ภัสริน สนับสนุนแก้กฎหมายซีกทอย เปิดพื้นที่สิทธิเสรีภาพทางเพศ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๗ สิงหาคม ๒๕๖๗

ภัสริน รามวงศ์ อภิปรายสนับสนุนการแก้ไขกฎหมายควบคุมสื่อลามกอนาจารและกฎหมายเกี่ยวกับซีกทอย โดยเน้นการเปิดพื้นที่ให้กับสิทธิเสรีภาพทางเพศ การยอมรับอุปกรณ์ทางเพศอย่างถูกกฎหมาย การใช้เพื่อการแพทย์และบำบัด รวมถึงการปลดล็อกมุมมองทางศีลธรรม เพื่อส่งเสริมสุขภาพกายใจและสร้างวัฒนธรรมแห่งความสุขทางเพศอย่างเท่าเทียมและลดการกดทับทางเพศวิถีที่สืบทอดมาในสังคม

นางสาวภัสริน รามวงศ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ภัสริน รามวงศ์ ผู้แทนราษฎรจากกรุงเทพมหานคร ปากเสียงคนบางซื่อ ดุสิต พรรคก้าวไกล วันนี้ดิฉันขออภิปรายสนับสนุนร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาของคุณเท่าพิภพ ว่าด้วยการควบคุมสื่อลามกอนาจาร ดิฉันอยากจะสะท้อนให้เห็นถึงการกดทับ และการ ปิดกั้นการค้นหา การปิดกั้นความพึงพอใจและรสนิยมทางเพศค่ะ สิ่งเหล่านี้รวมถึง Sex Toy หรือของเล่นผู้ใหญ่ที่ถือว่าเป็นสิ่งลามกอนาจาร ผิดศีลธรรมอันดี การแก้ไขกฎหมายนี้ จะเปิดให้คนไทยได้มีอิสระ และมีทางเลือกในการช่วยตอบสนองความต้องการที่มีความ เป็นส่วนตัวค่ะ องค์การอนามัยโลกเองก็ยืนยันว่า เพศวิถีเป็นแง่มุมหนึ่งของมนุษย์ ที่ไม่สามารถตัดขาดออกจากมนุษย์ได้ ทำให้กามารมณ์เป็นเรื่องธรรมชาติที่ควรได้รับ การศึกษา แล้วก็ควรได้รับการตอบสนองที่ถูกต้องและเหมาะสม ด้วยความเข้าใจ และด้วยอุปกรณ์ที่ปลอดภัย จะเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างสุขภาพกายและใจ เพราะความต้องการทางเพศเป็นพื้นฐานของมนุษย์ค่ะ เป็นสิทธิของมนุษย์ที่จะสามารถ บรรลุถึงเป้าหมายด้วยตัวเอง ความเป็นเพศวิถีมีมาอย่างยาวนานค่ะ ทั้งในประเทศไทย แล้วก็ในโลกตะวันตก ในสมัยจอมพล ป. เองก็ตาม เราเองก็มีหลักสูตรกามศึกษา หรือ Sexual Education ในช่วงเวลานั้นเหมือนกันค่ะ บรรทัดฐานทางสังคมดั้งเดิมก็จะมองว่าผู้ชายมีหน้าที่ที่จะต้อง ปกป้องดูแลผู้หญิง ผู้หญิงไม่ควรให้ความสำคัญกับสุขภาพทางเพศของตัวเอง ควรไปให้ ความสำคัญกับการมีลูกเพียงอย่างเดียวค่ะ การไม่โป๊ การไม่เปลือย ต้องปกปิดร่างกายของ ตนเอง การพยายามที่จะไม่พูดถึงร่างกายที่ต่ำกว่าเอวเป็นต้นไป ถือว่าเป็นเขตพื้นที่หวงห้าม นี่เป็นอิทธิพลจากความเชื่อที่ส่งผลต่อสถาบันทางครอบครัวค่ะ แล้วก็เป็นการควบคุมจาก ชนชั้นนำ หากผู้หญิงไม่เป็นไปตามบรรทัดฐานเหล่านี้ จะถูกตราว่าเป็นปีศาจ เป็นแม่มด ต้องถูกกำจัด