ศาสตรา ศรีปาน สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมและเรียกร้องให้พิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะในประเด็นอายุขั้นต่ำในการสมรสและการกำหนดสถานะครอบครัวให้สอดคล้องกับหลักสากลและบริบทไทย พร้อมเน้นความสำคัญของกฎหมายที่ส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศ เคารพหลักศาสนา และครอบคลุมสิทธิประโยชน์สวัสดิการ รวมถึงขอให้พิจารณางบประมาณรองรับและเร่งด่วนให้ร่างกฎหมายนี้ผ่านเพื่อประโยชน์ของประชาชนและภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีโลก
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ เพื่อนสมาชิกทุก ๆ ท่าน ผม ศาสตรา ศรีปาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขต ๒ เด็กหาดใหญ่ พรรครวมไทยสร้างชาติครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง ที่วันนี้ได้มีกฎหมาย หรือ พ.ร.บ. ที่เราเรียกว่าสมรสเท่าเทียมเข้ามาเพื่อให้ สส. ได้พิจารณากัน ซึ่งส่วนตัวผมเองก็ได้ต่อสู้ในเรื่องนี้กันมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยที่แล้ว แล้วก็โหวตผ่านวาระ ต่าง ๆ แต่มันก็ยังไม่สำเร็จครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วอยากจะบอกว่าพรรครวมไทยสร้างชาติของเรา ได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการผลักดันกฎหมายเกี่ยวกับความเท่าเทียมทางเพศ ซึ่งเรา ก็คิดว่าวันนี้ทุก ๆ ท่านคงจะเห็นพ้องต้องกัน แล้วผมฟังจากเพื่อน ๆ ทุก ๆ คนวันนี้ไปใน ทิศทางที่ดีมากครับ และแน่นอนครับ พรรคของเราพรรครวมไทยสร้างชาติก็จะโหวตให้ พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียมผ่าน แล้วก็หวังว่าจะได้บังคับใช้โดยเร็ววัน แต่ก็ไม่อะไรครับ วันนี้ กฎหมายฉบับนี้ก็มีความสำคัญแล้วก็ต้องใช้ความรอบคอบในการพิจารณาในมาตราต่าง ๆ เพราะว่ามันยังมีในเรื่องของความอ่อนไหว ความ Sensitive แล้วก็เกี่ยวข้องในประเด็นเรื่อง ของสังคม ในเรื่องศาสนาเราจึงต้องพิจารณาอย่างรัดกุมนะครับ ไม่ฉาบฉวย ไม่ได้เอา เท่ ๆ แต่กฎหมายนี้ต้องบังคับใช้ได้จริงและมีประโยชน์กับคนไทยทุกเพศ คนไทยทุกคน จริง ๆ ครับ ซึ่งกฎหมายหลังจากที่ผ่านวาระที่ ๓ แล้วจะต้องมีประโยชน์ เป็นไปได้ ใช้ได้จริง แล้วก็ตามบริบทของสังคมไทยทุกมิติ ท่านประธานครับ ทั้ง ๔ ร่างนี้ก็ไม่ได้แตกต่างกันมาก เมื่อผมเข้าไปเปิดอ่านดูนะครับ แต่มีเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่ใช้คำว่า บุคคล แทนคำว่า ชายหญิง และใช้คำว่า คู่สมรส แทนคำว่า สามีภรรยา แต่มีเรื่องที่แตกต่างกันในเรื่องประเด็นของเรื่องอายุขั้นต่ำในการหมั้นหรือว่า การสมรส ซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ปัจจุบันกำหนดให้อายุอย่างน้อย ๑๗ ปีบริบูรณ์ แต่ในระดับสากลนั้นอายุ ๑๘ ปีบริบูรณ์ได้ถือว่าเป็นผู้ใหญ่แล้วหรือว่ามี วุฒิภาวะแล้วนะครับ ก็อยากจะฝากเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่เป็นกรรมาธิการช่วยไปดูประเด็น ในเรื่องของอายุด้วย
ประเด็นที่ ๒ คือประเด็นของการคงไว้ซึ่งคำที่ระบุเพศ เพื่อให้สอดคล้องกับ สรีระของบุคคล ซึ่งกฎหมายของรัฐบาลยังคงให้มีอยู่ ยกตัวอย่างชายกับหญิงแต่งงานกัน เกิดลูกออกมาแล้วเลิกกัน เมื่อกฎหมายสมรสเท่าเทียมออกมาแล้ว ประเด็นนี้ซึ่งคงไว้ซึ่งคำ ที่ระบุเรื่องเพศนี้ก็จะได้ไม่มีปัญหาว่าใครเป็นพ่อเด็กหรืออะไรต่าง ๆ ที่จะตามมาเหล่านี้ ฝากเพื่อนสมาชิกที่อยู่ในกรรมาธิการช่วยไปดูในประเด็นนี้ด้วยครับ
ประเด็นที่ ๓ ที่พรรครวมไทยสร้างชาติค่อนข้างที่จะคำนึงเป็นอย่างมาก ก็คือ ในเรื่องของหลักศาสนา ผู้ศรัทธาในศาสนาที่แตกต่างกันเราคงต้องเคารพในหลักศาสนานั้น เช่นเดิม ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการปฏิบัติตามหลักศาสนกิจของศาสนานั้น ๆ แล้วก็เรายัง ไม่ควรเข้าไปก้าวล่วงหรือละเมิดหลักศาสนานั้น ๆ ด้วยนะครับ เช่น เมื่อกฎหมายนี้ได้บังคับ ใช้แล้ว สมมุติว่าผู้หญิงที่แปลงเพศมาจะมาอ้างว่าฉันแปลงเพศแล้วฉันจะบวชได้ไหม ฉันจะขอบวชไปอยู่กับพระสงฆ์ อันนี้ยังทำไม่ได้นะครับ หรือการปฏิบัติศาสนกิจของศาสนา อิสลาม ถ้าจะละเมิดกฎเดิมของศาสนานี้ผมก็ไม่เห็นด้วยครับ ผมจึงฝากประเด็นเหล่านี้ไปยัง กรรมาธิการเพื่อพิจารณาด้วย ผมเชื่อว่าประชาชนคนไทยวันนี้ได้ฟังแล้วชื่นใจ เดี๋ยวเราจะมี กฎหมายตัวนี้หลังจากผ่านแล้ว บังคับใช้แล้วนี้ทุกคนก็จะเสมอภาคกันในเรื่องเพศอยู่ต่อหน้า กฎหมายเดียวกัน แล้วก็เดี๋ยวจะมีเพื่อนสมาชิกของผม ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ท่าน สส. ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ก็จะมาอภิปรายลงรายละเอียดต่าง ๆ ด้วย แล้วก็หวังเป็น อย่างยิ่งว่าทุกคนที่ได้รับประโยชน์จากกฎหมายนี้ ทุกคนจะได้รับสิทธิและโอกาสในการสมรส แล้วก็การสิ้นสุดการสมรส การเซ็นยินยอมผ่าตัด การจัดการศพ เป็นตัวแทนคดีอาญา หรือกรณีที่เป็นคนไร้ความสามารถ เป็นทายาทโดยชอบธรรมในการรับเป็นบิดามารดา สิทธิในการรับบุตรบุญธรรมร่วมกัน อันนี้ทุกคนต้องได้นะครับ รวมไปถึงการได้รับสวัสดิการ ในกรณีคู่สมรสเป็นข้าราชการ ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชน แล้วก็สวัสดิการก็จะต้องถึง คู่สมรสด้วย แล้วก็ฝากนิดหนึ่งครับ ในเรื่องของงบประมาณต่าง ๆ ตรงนี้ สมมุติว่าแต่งงาน กับข้าราชการมันก็ต้องมีงบในเรื่องสวัสดิการที่ส่งไปถึงคู่สมรสของเรา วันนี้งบประมาณ จะเพียงพอหรือไม่อย่างไร อันนี้ฝากไปในกรรมาธิการด้วยนะครับ ท่านประธานครับ วันนี้ประชาคมโลกกำลังจับตาเราทุกวินาที ทุกฝีก้าว การที่เรามีกฎหมายตัวนี้ออกมานี้ก็จะ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทย ประเทศไทยก็จะเป็นแนวหน้าที่มีความเป็นสิทธิ มนุษยชนขั้นพื้นฐานอย่างเข้มแข็งประเทศหนึ่งของโลกทันที จะเป็น Thailand Model ครับ เป็นเบอร์ ๑ ของทวีปเอเชีย เกิดการพัฒนาในหลาย ๆ มิติผมเชื่อว่านั่นแน่นอน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ในเรื่องความปลอดภัย ถ้าเราไม่มีกฎหมายตัวนี้ออกมาดูแลกลุ่มผู้มี ความหลากหลายทางเพศ คนที่จะเข้ามาประเทศเราก็จะมองว่าประเทศเราไม่ปลอดภัย เหมือนใน LGBT Travel Index วันนี้ไทยยังเป็นประเทศที่กลุ่มของผู้มีความหลากหลาย ทางเพศนี้มองว่ายังเป็นอันตราย แล้วก็ไม่ได้รับความคุ้มครอง หลังจากที่มีกฎหมายตัวนี้ ขึ้นมาความเท่าเทียมเกิดขึ้น ทุก ๆ คนจะรู้สึกว่าประเทศเราปลอดภัย เข้ามาเที่ยวอาจจะเป็น การจัดงาน World Pride นำเงินเข้าประเทศหลายหมื่นล้านบาท
สุดท้ายครับท่านประธาน ผมและพรรครวมไทยสร้างชาติก็ขอสนับสนุน ร่าง พ.ร.บ. ที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนทุกคน โดยเฉพาะร่างของรัฐบาล วันนี้ต้อง ขอขอบคุณครับ ที่ยกขึ้นมาเป็นวาระเร่งด่วนให้พวกเราได้พิจารณากัน แล้วก็ผมหวังว่า เพื่อน ๆ สมาชิกทุก ๆ คนก็จะเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่ากฎหมายฉบับนี้มีประโยชน์กับ ทุก ๆ ท่าน และขอเชิญชวนทุกคนโหวตผ่านร่างนี้ และบังคับใช้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อทุกคนเพื่อประชาชนชาวไทยทุกท่าน ขอบพระคุณครับ