สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๑ · ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๗

ภัณฑิล น่วมเจิม แสดงความกังวลเกี่ยวกับการเปิดสถานบริการ เช่น บ่อนกาสิโน โดยเฉพาะเรื่องกลยุทธ์การเปิดพื้นที่เป้าหมาย การแย่งสัมปทาน และผลกระทบทางสังคม รวมถึงความไม่เท่าเทียมกันระหว่างคนไทยและต่างชาติในเรื่องการเข้าเล่น และไม่เห็นด้วยที่จะใช้ พ.ร.บ. Entertainment Complex มาครอบคลุมกาสิโน เนื่องจากมันคนละเรื่องกัน และไม่รอบคอบในการแก้ปัญหาการพนันผิดกฎหมาย

นายภัณฑิล น่วมเจิม กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตวัฒนา เขตคลองเตย ก็ขอร่วมอภิปรายในรายงานเล่มนี้ ผลการศึกษาการเปิดสถานบริการ เข้าประเด็นเลยครับ พื้นที่เป้าหมายครับ ผมเองก็ได้ร่วมประชุมในฐานะที่ปรึกษา แล้วก็อยู่ในอนุกรรมาธิการด้วย ตอนแรกก็พูดว่าจะเป็นจังหวัดหลัก ๆ แต่พออ่านไปอ่านมาในรายงาน เปิดได้พื้นที่ ๔๔ จังหวัด ๒๒ จังหวัดหลัก ๒๒ จังหวัดชายแดน สรุปคือไม่ได้มีกลยุทธ์เฉพาะเจาะจง ใช่ไหมครับ ครึ่งประเทศเปิดได้ แล้วสรุปเราจะให้กี่สัมปทาน จะแย่งกันอย่างไร อันนี้คือประเด็นที่ ๑ พื้นที่เป้าหมาย เพราะศึกษามาควรจะต้องตอบโจทย์ให้ชัดว่าจะให้เปิดที่ไหน ศึกษามาแล้ว ๒ รอบ นี่ครั้งที่ ๒ นะครับ จริง ๆ อยากทราบเหมือนกันมีเนื้อหาหามันแตกต่างจากสมัย ที่แล้ว

๒. กลุ่มเป้าหมาย คนไทย คนต่างชาติ ตอนแรกคุยเหมือนจะเน้นคนต่างชาติ เพราะว่าเราอยากจะหลีกเลี่ยงประเด็นให้คนไทยไปเล่น เพราะว่ามันก็มีกระแสสังคม ที่อาจจะไม่เห็นด้วยนะครับ แต่คุยไปคุยมาเรื่องต่างชาติเงื่อนไขหนึ่ง คนไทยจะเล่นอีก เงื่อนไขหนึ่ง ผมก็อ่านดูในรายงานนะครับ สรุปเรื่องการ Screen รายได้นี้เอาอย่างไร คือไม่ต้อง Screen ใช่ไหมครับ รายได้เท่าไรมีค่าเข้าเล่นได้เลย เสียภาษีเล่นได้ บอกไม่ต้อง เสียภาษี แล้วเรื่องผลกระทบทางสังคมเราต้องมีเงินจ่ายเข้ากองทุนที่ดูแลผลกระทบ ทางสังคม ผมเห็นว่าเราควรจะต้องเสียภาษีนะครับ อาจจะไม่ได้เสียเยอะ คนเล่นได้ อย่างนั้น กลายเป็นเรื่องฟอกเงินสิครับ ผมก็ขนเงินจากบัญชีม้าไปแล้วไปเล่น พอเล่นได้ออกมาเสร็จ ฟอกขาวเลย ถูกไหมครับ เครดิตเราต้อง Check Credit ของบุคคลหรือเปล่า ว่าโอเคที่ว่า ต่างชาติ ผมอ่านดูบอกให้รูดบัตรได้ เอา Chip ออกมาเล่นได้ แต่คนไทยไม่ได้ กลายเป็น เหมือนมี ๒ Treatment มี ๒ การปฏิบัติ คนต่างชาติเงื่อนไขหนึ่ง คนไทยเงื่อนไขหนึ่งที่จะ เข้าเล่น ไปดูดี ๆ รายละเอียดผมว่ารายงานยังขาดตกบกพร่องพอสมควรนะครับ