ถูกลงทัณฑ์ ถูกสาปส่งให้ลงนรกค่ะ ในขณะที่การแพร่ระบาดของซิฟิลิส แล้วก็การให้ความหมายของคำว่าฮีสทีเรีย ถูกพิจารณาว่าเป็นอาการป่วย นี่คือการแพทย์ วิทยาศาสตร์ที่ขีดเขียนโดยชายเป็นใหญ่ค่ะ รวมทั้งความเชื่อที่ตอกย้ำว่าร่างกายของผู้หญิง เป็นบ่อเกิดแห่งบาป ตัณหาราคะ และความชั่วร้ายจะต้องถูกควบคุมอย่างหนัก ต้องให้ บริสุทธิ์ทั้งทางกาย วาจา และจิตใจ ให้การถือพรหมจรรย์เป็นคุณค่าสูงสุดของผู้หญิงค่ะ สังคมเห็นว่ากามารมณ์เป็นเรื่องสกปรก เพศเป็นเรื่องที่ต้องปกปิด ตรงกันข้ามค่ะ ผู้ชายที่ สามารถเปิดเผยเรื่องเพศได้มากกว่าผู้หญิง นี่คือการกดทับทางเพศวิถีที่มีอยู่ในสังคมไทย และสังคมตะวันตกตั้งแต่ยุคกลางด้วยค่ะ แล้วก็ปฏิบัติปรากฏเรื่อยมาจนถึงสมัย ยุค Victorian แนวคิดเกี่ยวกับเพศวิถีแบบยุค Victorian นี้เองก็ตาม เราก็ได้รับอิทธิพลมา ในสมัยรัชกาลที่ ๔ ในยุคที่อังกฤษกำลังล่าอาณานิคมในแถบ Asia เราซึมทราบวัฒนธรรม เหล่านี้ในวงสตรีชนชั้นสูง และได้แพร่หลายไปทั่วสารทิศค่ะ จากส่วนกลางสู่ชนบท จากส่วนกลางสู่ชาวบ้าน แล้วก็เริ่มมีบทบาทชัดเจนในความคิดแบบนี้ในช่วงสมัยรัชกาลที่ ๕ ที่ได้รับอิทธิพลวัฒนธรรมจากทางตะวันตกเป็นอย่างมากค่ะ ในบริบทสังคมไทยเองก็ตาม เรารับระบบศีลธรรมมาผูกโยงกับการกดทับทางเพศผ่านวิธีการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น งานวรรณกรรม งานเขียน บทเพลง หรือการสอดแทรกลักษณะความเป็นหญิงที่ดี เมียที่ดี แม่ที่ดี รักนวลสงวนตัว แล้วก็การมีผัวเดียวเมียเดียวค่ะ ในทางกลับกันก็มักสะท้อนให้เห็นว่า สังคมบ้านเราก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับความสุขทางเพศของผู้หญิงเท่าที่ควร หากเปรียบเทียบ ความสุขทางเพศของผู้ชาย และไม่ตีความว่าความสุขทางเพศเป็นสิทธิสำคัญประการหนึ่ง ที่ทุกคนควรได้รับ การเข้าถึงความสุขทางเพศเป็นเรื่องการเมืองมาโดยตลอดค่ะ นี่คือสิทธิ อย่างหนึ่งเช่นกันค่ะ สิทธิในเนื้อตัวร่างกายของเรา และเราไม่ได้มีอะไรผิดค่ะ ตัวอย่าง แนวคิดของ Feminism ก็ชี้ให้เห็นว่า การกดทับทางสังคมเพราะเป็นการบังคับให้ผู้หญิง สนองตอบต่ออุดมการณ์แบบครอบครัว ต้องเป็นเมียที่ดี เป็นแม่ที่ดี โดยไม่คำนึงถึง ความปรารถนาเรื่องเพศของตนเอง การกดดันเช่นนี้ก็ยังส่งผลต่อความรัก ความสัมพันธ์ และคู่รักหลากหลายทางเพศที่ในอดีตถูกมองว่าเป็นความสัมพันธ์ที่วิตถาร ไม่เป็นไปตาม มาตรฐานรักต่างเพศค่ะ Sex Toy ถูกทำให้ได้รับภาพว่าเป็นสิ่งปกติค่ะ Sex Toy สามารถ ทำให้ Sex ของมนุษย์เปลี่ยนความหมายไปจากเดิม