฉพาะหน้าและระยะยาวครับ ข้อแรก คือการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ ที่ผมได้นำเรียนว่ามีอยู่แล้วแต่ไม่เคยถูกซักซ้อม ๒ เดือนต่อจากนี้ยังอยู่ในหน้าน้ำ มีโอกาส ที่จะฝนตกหนัก น้ำไหลทะลักเข้าสู่พื้นที่ภาคกลางมากขึ้น ทำอย่างไรที่ให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นทั่วทั้งประเทศได้ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ ถึงเวลาภัยพิบัติมาพร้อมลงมือปฏิบัติทันที

ข้อที่ ๒ รัฐบาลจะต้องมีความชัดเจนในมาตรการการเยียวยาของรัฐครับ แน่นอนที่สุดจะต้องมีพื้นที่บางพื้นที่ที่ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่รับน้ำ จะทำอย่างไรให้มาตรการ การเยียวยามีความชัดเจน ประชาชนทุกคนได้รับการชดเชยเยียวยาในทันทีและทั่วถึง

ข้อที่ ๓ คือเรื่องการวางแผน ทำอย่างไรให้เรามองเห็นระบบการบริหาร จัดการน้ำทั้งระบบดังแผนภาพที่ยังแสดงอยู่แบบนี้ อยู่ตรงหน้าทุกท่านนะครับ จากโขง สู่ภาคเหนือ ภาคกลาง ก่อนไหลออกสู่อ่าวไทย

ข้อที่ ๔ คือเวทีในการเจรจา อย่างที่ผมได้นำเรียนว่าลุ่มน้ำโขงนั้น ไม่ใช่เป็นเฉพาะ ปัญหาของประเทศไทย แต่เป็นปัญหาที่เราต้องใช้เวทีในการเจรจานานาชาติ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งประเทศจีน ที่วันนี้เราอาจจะยังไม่ได้พูดคุยกับเขามากเพียงพอ

ข้อสุดท้าย คือการบูรณาการข้อมูลภาครัฐและภาคเอกชนในการจัดทำระบบ แจ้งเตือนภัยแห่งชาติ

ทั้ง ๕ ข้อนี้ครับ ซักซ้อม ชัดเจน วางแผน เจรจาและบูรณาการ คือข้อเสนอ ที่ผมอยากจะบรรจุไว้ในญัตตินี้ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรส่งข้อเสนอแนะเหล่านี้ไปให้ คณะรัฐมนตรีไปดำเนินการต่อไป

สุดท้ายครับท่านประธาน อย่างที่ผมได้นำเรียนว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงการรักษาการ ของคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน แต่ผมคาดหวังครับ และอยากจะเห็นเป็นอย่างยิ่ง ว่าการแถลง นโยบายต่อรัฐสภาของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่กำลังจะมาแถลงนโยบายในอีกไม่กี่สัปดาห์ ต่อจากนี้ จะมีความชัดเจนในแผนการรับไม้รับมือกับปัญหาภัยพิบัติของประเทศ ในอนาคตด้วย ก็อยากจะฝากท่านประธานและเพื่อนสมาชิกไว้เท่านี้ และอยากให้ทุกท่าน ติดตามฟังการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกทุกคนครับ ขอบคุณครับ