กัณวีร์ หารือดูแลคนไทยในต่างแดน หลังเหตุขัดแย้งกาซา-เมียนมา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๖

กัณวีร์ สืบแสง หารือการดูแลคนไทยในต่างแดนอย่างรอบด้าน ทั้งแรงงานถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลคุ้มครองสิทธิและความปลอดภัยของประชาชนทุกคน โดยยกตัวอย่างกรณีคนไทยในฉนวนกาซาและในพื้นที่ขัดแย้งที่เมียนมา ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรง พร้อมตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของกลไกช่วยเหลือและภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีโลก

นายกัณวีร์ สืบแสง แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ด้วยความ เคารพครับท่านประธานครับ วันนี้ผมมีข้อกังวลจริง ๆ เพราะเนื่องจากว่าการที่ท่าน นายกรัฐมนตรีท่านได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ มาตอบคำถามในกระทู้นี้ ซึ่งกระทู้นี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับระบบการดูแล คนไทยที่อยู่ต่างแดนทั้งระบบ และรวมถึงคนที่ไปประกอบอาชีพ มันไม่ใช่แค่มิติทางด้าน แรงงานเพียงอย่างเดียว มันเป็นมิติทางด้านความมั่นคงกันระหว่างประเทศ เรื่องเกี่ยวกับ เศรษฐกิจ และเรื่องเกี่ยวกับพี่น้องที่ไปใช้ชีวิตอยู่ต่างแดน แต่อย่างไรก็ตามการมอบหมาย ครั้งนี้ของท่านนายกรัฐมนตรีมาถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคงได้มีแนวทาง ในการตอบ ในการดูแลพี่น้องไทยที่อยู่ในต่างได้แล้ว ท่านประธานครับ ในศตวรรษนี้ การเดินทางโยกย้ายถิ่นฐานแทบจะเป็นวัฒนธรรมกระแสหลักของคนทั่วโลก ไม่ว่าจะ เดินทางไปเพื่อศึกษา ไปเพื่อประกอบอาชีพ ไปเพื่อเกี่ยวกับการย้ายครอบครัวแต่งงานกับ คนต่างชาติ มันเป็นการโยกย้ายถิ่นฐานแบบทั้งปกติ ก็คือการเดินทางถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่าการจะมีหนังสือเดินทางหรือ Passport ไม่ว่าจะเป็นการตรวจลงตรา การขอ Visa การเดินทางผ่านการตรวจคนเข้าเมือง และรวมถึงการเดินทางโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติ ซึ่งก็เป็นการโยกย้ายถิ่นฐานที่ไม่เป็นตามกฎหมาย คือไม่ได้มีหนังสือเดินทาง การเดินทางเข้า ไปไม่ได้ผ่านการข้ามแดนต่าง ๆ การตรวจคนเข้าเมืองต่าง ๆ อย่างคนไทยเองนะครับ ท่านประธาน ก็มีวัฒนธรรมการโยกย้ายถิ่นฐานกันมากมายทั้งแบบปกติแล้วไม่ปกติ เอาแค่เรื่องแรงงานอย่างเดียว วันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานท่านกรุณามานะครับ ผมก็อยากจะเรียนถามท่านว่าจริง ๆ แล้วตอนนี้จากข้อมูลเชิงสถิติจากกองบริหารแรงงานไทย ไปต่างแดนของกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานเองแจ้งว่าเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เมื่อเดือนที่แล้วมีแรงงานที่เข้าสู่ระบบที่เป็นอยู่ต่างแดนแล้วประมาณ ๑๓๐,๐๐๐ คน ซึ่งก็มี แรงงานอีกหลายแรงงานที่ไม่อยู่ในระบบที่ไปอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งท่านก็ได้ชี้แจงในกระทู้ ถามสดเมื่อเช้านี้ว่ามีอีกหลายท่าน มีอีกประมาณเป็นแสน ๆ คนไปอยู่ต่างแดน อันนี้ละครับ ท่านประธานครับ รัฐในฐานะผู้มีอำนาจสูงสุดในฝ่ายบริหาร ซึ่งก็คือรัฐบาลเราเองมีหน้าที่ให้ ความคุ้มครองต่อประชากรของตนเอง ไม่ว่าจะอยู่บนดินแดนอธิปไตยของตนเองหรืออาศัย อยู่บนดินแดนอธิปไตยของชาติอื่น โดยรัฐจะไม่สามารถปฏิเสธหน้าที่อันสำคัญอันหนึ่งได้ คือรัฐทุกรัฐต้องให้ความคุ้มครองประชาชนตนเอง ไม่ว่าจะเดินทางออกนอกประเทศถูกต้อง ตามกฎหมาย หรือว่าผิดกฎหมายเองก็ตามครับ สาเหตุที่ผมยกหน้าที่ของรัฐในเรื่องการให้ ความคุ้มครองคนไทยที่อยู่ต่างแดนนี้ สืบเนื่องจากสถานการณ์ฉนวนกาซาไม่นานมานี้ เราพบว่ามีแรงงานคนไทยจำนวนมากที่อยู่ในอิสราเอล ผมติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ครับท่านประธาน พบว่ามีการขอความช่วยเหลือ ส่งข่าวตามช่องต่าง ๆ ให้กับคนไทย ซึ่งมีคนไทยที่ตกอยู่ท่ามกลางสถานการณ์การสู้รบ และรวมถึงคนไทยที่ถูกจับเป็นตัวประกัน และอยู่ในฝั่งฉนวนกาซา ก่อนอื่นผมขอแสดงความยินดีต่อคนไทยญาติพร้อมครอบครัว ที่ได้รับการช่วยเหลือให้กลับมาสู่ดินแดนมาตุภูมิในประเทศไทย แต่ติดใจนิดเดียวท่านประธานครับ พี่น้องที่กลับมาใส่เสื้อยืดอะไร อันนี้ละครับ แต่ว่ามันจะเป็นนอกเหนือกับกระทู้นี้ แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นผลกระทบต่อความสัมพันธ์ไทยกับประเทศในเวทีโลก