และทำให้ผู้หญิงสามารถตอบสนอง กามารมณ์และความพึงพอใจทางเพศของตนเองได้ แต่ไม่ได้เป็นเพื่อการสืบพันธุ์ ไม่ได้ทำตาม อุดมการณ์ของสถาบันครอบครัว สิ่งเหล่านี้ถูกสาปส่งแล้วก็กดทับค่ะ ย้อนไปศตวรรษที่ ๑๙ Sex Toy ถูกใช้เป็นเครื่องมือบำบัดรักษาอาการฮีสทีเรียที่เกิดขึ้นในผู้หญิง ในอดีต ยุค Victorian ถูกอธิบายว่าเป็นโรคจิต เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ขาดเพศสัมพันธ์ แล้วก็ขาดการ ถึงจุดสุดยอด อาการแบบนี้บอกว่าเป็นโรคร้าย สามารถทำให้ทุเลาลงได้ด้วยการใช้ Vibrator กระตุ้นอวัยวะเพศหญิงให้ถึงจุดสุดยอด ในอดีตโรคนี้ถูกมองด้วยมุมมองที่เกลียดชังต่อผู้หญิง แต่นี่เป็นความเข้าใจทางการแพทย์ที่พิสูจน์แล้วว่าไม่ได้เจาะจงที่เพศค่ะ เป็นอาการของ Trauma และทางประสาทอื่น ๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวกับการทำผิดศีลธรรมของผู้หญิงอย่างเดียว

ในปัจจุบัน Sex Toy ถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติมากขึ้นค่ะ ด้วยวิทยาศาสตร์ ด้วยวัฒนธรรมแล้วก็การพัฒนาของ Sex Toy ยังใช้ในการแก้ไขปัญหาเพศสัมพันธ์และการ บำบัดความผิดทางเพศที่หลากหลายในประชากรผู้ป่วย เช่น ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยใช้อุปกรณ์ทางเพศบางอย่าง ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการ จากคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อใช้ทางการแพทย์ รวมถึงการพัฒนาขึ้นเพื่อคนพิการด้วย การเอามุมมองด้านศีลธรรมที่ได้อิทธิพลจากความเชื่อออกไปจาก Sex นะคะ จะสามารถ ปลดล็อกวัฒนธรรมใหม่ ๆ เพื่อสร้างความสุขของมนุษย์ได้ ไม่เพียงแค่ผู้หญิงค่ะ การแก้ กฎหมายจึงเป็นก้าวที่ดีในการปลดล็อกสังคมไทยไม่ให้ติดหล่มกับความเชื่อที่พิสูจน์ได้ว่า ไม่จริง ปัญหาคือการไม่ให้เกียรติในสิทธิเสรีภาพค่ะ สิทธิในการเสพสื่อ สิทธิในการผลิต สิทธิที่จะมีความสุขทางเพศ ทั้งหมดนี้มีจุดร่วมเดียวกันค่ะ คือความสุขทางเพศที่เราจะต้อง ได้รับการรับรองค่ะ ประเทศไทยผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมแล้ว มันเปลี่ยนประวัติศาสตร์ค่ะ ปักหมุดความเสมอภาคทางเพศในสังคม วันนี้เป็นอีกครั้งหนึ่งค่ะ ที่ท่านจะสร้างประวัติศาสตร์ ดิฉันขอให้สภาแห่งนี้รับหลักการประมวลกฎหมายอาญานี้นะคะ และหากมีรายละเอียดใด ๆ ก็ไปตกลงกันในชั้นกรรมาธิการได้ค่ะ ขอเรียนสั้น ๆ นะคะ ถ้าคุณหิวคุณก็กินค่ะ ถ้าคุณง่วง คุณก็นอน นี่คือร่างกายของคุณค่ะ และทุกคนมีสิทธิที่จะเสร็จค่ะ ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธาน