ฐิติมา ฉายแสง หารือการขับเคลื่อนกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้อำนาจเก็บค่าธรรมเนียมนำเข้าปลากะพงเพื่อคุ้มครองเกษตรกรไทย และเรียกร้องให้เพิ่มการสนับสนุนด้านงบประมาณและขยายการเข้าถึงประโยชน์ของกองทุนให้ทั่วถึง โดยเฉพาะกลุ่มผู้เลี้ยงปลาที่ยังขาดการช่วยเหลืออย่างเพียงพอ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธาน กองทุนสงเคราะห์เกษตรกรดิฉันให้ความสำคัญมากนะคะ เมื่อสักไม่กี่เดือนก่อน กองทุนสงเคราะห์เกษตรกรก็เข้ามายังสภาแห่งนี้ได้มานำเสนอ แล้วดิฉันก็ได้พูดไปเยอะเลย ที่พูดไปเยอะก็คือว่าทำให้ สส. ในสภาแห่งนี้ได้รู้จักกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรมากขึ้น เพราะหลายคนบอกว่าไม่เคยได้ยินเลย ไม่เคยได้ยินเลย พี่น้องประชาชนหลายคนในพื้นที่ ที่ดิฉันไปสืบเสาะถามมาหลายคนก็ไม่รู้จัก เพราะฉะนั้นเมื่อไม่รู้จักก็ไม่ได้ประโยชน์ ถูกไหม ทีนี้มีอยู่วันหนึ่งดิฉันไปประชุมกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านธรรมนัส พรหมเผ่า ก็ได้นำข้อมูลไปให้ท่านได้รู้จักกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรด้วย เพราะว่าท่านเพิ่งจะเข้ามารับหน้าที่ ดังนั้นจึงคิดว่าท่านคงไม่รู้เหมือนกัน พอท่านเห็นท่านก็ สนใจค่ะ สนใจก็ค่อนข้างจะหันไปถามทางผู้ที่ดูแลกองทุนอยู่ ก็ยังไม่ค่อยได้คำตอบอะไรกัน มากมาย ถามว่าตอนนั้นเราพูดเรื่องอะไรกัน เราพูดเรื่องของการเก็บค่าธรรมเนียม ท่านประธานคะ กองทุนสงเคราะห์เกษตรกรมีหน้าที่ได้หลายอย่างมาก มีประโยชน์มาก ในมาตรา ๗ ของ พ.ร.บ. กองทุนสงเคราะห์เกษตรกรนั้นบอกไว้ว่าจะรับจำนำก็ได้ รับซื้อก็ได้ จะสนับสนุนวัสดุทางการเกษตรก็ได้ จะช่วยเหลือเกษตรกรในการลดต้นทุนทางการเกษตร อะไรก็ได้เยอะแยะไปหมด มีอยู่ข้อหนึ่งที่บอก ดำเนินการอื่นใดอันเป็นประโยชน์ให้กับพี่น้อง เกษตรกร คำนี้ละค่ะ ประโยคนี้ละค่ะที่น่าสนใจมาก ท่านสามารถทำได้เยอะ แต่ถามว่า ท่านได้ทำอะไรมากน้อยแค่ไหน ตั้งแต่ปี ๒๕๑๗ ที่ท่านตั้งกองทุนมาดูแล้วไม่ค่อยจะมี เพราะฉะนั้นเราจึงต้องให้ความสำคัญและมาพูดจากันตอนนี้นะคะ ทีนี้กองทุนสงเคราะห์ เกษตรกรที่ดิฉันอยากจะมุ่งเน้นไปก็คือในอำนาจหน้าที่ของท่านตามมาตรา ๙ ของกองทุน สงเคราะห์เกษตรกรที่มีอำนาจให้ท่านสามารถเก็บค่าธรรมเนียม ท่านประธานลองคิดดูนะคะ พี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพง ที่ดิฉันพูดในสภาหลายครั้งเลย ปลากะพงนำเข้าจาก มาเลเซียราคาต่ำกว่า ๒๐ บาท ทุกชนิด ทุกระดับของการขายปลากะพง ๒๐ บาทตลอด ยกตัวอย่างสมมุติว่าปลาราคา ๑๓๐ บาท ปลากะพงนำเข้าจากประเทศมาเลเซียก็จะเป็น ๑๑๐ บาท ต่ำกว่า ๒๐ บาท ถามว่าเราสามารถที่จะใช้กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร โดยรัฐมนตรีได้รับอนุมัติจาก ครม. เพื่อที่จะเก็บค่าธรรมเนียมการนำเข้า ๒๐ บาท ต่อกิโลกรัม เพื่อที่จะให้ราคาของปลากะพงนำเข้ามานั้นมาราคาเท่ากับปลากะพงบ้านเรา เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรบ้านเรา ไม่อย่างนั้นถามว่าพี่น้องเกษตรกรเขาจะสู้ได้อย่างไร ลองคิดดูเวลาปลากะพงนำเข้ามา ทางกรมประมงต้องตรวจสอบ ดีอยู่ตอนนี้เพิ่มขึ้นการตรวจ สารเคมี ตรวจเชื้อยาปฏิชีวนะอะไรก็แล้วแต่ เพิ่มจาก ๒ เปอร์เซ็นต์เป็น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ถือว่าดี แต่ว่ามันไม่ใช่การช่วยแค่นั้น มันต้องช่วยอย่างอื่นด้วยไม่อย่างนั้นจะสู้เขาได้อย่างไร ดังนั้น จึงขอถามผู้ชี้แจงว่าการเก็บค่าธรรมเนียมการนำเข้าปลากะพงจากมาเลเซียทำได้ไหม และจะทำ อย่างไร ท่านต้องตอบนะคะ ไม่อย่างนั้นพี่น้องเกษตรกรเขารอคำตอบอยู่ การจัดหาประโยชน์ อย่างอื่นอีกนะคะ ปัจจัยการผลิตต่าง ๆ ที่มีคุณภาพเพื่อจำหน่ายให้กับเกษตรกรในราคาที่ เป็นธรรมท่านก็สามารถทำได้ เพราะฉะนั้นในการที่ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรไม่ว่าเขาจะ เป็นอยู่ด้านใดก็แล้วแต่ท่านควรจะลงไปช่วยมากกว่านี้ ดิฉันดูในหน้า ๑๘ ของเล่มนี้ ดูแล้วจะ เจอว่าโครงการที่ท่านจัดสรรเงินให้จะเป็นเรื่องของปศุสัตว์เสียส่วนใหญ่ เพราะว่ามีเรื่องของ แพะ เรื่องของโคถึง ๓๐ ล้านบาท มีกุ้งในโครงการเสริมสภาพคล่องกับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ๕๐๐ ล้านบาท อันนั้นดี แต่ก็อาจจะยังไม่ได้ทั่วถึงก็ไม่เป็นอะไร แต่ปศุสัตว์ ๓๐ ล้านบาท แต่พอมาดูปลาท่านประธาน ปลาดิฉันนับแล้ว ๕ ล้านบาท คนเลี้ยงปลามันเยอะมาก อย่างในพื้นที่ของดิฉันเลี้ยงปลาเยอะทีเดียว ปลารวมที่มักจะพูดกันปลาเบญจพรรณก็คือ ปลารวม ปลากะพงเยอะ แต่เขาไม่ค่อยได้รับการช่วยเหลือ แล้วการเข้าถึงของเขามันยาก หรือเปล่าถึงได้แค่ ๕ ล้านบาท ถูกไหมคะ ทั้งประเทศแค่ ๕ ล้านบาท ไม่ได้พูดว่าจังหวัด ฉะเชิงเทรา ทั้งประเทศแค่ ๕ ล้านบาท เพราะฉะนั้นจึงอยากจะให้ทางกองทุนสงเคราะห์ เกษตรกรนั้นได้ทำงานมากขึ้น ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จี้ลงไปเยอะ ๆ ให้ท่านธรรมนัสลงไปจี้กับกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรให้มากขึ้น ๆ ให้คนรู้จักมากขึ้น ให้คน เข้าถึงมากขึ้น ให้ความช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรมากขึ้น สรุปนะคะ อยากจะให้ท่านได้ตอบ มาว่าการเก็บค่าธรรมเนียมการนำเข้าและส่งออกที่รัฐมนตรีไปขออนุมัติกับ ครม. ท่านจะทำ ได้ไหม เพราะในประวัติศาสตร์ของท่าน ท่านทำแค่ครั้งสองครั้ง ตั้งแต่ปี ๒๕๑๗ ไม่เคยทำ อีกเลย แล้วจะมีเงินเข้ากองทุนได้อย่างไร เงินจากกองทุนตั้งแต่ต้นเลยที่ท่านเคยมีมามันก็ ร่อยหรอเพราะท่านไม่เก็บเข้าไป มันร่อยหรอไปเรื่อย ๆ แล้วท่านจะช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนได้อย่างไร นี่คือหนทางหนึ่งที่ท่านจะได้เงินเข้าสู่กองทุนและช่วยเหลือพี่น้อง เกษตรกรไปพร้อมกัน ขอบพระคุณค่ะ