สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๑๘ มกราคม ๒๕๖๗

ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ หารือเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว โดยเรียกร้องการอำนวยความสะดวกในการขอ Visa และการยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียม Visa รวมถึงการจัดทำ Fast Track Visa และการปลดล็อกกฎหมายเพื่อสร้างโอกาสให้กับประชาชนในการสร้างรายได้ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย และเรียกร้องให้กรมการขนส่งทางบกอนุญาตให้รถนำเที่ยวจากประเทศมาเลเซียเดินทางออกจากจังหวัดสงขลาได้โดยไม่มีข้อจำกัด และการยกเลิกข้อจำกัดในการนำรถโดยสารที่จดทะเบียนต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่เปิดประตูรับนักท่องเที่ยวด้วยการอำนวยความสะดวก

ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ ภูเก็ต

เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๑ จากพรรคก้าวไกล วันนี้ผมขออนุญาตตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้ครับ

ตามที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายอย่างเร่งด่วนต่อรัฐสภาว่า รัฐบาลจะ ผลักดันการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว เพราะการท่องเที่ยวจะเป็นกุญแจดอกแรก ในการสร้างรายได้ที่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นและสร้างงานให้กับประชาชน เป็นจำนวนมาก เราตั้งเป้าว่าจะเปิดประตูรับนักท่องเที่ยวด้วยการอำนวยความสะดวก ปรับปรุง ขั้นตอนการขอ Visa และการยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียม Visa สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยว ในกลุ่มประเทศเป้าหมาย รวมไปถึงการจัดทำ Fast Track Visa สำหรับผู้เข้าร่วมงานแสดง สินค้านานาชาติ หรือที่เรียกว่า MICE และเพื่อเป็นการกระตุ้นค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว ในช่วงสิ้นปี รวมถึงนโยบายปลดล็อกกฎหมาย สร้างโอกาสให้กับประชาชน ดังที่ได้แถลงไว้ว่า การเปลี่ยนบทบาทของรัฐที่เคยเป็นผู้กำกับดูแลที่เต็มไปด้วยกฎ ระเบียบ และข้อบังคับ ให้เป็น ผู้สนับสนุนที่ปลดล็อกข้อจำกัดของประชาชน สร้างโอกาสให้กับประชาชนในการสร้างรายได้ และการเจริญเติบโต อาทิการยกเลิกและปรับปรุงกฎหมายที่ไม่จำเป็น ขอสไลด์แผ่นที่ ๑ ครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ในปี ๒๕๖๕ ประเทศไทย มีนักท่องเที่ยวต่างชาติชาวมาเลเซียเข้ามาท่องเที่ยวมากเป็นอันดับ ๑ จำนวน ๑,๙๔๘,๕๔๙ คน ซึ่งส่วนใหญ่นั้นเข้ามาทางด่านบก ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายกสมาคมท่องเที่ยวจังหวัด พัทลุงว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้ออกประกาศจังหวัดสงขลา เรื่อง การนำรถโดยสาร ที่จดทะเบียนต่างประเทศเข้ามาในพื้นที่จังหวัดสงขลา ประกาศ ณ วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๗ โดยในข้อ ๓ ระบุว่า กรณีที่รถยนต์โดยสารที่จดทะเบียนในต่างประเทศ เฉพาะรถโดยสาร ที่นำนักท่องเที่ยวเข้ามาในจังหวัดสงขลา มีความประสงค์จะนำรถโดยสารที่จดทะเบียนใน ต่างประเทศและพาผู้โดยสารเดินทางไปยังเขตจังหวัดอื่น ๆ ไกลกว่าจุดที่กำหนดไว้ตามข้อ ๑ จะต้องยื่นขอรับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกตามแบบที่ ๒ เป็นการล่วงหน้า และเมื่อ ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกแล้วจึงจะนำรถนั้นออกเดินทางได้ โดยให้สามารถ ดำเนินการได้จนถึงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ เท่านั้น ตามข้อตกลงของชมรมผู้ประกอบการ รถบัสปรับอากาศภาคใต้ และกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวเมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๗ พบว่าหลังจากวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ รถนำเที่ยวจากประเทศมาเลเซีย ไม่สามารถทำการท่องเที่ยวเชื่อมโยงไปยังจังหวัดใกล้เคียงได้อีกจนถึงทุกวันนี้ ส่งผลให้ ประเทศไทยเสียโอกาสจากการท่องเที่ยวสูงมาก จึงขอสอบถามว่า

ข้อ ๑ ประกาศจังหวัดสงขลา ณ วันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๗ ในข้อ ๓ ที่ให้ กรมการขนส่งทางบกอนุญาตให้รถต่างประเทศเดินทางออกจากจังหวัดสงขลาได้จนถึงเพียง วันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ เท่านั้น เป็นการออกประกาศโดยชอบหรือไม่ เนื่องจากอำนาจของ ศูนย์ดำรงธรรมตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องไม่สามารถออกประกาศแก้ไขการปฏิบัติงานของ กรมการขนส่งทางบกเช่นนี้ได้ ถ้าหากว่าผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถออกประกาศสั่งการ อธิบดีข้ามกระทรวงได้แบบนี้เราจะมีตำแหน่งปลัดกระทรวงและรัฐมนตรีไว้ทำไม

ข้อ ๒ เพื่อให้เป็นไปตามคำแถลงนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ว่า เราตั้งเป้า ว่าจะเปิดประตูรับนักท่องเที่ยวด้วยการอำนวยความสะดวก และรัฐบาลจะปลดล็อกข้อจำกัด ของประชาชน สร้างโอกาสให้กับประชาชนในการสร้างรายได้และการเจริญเติบโต นายกรัฐมนตรี สามารถสั่งการให้ยกเลิกประกาศจังหวัดสงขลา เรื่องการนำรถโดยสารที่จดทะเบียน ต่างประเทศเข้ามาในพื้นที่จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๗ เพื่อให้เป็นไปตาม นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภาได้หรือไม่

ข้อ ๓ สามารถสั่งการให้ยกเลิกขั้นตอนการขออนุญาตกรมการขนส่งทางบก ในประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง การนำรถโดยสารที่จดทะเบียนต่างประเทศเข้ามาใน ประเทศไทยเมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๒๘ ผมย้ำนะครับ เป็นการสั่งการให้ยกเลิกขั้นตอน เพื่อเป็นการผ่อนคลายมาตรการห้ามรถนำเที่ยวจากต่างประเทศเดินทางออกจากจังหวัดสงขลา เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายที่ประกาศว่า ประตูรับนักท่องเที่ยวด้วยการอำนวยความสะดวก ได้หรือไม่

คำถามทั้ง ๓ ข้อนี้หากท่านรัฐมนตรีตอบว่าไม่ทราบ เพราะอยู่คนละกระทรวง ผมขออนุญาตท่านประธานได้โปรดเชิญท่านนายกรัฐมนตรีมาตอบคำถามด้วย ขอบคุณครับ