และอีกสถานการณ์คล้าย ๆ กัน เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งใกล้ ๆ กับประเทศไทย ของเราคือสถานการณ์ที่เล่าก์ก่าย รัฐฉานตอนเหนือของประเทศเมียนมา ซึ่งก็มีคนไทยหลาย คนตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ และที่หนักกว่านั้นครับ ตกอยู่ท่ามกลางสถานการณ์การสู้รบ และมีข้อมูลทราบว่าถูกจับเป็นตัวประกันเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ ปรากฏการณ์ เหล่านี้สะท้อนถึงพลวัตรของแบบแผนการต่อสู้ของกลุ่มติดอาวุธและขบวนการค้ามนุษย์ รวมถึงกลุ่มธุรกิจจีนสีเทา Call Center ที่มีแนวโน้มจะใช้การจับตัวประกันชาวต่างชาติ มากขึ้น ซึ่งก็คือยุทธวิธีเพิ่มอำนาจต่อรองกับคู่ขัดแย้งและการดึงเอาประชาคมระหว่าง ประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรงมากยิ่งขึ้น จากสถานการณ์ที่กล่าวมาข้างต้นทำให้ผมตั้ง ข้อสังเกตว่าประเทศไทยมีแบบแผนในการดูแลคนไทยที่อยู่ต่างแดนเป็นระบบหรือไม่ และหากมี มันรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร มันต้องไม่ใช่แค่แผนเฉพาะหน้าที่มุ่งเน้นแต่ การแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินเท่านั้น ผมจึงขอตั้งกระทู้ถามถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง แรงงาน ซึ่งเป็นตัวแทนของท่านนายกรัฐมนตรีมาตอบประเด็นนี้ในเรื่องเกี่ยวกับว่า รัฐบาลไทยเรามีแนวทางอย่างไรในการป้องกันและแก้ไขปัญหาในกรณีความเสี่ยงที่คนไทย จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความรุนแรงในต่างแดน เช่น เรามีการประเมินไหมครับ จำแนกประเภทพื้นที่เสี่ยงในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก มีระบบเตือนภัยที่รวดเร็ว มีการประเมิน ฉากทัศน์ความเป็นไปได้ของสถานการณ์ กระทั่งมีแผนการซักซ้อมการเตรียมความพร้อม แผนเผชิญในต่างแดนหรือไม่ อย่างไร เป็นคำถามในช่วงแรกครับ ขอบคุณครับ