ภูมิธรรม เวชยชัย ชี้แจงมาตรการเร่งด่วนของรัฐบาลในการแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ โดยย้ำถึงความคืบหน้าจากการประชุม ครม. ที่มีการรับซื้อข้าวเข้าสต๊อกทั้งจากเกษตรกรและสหกรณ์เพื่อพยุงราคาและดูดซับอุปทานในตลาดอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเสนอมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรอย่างครอบคลุม ทั้งการสนับสนุนดอกเบี้ยร้อยละ 4 ผ่าน ธ.ก.ส. การช่วยเหลือต้นทุนการผลิตด้วยเงินช่วยไร่ละ 1,000 บาทไม่เกิน 20 ไร่ และการส่งเสริมการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีและเมล็ดพันธุ์เพื่อยกระดับคุณภาพผลผลิตและสร้างเสถียรภาพให้กับราคาข้าวในระยะยาว
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก็ต้องขอขอบคุณที่ท่านสมาชิกมีความห่วงใยในชีวิตของเกษตรกร ซึ่งเป็นผู้ที่มีความสำคัญต่อ ประเทศชาติ เป็นคนที่เป็นกระดูกสันหลัง เป็นคนที่อยู่เบื้องต้นในการที่จะทำให้เกิดความ มั่นคงทางอาหาร แล้วก็ทำให้ประชากรของประเทศไทยเรามีอาหารหล่อเลี้ยงได้ดียิ่งขึ้น แต่อย่างที่ท่านเรียนครับ ความห่วงใยของท่านนั้น รัฐบาลเราเองก็ตระหนักว่าเราจำเป็น ที่จะต้องดูแลเกษตรกรอย่างใกล้ชิด แล้วปัญหาที่ท่านถามนั้นเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมา อย่างต่อเนื่องตลอดเวลาที่เราได้พบกัน แล้วเราก็ได้มีการดำเนินการในการแก้ไขที่ผ่านมา อย่างนี้หลายเรื่องหลายครั้ง รัฐบาลนี้เพิ่งเข้ามา ๓ เดือนนะครับ เข้ามาถึงเจอสภาพที่เกิดขึ้น อย่างที่ท่านได้กล่าวมาข้างต้น แต่ก็โชคดีสิ่งที่ท่านถามมานี้เป็นความห่วงใยตั้งแต่มันเกิด ปัญหา ท่านเอาใจใส่กับสิ่งที่เกษตรกรเป็น แต่ว่าขณะนี้มันคลี่คลายมาผมก็จะตอบในสิ่งที่ได้ ดำเนินการไปให้เกิดมีความชัดเจนขึ้นเป็นรูปธรรม เพราะฉะนั้นมันก็จะสามารถชี้แจง แล้วก็ ให้ความเห็นอย่างเป็นรูปธรรมกับท่านได้นะครับ ก็ต้องกราบเรียนว่าคำถามที่ท่านถาม นายกรัฐมนตรีไปว่ารัฐบาลมีนโยบายในการแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำหรือไม่ อย่างไร อยากทราบรายละเอียด ผมกราบเรียนชี้แจงผ่านท่านประธานสภาไปยังสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก็คือว่า รัฐบาลเราได้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนเมื่อเราทราบปัญหา เข้ามาถึงเรารับรู้ว่า เกษตรกรกำลังมีปัญหา มีความทุกข์ร้อนอย่างหนัก ส่วนหนึ่งเราได้รับทราบโดยตรงจาก ผู้แทนราษฎรในรัฐสภาแห่งนี้ โดยเฉพาะผมที่ได้มีโอกาสคุยกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ พรรคเพื่อไทยซึ่งอยู่ในพรรคเดียวกัน ก็ได้รับทราบปัญหาอย่างเร่งด่วน ถูกถามในที่ประชุม พรรคตลอดเวลา ผมกราบเรียนท่านอย่างนี้ครับว่า คณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน แล้วก็ วันที่ ๒๘ พฤศจิกายน เรารับรู้ปัญหา เราได้ไปคุยกันใน ครม. แล้วเราก็ได้มีมติเหล่านี้ เพื่อเห็นชอบของมาตรการการรักษา เสถียรภาพราคาข้าว การผลิตในปี ๒๕๖๖-๒๕๖๗ จำนวน ๔ โครงการด้วยกัน เพื่อจะช่วยดึง อุปทานช่วงออกสู่ตลาดมาก ๆ มีข้าวออกสู่ตลาดประมาณ ๘ ล้านตัน ตามที่คณะกรรมการ นโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติเสนอ มาตรการแรกที่เราไปดำเนินการทั้ง ๘ ล้านตันนี้ เราทำโครงการ ๔ โครงการ โครงการแรก ก็คือการดำเนินการให้เกษตรกรเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉาง ข้าวมันล้นตลาด ทำให้ราคาข้าวตกต่ำ เราก็พยายามจะดูดซับตัวข้าวทั้งหมดได้เข้ามาเพื่อทำ ให้พยุงราคาข้าว ให้รักษาเสถียรภาพราคาข้าว ดุลยภาพราคาข้าว ให้อยู่ในดุลที่เหมาะสม หรือถูกต้อง เราดำเนินการให้เกษตรกรเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉาง หรือฝากไว้ที่สหกรณ์ในช่วงหนึ่ง ๑-๕ เดือน สำหรับเกษตรกรที่มียุ้งฉางของตัวเองเอาไปเก็บ ๑ ตัน เราให้รถ ๑,๕๐๐ บาท ส่วนเกษตรกรรายเล็ก ซึ่งเป็นคนตัวเล็กในสังคม ไม่มียุ้งฉางของตัวเองจะเก็บ เราได้ ประสานงานกับสหกรณ์การเกษตร ซึ่งก็เป็นตัวแทนของเกษตรกรที่มีอยู่เกือบทั่วประเทศ ตัวสหกรณ์เกษตรเหล่านี้เราก็พยายามจะไปดูให้เป็นสหกรณ์การเกษตรที่มีความแข็งแรง ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ก็พยายามจะส่งเสริมตรงนั้นมา ส่วนสหกรณ์การเกษตร อีกหลายส่วนเราก็ได้ให้ราชการลงไปตรวจสอบ แล้วก็ลงไปเข้มงวดเพื่อให้ทำหน้าที่ได้ อย่างเต็มที่เพื่อจะเปิดตลาดเพื่อจะรองรับเกษตรกรรายเล็กรายน้อย เราก็ได้ดำเนินการไป โดยคำนึงถึงความเป็นจริงครับ เกษตรกรรายน้อยที่ไม่มียุ้งฉางของตัวเองเอาไปฝากที่ สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์การเกษตรก็ได้ ๑,๐๐๐ บาทต่อตัน ตัวเกษตรกร ก็ได้ ๕๐๐ บาท ต่อตัน อันนี้ก็เป็นการทำให้การเก็บยุ้งฉางเพื่อดูดซับข้าวเข้ามาอยู่ในยุ้งฉางเพื่อทำให้พยุง ราคาข้าวได้ไปอย่างทั่วถึง แล้วตัวสหกรณ์การเกษตรเข้ามาร่วมดำเนินการนี้ก็สามารถที่จะ ดำเนินการได้โดยช่วยคนตัวเล็ก ๆ ที่เป็นเกษตรกรรายย่อย เพราะฉะนั้นในสิ่งที่เราได้ ดำเนินการไปแล้วในเวลาช่วง ๑-๕ เดือนเราก็ได้ดำเนินการไปอย่างประสบผลนะครับ สหกรณ์การเกษตรก่อนที่จะเข้ามาหรือฝากไว้ที่สหกรณ์นี้เราช่วยค่าดอกเบี้ย ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ ตัวสหกรณ์การเกษตรจ่ายเองแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ที่เหลือนี้รัฐดูดซับช่วยเหลือ เพราะฉะนั้น ฟังก์ชันของสหกรณ์การเกษตรก็สามารถดูแลได้โดยเราให้เวลา ๑๕ เดือน ก็จะสามารถทำได้ เพราะฉะนั้นเราก็สนใจทั้งสภาพปัญหา แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะมาช่วยเหลือ แล้วเรา ก็พยายามดูแลให้มันครบวงจร
อีกส่วนหนึ่งก็คือโรงสี โรงสีที่สามารถมีเงื่อนไขในการเก็บ Stock สินค้า เหล่านี้ได้เราก็ช่วย ค่าดอกเบี้ย ๔ เปอร์เซ็นต์ในเวลา ๒-๖ เดือน เพราะว่าโรงสีก็สามารถ เข้ามาช่วยเหลือได้ เราก็สามารถใช้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธ.ก.ส. เพื่อจะใช้เงินนี้มาใช้ในช่วงหมุนเวียนในการดูแลพี่น้องเกษตรกรนะครับ
ส่วนประเด็นสุดท้าย เราได้ช่วยชาวบ้านเขาเรียกว่า ค่าเก็บเกี่ยวดูแล เกษตรกรที่ดำเนินงาน เนื่องจากว่าต้นทุนการผลิตต่ำอย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าวถึง ก็เข้าไปดู แล้วก็ช่วยเหลือในเรื่องของต้นทุน จริง ๆ ก่อนหน้านี้เราได้มีการพยายามไปหาราคาปุ๋ย ไปหาปุ๋ยมาตอบแทน มาให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ผ่านสหกรณ์การเกษตรอยู่บ้าง ซึ่งก็จะ สามารถแก้ไขปัญหาได้ไปบางส่วน แต่ก็ยังไม่ทั่วถึงบางส่วนก็ยังไม่ได้มีโอกาสที่จะใช้ ดำเนินการแบบนี้นะครับ เราก็ช่วยในการที่จะให้เกษตรกรต่าง ๆ ได้ค่าเก็บเกี่ยว ค่าบริหาร จัดการ เรียกว่าค่าบริหารจัดการไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท โดยไม่เกิน ๒๐ ไร่ เพราะฉะนั้นเกษตรกรที่มีการทำนาใน ๒๐ ไร่ โดยประมาณ เกินจากนี้ไม่ได้ ก็จะให้ ๒๐,๐๐๐ บาท ทั้งหมดนี้คือมาตรการ ๔ มาตรการที่เราดูแลเกษตรกรนะครับ แล้วก็ช่วยทำ ให้เกษตรกรนี้สามารถที่จะมีต้นทุนที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตามรัฐบาลก็กังวลใจอยู่ว่า ในการดูแล เกษตรกรต้องใช้เงินมาช่วย Subsidize จำนวนมากพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้า เกษตรต่าง ๆ แต่อย่างไรก็ตามเราก็ต้องดูแลเกษตรกร เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหานี้ที่จะถาวร มากยิ่งขึ้น ๑. ก็คือการปรับปรุงการผลิต โดยที่เราเองเรามีนโยบายอยู่แล้วที่จะดำเนินการให้ ใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ หรือเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ได้ตรวจสอบ ได้มีการวิจัยแล้ว เพื่อจะเปลี่ยนแปลง การผลิตของเกษตรกรเพื่อให้อยู่ในการดำเนินการผลิตของเขาได้ต่อไร่ มีจำนวนที่มากขึ้น ปัจจุบันเราอาจจะได้ข้าวหอมมะลิก็ประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ ต่อไร่ ขณะที่เพื่อนบ้าน เขาไปไกลแล้ว ได้ ๖๐๐-๗๐๐ ต่อไร่ เพราะว่าเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ของไทยเราเองที่ผ่านมาเราไม่ได้ดำเนินการทางนี้เต็มที่มากเพียงพอ เพราะฉะนั้นรัฐบาลนี้ ก็มีความพยายามที่จะปรับปรุงการผลิต เปลี่ยนแปลงเมล็ดพันธุ์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้ สามารถทำการผลิตแล้วก็ได้ผลต่อไร่มากขึ้น ถ้าเป็นอย่างนั้นมันก็จะช่วยให้ชาวนามีปริมาณ ข้าวที่มากขึ้นก็ทำให้ต้นทุนทางการผลิตก็ลดลงนะครับ สิ่งนี้ได้พูดไปแล้ว ถ้าสมมุติว่า ในปีหน้าเราเชิญชวนให้เกษตรกรเข้ามาร่วมในการลงทะเบียนที่จะปรับเปลี่ยนการผลิต ถ้าเกิดการปรับเปลี่ยนการผลิตได้อย่างที่เราเป็นแล้วก็สามารถที่จะเอาเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เข้ามาได้มีการเปลี่ยนแปลง อย่างที่เราบอกว่าหาตลาดให้ เปลี่ยนแปลงนวัตกรรม เพิ่มเอา เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการผลิต สิ่งนี้ก็จะเกิดดีขึ้นนะครับ ผมก็จะกราบเรียนท่านว่าขณะนี้ เราได้เปลี่ยนแปลงอย่างนี้แล้ว แล้วก็เชิญชวนเกษตรกรมาเข้าสู่กระบวนการที่จะปรับปรุง แก้ไข โดยเราเชื่อมั่นว่าการปรับปรุงแก้ไขนั้นจะเกิดผลที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตามหากดำเนินการ ตามนี้แล้วยังได้ผลไม่ถึงเป้าหมาย ในส่วนของรัฐที่จะต้อง Subsidize ดูแลเกษตรก็คงยังต้อง ทำต่อไป แต่ว่ามันก็จะมีปริมาณการจัดการตรงนี้น้อยลง ปีนี้ที่เราใช้ในการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงและดูแลเกษตรกรนี้เราใช้เงินไปเฉพาะแค่เก็บเกี่ยวของเกษตรกรก็ ๕๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท รวมทั้งหมดแล้วก็ประมาณ ๖๗,๗๐๓.๐๓ ล้านบาท ทั้งหมดนี้ ก็คือการดูแลข้าว เป้าหมายทั้งหมด ๘ ล้านตันให้อยู่ในความสามารถที่จะสร้างความสมดุล ให้เกิดขึ้น สามารถที่จะดูดซับมา แล้วก็พยุงราคาต่อไป ส่วนรายที่ยังเล็กน้อยหรือมีจำนวน ไม่มากนัก แต่ว่าก็ประสบปัญหาที่มากแล้วก็ดูแล เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเราเพิ่งกดเงินผ่านเข้า บัญชีของเกษตรกรโดยตรง โดยมี ธ.ก.ส. เข้ามามีส่วนช่วยเอาเงินมาให้เกษตรกรได้หมุนเวียน เพื่อจะแก้ปัญหา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็ได้ดำเนินการไปครบถ้วนทุกจังหวัดในประเทศไทยแล้ว เพราะฉะนั้นผมคิดว่าสำหรับปีนี้เราได้มีส่วนแก้ไขปัญหาแล้วก็พยายามจะประคับประคองให้ ชาวนา ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของชาติได้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุขมากที่สุด แล้วก็เรา กำลังจะปรับปรุงการผลิตกับเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดการหลาย ๆ อย่าง แล้วผมเชื่อว่าด้วย ความตั้งใจที่ดีแล้วก็มองเห็นแบบเกษตรกรคือความสำคัญของประเทศ เราจะสามารถ แก้ไขตรงนี้ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีได้มากยิ่งขึ้น แก้ไขปัญหาเรื่องราคาข้าวสารแพง ข้าวเปลือกถูก ให้มันเข้าสู่สมดุลมากขึ้นครับ