สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๑๘ มกราคม ๒๕๖๗

นพดล ทิพยชล หารือเรื่องการเตรียมรับมือกับยุคปัญญาประดิษฐ์ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนาทักษะ Critical Thinking และการเรียนรู้ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับ AI และไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง นอกจากนี้ยังพูดถึงการนำเทคโนโลยี AI มาใช้แทนที่คนในการทำงาน และขอสนับสนุนให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาการอยู่ร่วมกันของสังคมในยุคปัญญาประดิษฐ์

นายนพดล ทิพยชล นนทบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นพดล ทิพยชล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี เขต ๔ อำเภอปากเกร็ด พรรคก้าวไกล วันนี้ผมมาขอร่วมอภิปรายสนับสนุนญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรศึกษาตั้งกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อศึกษาการอยู่ร่วมกันของสังคมในยุคปัญญาประดิษฐ์ และโลกาภิวัตน์ครับ ท่านประธานครับ ในอดีตยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมโลกเราเคยมีการคิดค้นเครื่องจักรไอน้ำ แล้วเครื่องจักรไอน้ำนี้ก็สามารถเปลี่ยนแปลงโลกเราจากสังคมหัตถกรรมเป็นอุตสาหกรรมได้ ในอีกหลายร้อยปีต่อมา แล้วอีกครั้งหนึ่งโลกเราได้มีการคิดค้นระบบอินเทอร์เน็ตขึ้นมา ถือกำเนิดขึ้นมาโลกเราก็เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาลอีกเช่นกัน จากสังคม Analog สู่สังคม Digital วันนี้โลกเรากำลังมี AI เข้ามาเป็นตัว Disrupter ที่สำคัญอีกครั้งหนึ่งครับ หากเรา ยังไม่เตรียมรับมือให้ดีกับ AI ที่จะมาเปลี่ยนแปลงโลกในครั้งนี้ ผมเชื่อว่าอีกไม่นานประเทศ ของเราก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างแน่นอน มีข้อมูลรายงานนะครับ เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิก ก็ได้เกริ่นขึ้นมาแล้ว เป็นรายงานของการศึกษาของทาง IMF บ่งชี้ว่าผลกระทบจากการ Disrupt จากการนำ AI มาใช้ในภาคธุรกิจของประเทศ สำหรับประเทศที่ร่ำรวยก็จะหนักกว่า เราหน่อย ทาง IMF เชื่อว่าจะมีผลกระทบกับตำแหน่งงานอยู่ถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ส่วนของ ประเทศไทยที่เป็นตลาดเกิดใหม่เป็น Emerging Market แบบนี้จะได้รับผลกระทบกับ ตำแหน่งงานปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นมีคำถามต่อมาว่า AI จำเป็นแค่ไหนครับท่านประธาน มีผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลาย ส่วนงาน หลายภาคส่วน เชื่อเหมือนกันว่าจริง ๆ แล้ว AI เป็นเครื่องมือเป็น Tool ที่ไม่ได้ต่าง จากสิ่งพิมพ์หรือว่าเครื่องกำเนิดไอน้ำซึ่งเป็น ๒ นวัตกรรมที่เคยเปลี่ยนโลกของเราในอดีตเลย นั่นหมายความว่าวันนี้ AI จะเข้ามาพลิกโฉมวิถีชีวิตของมนุษย์ในรอบหลายร้อยปีเช่นกันครับ ถึงเวลาที่เราต้องยอมรับและร่วมเดินหน้าไปพร้อมกับ AI แน่นอนครับว่าการนำ AI มาใช้ อาจจะมีผลกระทบต่อตำแหน่งงานในระดับที่สูงแน่นอนนะครับ โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือน นักคณิตศาสตร์ แพทย์ หรือว่าแม้แต่นักเขียน ดังนั้นคำถามต่อมาแล้วเราจะทำอย่างไรดี ทักษะอะไรที่จะทำให้คนทำงานอยู่รอดได้ในยุค AI ในปัจจุบันนี้ โดยที่ผมมองว่ามนุษย์ เงินเดือนต้องมีการพัฒนาทักษะอยู่ ๒ ประการ เรื่องแรกเลยนะครับเรื่อง Critical Thinking หรือว่าการคิดเชิงวิเคราะห์ ทำไมทักษะนี้ผมถึงมองว่าเป็นทักษะที่จำเป็นมากในยุค AI เพราะว่า AI นั้นสามารถทำงานแทนแรงงานคนเราที่ทำงานแบบเดิม ๆ ได้ หรือที่เราเรียกกัน ว่าทำงานแบบ Routine ดังนั้นถ้าเราอยากอยู่เหนือ AI อยากอยู่ร่วมกับ AI หรือว่าใช้ AI ให้เป็นประโยชน์ในการทำงาน เราต้องคิดให้ซับซ้อนขึ้น คิดเชิงวิเคราะห์ เพราะว่า AI มันยัง ไม่สามารถทำแทนมนุษย์ได้ ซึ่งทักษะในการคิดเชิงวิเคราะห์หรือ Critical Thinking จะสามารถช่วยให้เรามีงานทำในยุค AI นั่นเองครับท่านประธาน แล้วอีกหนึ่งความสามารถ ที่ผมเชื่อว่าต้องมี แล้วก็สำคัญไม่น้อยกว่ากันเลย คือการเรียนรู้ ทักษะในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา ซึ่งทักษะนี้เป็นสิ่งจำเป็นที่มนุษย์เงินเดือนทุกคนต้องมีเช่นกัน AI ก็เปรียบเสมือน เหรียญนะครับ เพื่อนสมาชิกก็บอกแล้วว่ามี ๒ ด้านเสมอ ด้านหนึ่งเป็นโอกาส พลิกไปอีก ด้านหนึ่งก็จะพบข้อที่เราต้องห่วงกังวลไม่น้อยเช่นกัน ความท้าทายที่สำคัญที่เราต้องร่วมกัน ออกแบบ กฎและกติกาเพื่อควบคุมไม่ให้เกิดความไม่เท่าเทียม ความเหลื่อมล้ำ ไม่เช่นนั้น ผู้ที่เข้าถึง AI จะเติบโตอยู่เพียงกลุ่มเดียว เนื่องจากสามารถนำ AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้ในการทำงานได้ แต่ผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึง AI ก็จะไม่สามารถแข่งขันได้ มีความเสี่ยงที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง สืบเนื่องมาจากว่านอกจากจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ก่อนหน้านั้น เขาก็เดินตามหลังผู้ที่ใช้เทคโนโลยี AI พวกนี้อยู่แล้ว นี่คือข้อกังวลของทาง IMF เลยที่ฝากถึง ทุกประเทศในการเตรียมรับมือกับยุค AI

สุดท้ายครับท่านประธาน ผมเชื่อว่า AI นั้นไม่ได้มาแทนคนทำงาน แต่ AI มาแทนคนที่ไม่ยอมใช้ AI นั่นเองนะครับ ดังนั้นผมจึงขอสนับสนุนขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการอยู่ร่วมกันของสังคมในยุคปัญญาประดิษฐ์ และโลกาอัตโนมัติของเพื่อนสมาชิกพรรคก้าวไกล คุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน