วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ย้ำยืนความสำคัญของการให้ความเท่าเทียมกันในการสมรส โดยเฉพาะการยอมรับและสมรสเท่าเทียมของกลุ่ม LGBTQ+ และเรียกร้องการปฏิบัติให้เกิดขึ้นจริง
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย จากพรรคเพื่อไทย วันนี้ก็จะขอร่วมอภิปรายถึงร่าง พ.ร.บ. ที่ประชาชนชาวไทยและ ประชาคมโลกให้ความสนใจ ณ ขณะนี้ นั่นก็คือเรื่องของการสมรสเท่าเทียม ซึ่งต้องบอกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พวกเราพรรคเพื่อไทยให้ความสนใจมาโดยตลอด วันนี้ไม่ได้มีแค่เพียง ร่างของฝ่ายรัฐบาลแต่มีของภาคประชาชนแล้วก็ฝ่ายค้านเข้ามาด้วย และแน่นอนว่าทั้ง ๓ ร่างนี้มีจุดมุ่งหมายเฉกเช่นเดียวกัน นั่นก็คือความเท่าเทียม ความรักไม่ควรถูกตีกรอบจาก บรรทัดฐานทางด้านสังคมหรือว่าเพศสภาพ หลายคนอาจจะพูดถึงว่าเขาจะใช้ชีวิตคู่กัน อย่างไร หรือว่าเอาเรื่องของเขามาล้อเลียน มันไม่สำคัญเลยว่าเขา ๒ คนนี้จะมีเพศสัมพันธ์ กันอย่างไร แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือเขาจะสื่อสารกันรู้เรื่องไหม จะดูแลซึ่งกันและกันและ สามารถเข้าใจกันมากน้อยแค่ไหน สิ่งที่พวกเราที่ควรที่จะให้ความสำคัญคือ เราจะทำให้พวก เขาสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างไร โดยที่ไม่ให้มีอุปสรรคที่เกิดจากภาครัฐหรือเกิดจาก กรอบสังคมที่เกิดขึ้นจนทำให้พวกเขาไม่สามารถใช้ชีวิตได้เฉกเช่นดังคนคู่รักทั่ว ๆ ไป ทั้ง ๆ ที่พวกเขาก็คือบุคคลคนหนึ่งเหมือนกับพวกเราค่ะ อาจจะฟังดูว่าการสมรสมันเป็นเรื่องเล็ก แต่สำหรับพวกเขานี้มันส่งผลใหญ่หลวงกับชีวิตของพวกเขานะคะ ดิฉันจะขอยกตัวอย่าง บางประเด็นที่เกิดขึ้นในปัจจุบันที่จะให้ทุกคนได้เห็นความสำคัญถึงการสมรสเท่าเทียมครั้งนี้
เคสแรกก็คือเคสที่คู่รัก LGBTQ+ ที่บ้านของพวกเขานี้ไม่ยอมรับทำให้ คู่รักคู่นี้ต้องออกมาใช้ชีวิตร่วมกัน ๒ คน ทำมาหากินจนสร้างเนื้อสร้างตัวมีทรัพย์สินเกิดขึ้น แต่เหมือนโชคชะตากลั่นแกล้งค่ะ มีคนหนึ่งต้องเสียชีวิตลง และเมื่อครอบครัวคนนั้น เขาทราบข่าวสิ่งที่เกิดขึ้นคือ สิทธิและทรัพย์สมบัติทั้งหมดตกเป็นของครอบครัวที่ไม่ได้ ให้การยอมรับในคู่ของเขาในลูกของตนตั้งแต่แรก โดยที่อีกคนหนึ่งที่เรียกว่าเป็นคู่ชีวิตและดูแล กันมาไม่สามารถเรียกร้องในทรัพย์สินใด ๆ ตรงนั้นได้เลย ทั้ง ๆ ที่นั่นคือสินสมรสที่พวกเขา สร้างขึ้นมาด้วยกัน ๒ คนค่ะ
