กิตติภณ ปานพรหมมาศ หารือปัญหาการลักลอบขโมยสายไฟในจังหวัดนครปฐมที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและเศรษฐกิจ โดยระบุว่าเกิดจากมิจฉาชีพหลายกลุ่ม จึงเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อเร่งแก้ไขอย่างเป็นระบบ พร้อมเสนอแนวทางป้องกันที่ครอบคลุมทั้งการปรับปรุงสิ่งกีดขวาง การกำจัดวัชพืช การเปลี่ยนระบบล็อกเสาไฟ การมีส่วนร่วมของชุมชน และการนำเทคโนโลยีเช่นกล้องวงจรปิดมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังและป้องกันการลักขโมยในระยะยาว
เรียนประธานสภาที่เคารพครับ กระผม กิตติภณ ปานพรหมมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๔ อำเภอบางเลน อำเภอดอนตูม อำเภอกำแพงแสน ตำบลสระพัฒนา ห้วยม่วง พรรคก้าวไกล ปัญหาการลักลอบขโมยสายไฟ อันนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่ของจังหวัดนครปฐมเช่นกันครับ ผมจึงขอเป็นตัวแทนของพ่อแม่พี่น้องในการที่สนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ในการแก้ไขปัญหาการลักลอบขโมยสายไฟ ก่อนอื่นขอเกริ่นเลยนะครับว่าบริเวณทาง โดยเฉพาะทางหลวง แล้วก็ของทางหลวงชนบท ด้วย ก็นับว่าเป็นปัญหาที่สำคัญอย่างยิ่งของการคมนาคมขนส่งของประเทศไทย การขโมย สายไฟ เนื่องจากวัตถุประสงค์ก็คือการติดตั้งเพื่อส่องสว่าง เป็นการเพิ่มความปลอดภัยและ อำนวยความสะดวกต่อทัศนวิสัยในการขับขี่ของผู้ใช้รถใช้ถนนยามค่ำคืน แต่เมื่อสายไฟ ถูกขโมยไป แล้วก็มันทำให้กระทบต่อการส่องสว่างของถนนนั้นไป แล้วก็กระทบต่อทัศนวิสัย ของผู้ใช้ถนน ซึ่งก็อาจจะนำมาสู่เหตุการณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุแล้วก็ทำให้ประชาชน เสียชีวิตได้ อันนี้ก็เป็นสาเหตุหนึ่งนะครับ ทั้งนี้สถิติของการถูกโจรกรรมอุปกรณ์งานทาง ประจำปี ๒๕๖๕ ของกรมทางหลวงแล้วก็ทางหลวงชนบทพบว่าสายไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์งานที่ ถูกกลุ่มมิจฉาชีพลักลอบขโมยมากที่สุด โดยมูลค่าเสียหายของหน่วยงาน ๒ หน่วยงานนี้ รวมกันแล้วก็ประมาณ ๔๐ ล้านบาทโดยประมาณ หลังจากที่ผมได้ลงพื้นที่แล้วก็พูดคุยกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเด็นการลักลอบขโมยสายไฟ โดยผมขอแบ่งสาเหตุคร่าว ๆ ของ การสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดการขโมยสายไฟดังต่อไปนี้นะครับ
สาเหตุแรก ก็คือผู้ที่เป็นมิจฉาชีพก็จะขโมยบริเวณที่เป็นแนวเขตที่บดบัง สายตา อย่างเช่นบริเวณทางหลวง ๓๔๖ เป็นเส้นบางเลน-นพวงศ์ มีการตั้ง Barrier ที่มีการ บดบังสายตาของผู้สัญจรไปมา อีกทั้งยังมีบริเวณเกาะกลางที่เป็นสภาพร่องน้ำลึกลงไป แล้วก็ หากมีคนยืนก็ไม่สามารถมองเห็น แล้วก็อีกทั้งยังมีหญ้ารกแล้วก็ทึบด้วยนะครับ แล้วก็ แนวทางการแก้ไข จริง ๆ ก็คือเราต้องแก้ไขปัญหาในแต่ละส่วนก็คือแตกต่างกัน แต่ในจุด ๆ นี้ผมเห็นว่าเห็นว่าควรจะนำ Barrier ออก แล้วก็เปลี่ยนเป็นแถบเหล็กสะท้อนแทน เนื่องจากมีความโปร่ง แล้วก็อีกอย่างหนึ่งคือต้องกำจัดวัชพืชที่ขึ้นปกคลุมทำให้เห็น เกาะกลางที่ชัดเจนมากขึ้น อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุครับ แล้วก็การที่ระบบไฟฟ้าส่องสว่าง แทบทั้งหมด เป็นระบบที่อยู่ใต้ดิน เราไม่สามารถมองเห็นสายไฟที่อยู่ใต้ดินได้นะครับ บริเวณ โคนเสาไฟก็จะมีแผ่นปิดที่อาศัยสลักเป็นตัวล็อก ซึ่งสลักเหล่านั้นก็จะมีรูปแบบเฉพาะที่มี การออกแบบมาแล้วของทางหลวง แต่ก็ใช้กันมาเป็นเวลานานแล้วครับ ทำให้มิจฉาชีพ มีกุญแจเหล่านั้นในการแกะสลักพวกนั้นได้ ดังนั้นเราควรจะเปลี่ยนรูปแบบสลักเพื่อเป็นการ แก้ไขเสมือนเปลี่ยนกุญแจบ้านหลังใหม่ของเราเอง แล้วก็เมื่อพิจารณาอีกส่วนหนึ่ง ก็คือพิจารณาจากกลุ่มพฤติกรรมของผู้ที่ลักลอบขโมยสายไฟ ก็แบ่งกลุ่มมิจฉาชีพเป็น ๓ ส่วน อันดับแรกเลยก็เป็นกลุ่มผู้ที่ติดยาเสพติดในชุมชนที่อยู่บริเวณใกล้ ๆ แต่ละครั้งก็จะเป็นการ ลักขโมยสายไฟแบบจำนวนไม่มากครับ แต่การจับกุมเป็นไปได้ยาก เพราะว่าเนื่องจาก ชำนาญพื้นที่และรู้การหลบหนีเป็นอย่างดี อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราต้องแก้ไขกันนะครับ อีกส่วนหนึ่งคือเป็นกลุ่มมืออาชีพเลย อันนี้ก็คือเป็นลูกจ้างของบริษัทรับเหมาทางด้าน คมนาคมที่มาจากบำรุงรักษาต่าง ๆ ระบบซ่อมแซม กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่ชำนาญเป็น อย่างมาก ทำอย่างแนบเนียนแยบยล ซึ่งเป็นงานที่เขาทำอยู่แล้วเป็นประจำ อันนี้ก็เป็น ส่วนหนึ่งที่เราได้ข้อมูลมานะครับ ส่วนต่อมาคือเป็นกลุ่มบุคคลอันตรายทั่วไป ก็คือเป็น กลุ่มชั่วคราว ก็คือส่วนใหญ่มักจะใช้รถลักลอบขโมยในพื้นที่ต่าง ๆ โดยบางกลุ่มก็คือดัดแปลง รถให้คล้ายกับเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าด้วย ทำให้มีการแต่งกายคล้ายกับเจ้าหน้าที่ไฟฟ้า และอาจจะมีการติดไซเรนเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ เพื่อเป็นการขโมยสายไฟได้อย่างง่ายดาย ทั้งนี้ต้องบอกว่ามูลเหตุจูงใจที่มีการขโมยหลาย ๆ ส่วน ก็คือส่วนประกอบของทองแดง ในสายไฟฟ้านำไปขาย ซึ่งมีความต้านทานสูงนะครับ แล้วก็อีกอย่างคือมีราคาตามท้องตลาด ที่ราคาสูงมาก ต่อกิโลกรัม ๒๖๐ บาทถึง ๒๘๐ บาทต่อกิโลกรัมเลยนะครับ กลุ่มมิจฉาชีพ จึงนิยมลักลอบไปขายในร้านค้าต่าง ๆ ที่คุ้นเคยหรือรู้จัก อีกอย่างหนึ่งก็เลยอยากเสนอ แนวทางแก้ไขปัญหาการลักลอบการขโมยสายไฟของทางหลวง แล้วก็ทางหลวงชนบท จำเป็นต้องใช้หลายแนวทางในการร่วมทำงานร่วมกันให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด แล้วก็ ขอเสนอดังนี้ครับ ทั้งกรมทางหลวงแล้วก็ทางหลวงชนบท รวมถึงหน่วยงานท้องถิ่นด้วย จำเป็นจะต้องกำหนดแนวทางร่วมกันเพื่อให้สมาชิกในชุมชนและเครือข่ายของทางหลวง ช่วยเหลือกัน แล้วก็ต้องมีการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับชุมชนให้เข้าใจ แล้วก็ให้ตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการตรวจตรา แล้วก็ดูแลทรัพย์สินของราชการซึ่งเป็น ภาษีของทุก ๆ คน อีกอย่างคือกำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับการติดตั้งวัสดุบางอย่าง ไม่ให้ไกลจากพื้นที่ชุมชนมากเกินไป และควรพัฒนาพื้นที่ที่มันรกร้างให้โปร่งโล่งนะครับ ไม่ให้เป็นจุดล่อแหลม แล้วก็เหมาะแก่การก่อเหตุของกลุ่มวิชาชีพนี้ได้นะครับ เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจตรา ได้ง่ายขึ้นเช่นกัน แล้วก็สุดท้ายการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยกรมทางหลวง หรือแม้กระทั่งทางหลวงชนบทจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีเพื่อให้เกิดประโยชน์ อันดับแรก คือเพิ่มกล้องวงจรปิด CCTV ให้ครอบคลุมชัดเจนทุกพื้นที่ เพื่อเป็นการสอดส่องดูแล แล้วทั้งหมดก็เพื่อการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนของพี่น้องประชาชน และใช้เงินภาษีทุกบาท ทุกสตางค์ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขอบคุณครับ