เชตวัน เตือประโคน อภิปรายเรื่องการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา เพื่อปรับทัศนคติเกี่ยวกับเรื่องเพศ รสนิยมทางเพศ และอุปกรณ์เกี่ยวกับ Sex ให้เป็นเรื่องปกติ และอภิปรายเรื่องตำนานสร้างโลกและจุดกำเนิดมนุษย์ โดยอ้างอิงจากตำนานและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เช่น ปราสาทขอมที่มีศิวลึงค์ตั้งอยู่บนฐานโยนี และอภิปรายเรื่อง Soft Power ของไทย โดยขอให้ท่านประธานอนุญาตให้เขาแสดงผลงานของนิธิ เอียวศรีวงศ์ และอ่านบทกวีที่เขียนขึ้นเองเพื่อแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการสื่อสารและการเรียนรู้
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคก้าวไกล จังหวัดปทุมธานี ผมขอร่วมอภิปราย พ.ร.บ. แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ปลดล็อกอุตสาหกรรมผู้ใหญ่ ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดไปแล้วในเรื่องของความจำเป็นในการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ เพื่อในมุมมองของทางการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ในเรื่องของการลดปัญหาอาชญากรรม รวมถึงเรื่องของการสาธารณสุข ผมอยากจะเชิญชวนพวกเราปรับทัศนคติเกี่ยวกับเรื่องเพศ เรื่องรสนิยมทางเพศ รวมถึงเรื่องอุปกรณ์เกี่ยวกับ Sex ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา เป็นสิ่งที่ กำเนิดมนุษย์ ท่านประธานนี่เทียนครับ ขออนุญาตครับ นี่คือเทียนครับท่านประธาน ตั้งแต่ยุคอยุธยา เทียนคือสัญลักษณ์ของอวัยวะเพศชาย ต้องมีใช้ในงานพิธีการแต่งงาน กรมพระยาดำรงราชานุภาพเคยพูดถึงเรื่องเทียนนี้ไว้ด้วย เอามารวมเป็นบทกลอนชื่อ เจ้าเอ๋ยเทียนทอง ปิดเข้าที่หน้าแท่นทอง ทำขวัญเจ้าทั้งสอง ให้อยู่ดีกินดี ผมถาม ท่านประธานครับ ถามเพื่อนสมาชิกในสภาหน่อย มีใครเห็นเทียนที่ระบุว่าเป็นสัญลักษณ์ของ อวัยวะเพศชายแล้วรู้สึกอย่างไรบ้างครับ คือถ้าเรายอมรับว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องปกติ นี่ก็คือ เรื่องปกติใช่ไหมครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ท่านประธานครับ ตำนานสร้างโลก กำเนิดมนุษย์ กลุ่มไต-ไท ที่ว่าเกิดมาจากน้ำเต้าปุงนั้น ภูมิประเทศในตำนาน ภูมิประเทศ สมมุติในตำนาน แต่มีอยู่จริงที่เมืองแถง หรือเมืองเดียนเบียนฟู ประเทศเวียดนาม ที่นั่นจะมี สิ่งที่เขาเรียกว่า แถนแม่เบ้า หรือนาน้อยอ้อยหนู ซึ่งจะเป็นรากศัพท์ของคำว่า นาพื้นน้อย ของผู้หญิงต่อไปในอนาคต จุดกำเนิดมนุษย์ ที่เมืองแถง ที่เมืองเดียนเบียนฟูครับท่าน ประธาน มีลักษณะเป็นที่นา ที่ราบแคบ ๆ มีร่องน้ำไหลผ่าน ขณะที่อ้อยหนูก็คือพืช ประเภทหญ้าชนิดหนึ่งที่ขึ้นปกคลุม ทั้งหมดที่พูดมาไม่ว่าจะเป็นที่ราบแคบ ๆ มีร่องน้ำไหลผ่าน มีหญ้าขึ้นปกคลุม ทั้งหมดนี้คืออวัยวะของสตรีเพศ ซึ่งอาจารย์ยุกติ มุกดาวิจิตร แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยพาอาจารย์นิธิ นักประวัติศาสตร์ผู้ล่วงลับไปดูที่เมืองแถง ที่เมืองเดียนเบียนฟูแห่งนี้ แล้วก็บอกว่านี่คือจุดกำเนิดของสรรพชีวิตในตำนาน จริง ๆ แล้ว จากรูปถ่ายนี่ละครับ นาน้อยอ้อยหนูนี่นะครับ แถนแม่เบ้า เพียงแต่ว่าตอนนี้หญ้าไม่ค่อยขึ้น ปกคลุมเท่าไร น่าจะไปในหน้าแล้ง มากันที่อวัยวะเพศชายบ้างครับท่านประธาน เราบูชา ปลัดขิกไล่ผีแม่ม่าย เราบูชาศิวลึงค์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพระศิวะที่พูดถึงก็เรื่องการกำเนิด ด้วยเช่นกัน ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกในที่นี้น่าจะเคยไปปราสาทในวัฒนธรรมขอมแบบนี้ ไม่ว่าจะสร้างด้วยหิน ไม่ว่าจะสร้างด้วยศิลาแลง หรือไม่ว่าจะสร้างด้วยอิฐ ปราสาท ในวัฒนธรรมขอมที่นับถือพระศิวะก็จะมีอวัยวะเพศของพระศิวะ คือ ศิวลึงค์ ตั้งอยู่บนฐานโยนี ในห้องที่เป็นห้องประธานแบบนี้ ศิวลึงค์ตั้งอยู่บนฐานโยนี และท่านประธานทราบไหมครับ ตรงหน้าเรานี้ สิ่งที่เราบูชากันในปราสาทนั้น คือการกำลังร่วมเพศกันอย่างโจ๋งครึ่ม อะไรคือ หลักฐานที่สนับสนุนว่านี่คือการรวมเพศครับ นี่อย่างไรครับ เราเข้าไปในปราสาทใช่ไหมครับ เราจะเห็นศิวลึงค์อยู่บนฐานโยนี ประเด็นของผม สิ่งที่ผมกำลังจะบอกก็คือว่า ศิวลึงค์ไม่เคยงอกจากโยนีนะครับ ศิวลึงค์ไม่เคย งอกจากฐานโยนี มีแต่ศิวลึงค์เสียบหรือแทงเข้าไปในโยนีเท่านั้น ดังนั้นหมายความว่า เรากำลังอยู่ในท้องครับ จึงเห็นศิวลึงค์เสียบเข้ามา ห้องที่เป็นประธานก็เป็นสิ่งยืนยัน เขาเรียกว่าห้อง ครรภคฤหะ ครับ ครรภ ก็มาจากครรภ์นั่นเอง นี่เป็นเหตุแห่งการประกอบ พิธีกรรมของกษัตริย์โบราณ ของเจ้าผู้ครองเมือง พอเขาไปเสร็จปุ๊บทำบาปทำกรรมอะไรไว้ เข้าไปออกมาก็คือการเกิดใหม่ครับ Rebirth ครับ
ท่านประธานครับ และสิ่งต่อไปนี้คือ Soft Power ของเรา ดูไม่ออกใช่ไหมครับ เดี๋ยวผมจะบอกว่าทำไมถึงดูไม่ออก รูปนี้คือปั้นเมฆขอฝน เป็นประเพณีพิธีของชาวศรีเทพ เพชรบูรณ์นะครับ แล้วเมืองศรีเทพก็เพิ่งได้รับการเป็นมรดกโลก ต่อไปครับ ขุนเพชร ขุนพลอย ของพี่น้องชาวราชบุรีที่สืบทอดกันมาเป็น ๑๐๐ ปี ใครอยู่ราชบุรีน่าจะเคยเจอ ประเพณีแห่ขอฝนแบบนี้นะครับ นี่คือ Soft Power ครับ แต่ท่านประธาน Soft Power ของผมถูกเบลอครับ ถูกเบลอเพราะว่าไม่ให้ผ่านครับ เจ้าหน้าที่ไม่รู้ว่าใครพิจารณานะครับ ท่านประธานครับ ผมก็เลยอยากจะชวนดูคำของอาจารย์นิธิกันหน่อยนะครับ น่าจะเป็นสไลด์ แผ่นแรก ผมข้ามไปนะครับ ท่านใช้คำนี้ครับ ใช้คำว่าสังคมไทยตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ จนสมัยกรุงเทพฯ ก่อนรับวัฒนธรรม Victorian จากยุโรป ไม่เคยกระแดะ และไม่ดัดจริตครับ อ่านต่อกันยาว ๆ ก็ได้นะครับ ผมขอไปแล้ว นี่คือประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวกับจุดกำเนิดมนุษย์ นี่คือเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับอวัยวะเพศทั้งสิ้น ไม่ว่าจะแถนแม่เบ้า นาน้อยอ้อยหนู ไม่ว่าจะศิวลึงค์ หรืออะไรต่าง ๆ ผมอภิปรายมาทั้งหมดเพื่อที่จะชวนเพื่อนทุกท่านเลิกดัดจริตครับ และผมไม่แน่ใจว่าผมจะได้พูดในนามพรรคก้าวไกลเป็นครั้งสุดท้ายหรือเปล่า ผมก็เลยจะอ่าน บทกวีชิ้นหนึ่งให้เพื่อนสมาชิกได้ฟัง แล้วเดี๋ยวจะฝากหนังสือเล่มนี้ให้ท่านอดิศรด้วยนะครับ เป็นบทกลอนที่ผมเขียนขึ้นมาเอง ตีพิมพ์อยู่ในเล่มที่เรียกว่า ถ้าจะพอเรียกมันว่าบทกวี ตอนนั้นใช้นามปากกา เวฬุ เวสารัช ไปอุดหนุนกันได้นะครับ ผมจะอ่านบทกวีบทนี้ เพื่อเป็นการทิ้งท้ายการอภิปรายครั้งนี้ด้วยครับ แล้วก็เพื่อเป็นการไม่แน่ใจว่า พรรคก้าวไกล จะยังอยู่ต่อไปหรือไม่ หยั่งรากลึกลงหลักจนยากจะโค่น สั่งสอนมาครั้งกระโน้นคนรุ่นเก่า ในยุคการสื่อสารอันบางเบา เทคโนโลยียังไม่เข้าถึงผู้คน ผ่านระบบบทเรียนอันจำกัด ชีวิตแสนอัตคัดและขัดสน ใช้บันไดการศึกษาดีดตัวโยน นำพาตนคนรอบข้างพ้นโคลนตม ตั้งใจมุ่งมั่นกัดฟันสู้ เชื่อในครูตำราว่าเหมาะสม ปีนป่ายสูงจนกลายเป็นคนพิมพ์นิยม สั่งสมอุดมคติเดิมลึกสุดลึก จนวันหนึ่งครับ ท่ามขมึงตึงของเกลียวเชือก หนึ่งเลือกตรึง หนึ่งเลือกเปลี่ยนวนเวียนรู้สึก ล้วนความเห็นมากคำถามปลุกสำนึก ชวนให้ตรึกตรองตน ให้ค้นพบ โลกแห่งการสื่อสารไร้พรมแดน ตำราเรียนนอกแบบแผนได้ประสบ เรื่องคนนอก คนชายขอบที่ลืมลบ ได้สมทบเพิ่มเติมเต็มโลกความรู้ คือข้อมูลอีกด้านสั่นคลอนราก จากหยัดลึกแน่นหนักเริ่มเอนลู่ ย้อนกลับคิดครูก็คนคนก็ครู ตำราที่สูเรียนมาฝีมือคน ประจักษ์ชัดในวุ่นวายได้ค้นพบ เปลี่ยนระเบียบระบบโลกทัศน์อย่างเข้มข้น ลึกถึงราก บาดถึงโคนขุดหลุดพ้น เท่าทันตนเท่าทันโลกสันหลังตรง ขอบคุณครับ