อีกคู่หนึ่งก็เป็นคู่ LGBTQ+ ที่เป็นเคสเดียวกับที่หลาย ๆ ท่านในสภาได้ อภิปรายไปนะคะ ซึ่งถ้าไม่ใช่คนในครอบครัวหรือคู่สมรสไม่สามารถเซ็นรับรองใด ๆ ได้ ตรงนี้ลองคิดดูว่าถ้าเราไม่แก้ไขให้พวกเขาได้สมรสกันจะต้องมีอีกกี่คนที่จะต้องเสียใจและ จบชีวิตด้วยเหตุผลเช่นนี้ ดิฉันเชื่อว่าแค่เรื่อง ๒ เรื่องนี้มันไม่ได้เกิดกับแค่ ๒ คู่นี้เท่านั้น แต่เกิดกับคู่รักอีกนับไม่ถ้วนเลยในสังคมเรา และยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่เกิดขึ้น แล้วหากมันจะเกิดต่อไปและไม่หยุดยั้งถ้าเราไม่ผ่านสมรสเท่าเทียมฉบับนี้ การให้ผ่านสมรส เท่าเทียมนั้นไม่ได้ลิดรอนสิทธิของใครนะคะ แต่เป็นการคืนสิทธิที่พวกเขาควรได้รับต่างหาก อีกทั้งเชื่อไหมคะว่ามันยังจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทยเราให้ดีขึ้นอีกด้วย หากประเทศไทยเรามีความเท่าเทียมในเรื่องนี้ก็จะทำให้เราได้รับการรองรับจากองค์กร InterPride ที่เป็นองค์กรจัดงาน World Pride ซึ่งจัดสมรสเท่าเทียมในครั้งนี้ไม่ใช่แสดงให้ เห็นแค่เท่าเทียมนะคะ แต่ยังได้ส่งเสริมในด้านมิติเศรษฐกิจอีกด้วย เพราะถ้าหากเราได้มี โอกาสจัดงานและเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน World Pride ได้นี้ จะเป็นการดึงดูดนักลงทุน นักท่องเที่ยวและเม็ดเงินมหาศาลในประเทศไทยเราอีกด้วยยกตัวอย่างสหรัฐอเมริกาได้เป็น เจ้าภาพในการจัดงาน World Pride Stonewall ในปี ๒๐๑๙ สามารถดึงนักท่องเที่ยว ทั่วโลกมาถึง ๕ ล้านคน ในปี ๒๐๒๑ World Pride ที่โคเปนเฮเกนมีนักท่องเที่ยวราว ๆ แล้ว ต่อวันเกือบ ๒๐,๐๐๐ คนเลย นับว่าเป็นการจัดงานระดับโลกที่ไม่ได้จัดง่าย ๆ เลยใช่ไหมคะ ต้องเป็นคนกลุ่มนี้เท่านั้นที่มีความคิดสร้างสรรค์และมีพลังเท่านั้น แต่ทั้งนี้การให้ผ่านสมรส เท่าเทียมเพียงอย่างเดียวคงไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง แต่เราต้องทำให้เกิดความเท่าเทียมในประเทศนี้ ขึ้นจริง ๆ และรัฐบาลเองจะต้องทำให้เกิดการปฏิบัติเกิดขึ้นจริง ไม่ใช่แค่เพียงให้ผ่านในแผ่นกระดาษ เท่านั้น ดิฉันเชื่อว่าไม่ว่าเพศใดก็มีศักยภาพอยากมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศไปกับ พวกเราอยากเห็นเศรษฐกิจดีขึ้น อยากเห็นสวัสดิการที่ดีขึ้น และแน่นอนจากที่ดิฉันอภิปราย มาทั้งหมด การยอมรับ LGBTQ+ และสมรสเท่าเทียมจะกระตุ้นให้เศรษฐกิจดีขึ้นและ ยกระดับสิทธิมนุษยชน สมรสเท่าเทียมไม่ได้นำไปสู่ผลเสียแต่ประการใด มีแต่จะสร้าง การเติบโตและความสง่างามให้แก่ประเทศไทยเรา ขอบคุณค่ะ