กฎหมาย ในมุมกฎหมายผมคงไม่พูดเยอะเพราะคงมีอีกหลายท่านอภิปราย ผมเห็นแย้งตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว ทำไมต้องเอาคำว่า Entertainment Complex มาครอบ กาสิโนในเมื่อเราต้องการเปิดกาสิโนพูดให้ประชาชนเข้าใจชัด ๆ เลยครับ ไม่ต้องมา กระมิดกระเมี้ยน มาเอา Formula One เอาสวนน้ำ เอาสถานบริการมาอ้าง เพราะเรา ต้องการจะ Check แล้วจะเปิดบ่อนกาสิโน พูดตรง ๆ เลย ไม่ต้องอ้อมค้อมครับ มาอ้างเรื่อง Show Business ว่าควรจะต้องเข้าไปอยู่ตรงนี้ ความจริงมันคนละเรื่องกันนะครับ เพราะธุรกิจแต่ละประเภทมันมีกฎหมายอยู่แล้ว ทำไมท่านต้องเอา พ.ร.บ. Entertainment Complex มาครอบอีกทีหนึ่ง เพราะกฎหมายอย่างพวก Fashion Show Drag Show จะเป็นพวก Theater หรืออะไรทั้งหลายมันมีกฎหมายมารองรับอยู่แล้วนะครับ ไม่จำเป็น จะต้องเอาอันนี้มาเขียนครอบ บางทีจะเห็นเลย (๑๐) ต่อท้ายมาเป็นธุรกิจอะไรบ้างก็ไม่รู้ โดยรวมเนื้อหาเอาอะไรก็ไม่รู้มาเชื่อมโยงกันเต็มไปหมด เช่น ท่านก็พยายามไปโหน Soft Power มา บอกว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะขับเคลื่อนให้เอา Soft Power เอา OTOP เข้ามาในรายงาน มันคนละเรื่องกันครับ นักท่องเที่ยวเข้ามาด้วย Soft Power ด้วย OTOP เขามาอยู่แล้ว คนจะมาบ่อนเขาก็มาเล่นอยู่แล้ว มันคนละเรื่องกันครับ อีกอันหนึ่งที่ท่านก็เชื่อมโยงโดยไม่ได้มีหลักการวิชาการคือ เสริมเรื่องการพนันพื้นบ้าน ไก่ชน วัวชน สรุปอะไรครับ กาสิโนไม่ใช่หรือครับ ไก่ชน วัวชน มันเป็นอีกกฎหมายหนึ่งครับ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยก็มีกฎพนันแบบ ก แบบ ข ควบคุมอยู่แล้ว ท่านก็ต้องไปแก้อีก ฉบับหนึ่ง อย่ามาเขียนรวมกัน นั่นมันคนละเรื่องกัน ท่านเขียนนะครับ ผมมาจากเมื่อก่อน เคยทำงานด้านวิจัยตลาด แล้วก็ผู้บริโภคนะครับ ท่านเขียนระเบียบการวิจัยนี้แย่มากนะครับ ท่านอ้างว่ามีระเบียบวิธีศึกษาเชิงคุณภาพ ท่านไปทำอะไรมา Focus Group ไปทำ In-depth Interview ไปทำอะไรไม่เขียน ผมก็เห็นแล้วครั้งหนึ่งในอนุกรรมาธิการไป Survey มา ไปสอบถามมา ปรากฏ Sample Size กลุ่มตัวอย่างน้อยมากครับ แล้วท่านก็ไป Copy ไปอ้าง ของรายงานคนโน้นคนนี้มา แต่ใจความที่ประชาชนอยากรู้คือ ๑๐๐ คนในประเทศไทย สรุปแล้วเห็นด้วยที่จะให้มีการเปิดกาสิโนกี่คน แค่นั้นเองใจความหลัก ๆ เวลาทำ Public Hearing มีแค่นั้นเอง ท่านยังตอบไม่ได้เลยว่าท่านสุ่มตัวอย่างประชากรในประเทศไทย ๑๐๐ คน จะเห็นด้วยกับการเปิดกาสิโนกี่คน นี่คือใจความของ Public Hearing ท่านไม่มี คำตอบนี้ครับ แล้วท่านก็ไปอ้างอิงคำนิยามที่มันผิดที่เราพยายามจะแก้อยู่ใน พ.ร.บ. สถานบันเทิงหรือสถานบริการล้าสมัย คือไปโยงมาครับ เรื่องรำวง รองเง็ง อาบน้ำ อบตัว สถานที่จำหน่ายน้ำชา บริการ Partner ยังไปอุตส่าห์เอาไปเขียนลากเข้ามาในหนังสือ ฉบับนี้อีก ถ้าเผื่อเป็นวิทยานิพนธ์ผมเป็นอาจารย์ใหญ่ผมโยนทิ้งแล้วครับ ไม่ให้ผ่านครับ แต่ก็มีข้อดีอยู่ท่านก็พูดถึงเรื่องการกระจายรายได้ในท้องถิ่น ภาษีที่จัดเก็บให้ได้ อันนี้ ก็ไม่ว่ากันนะครับหลายเรื่องก็ยังมีการพูดถึง แต่ผลกระทบโดยรวมท่านไม่รอบคอบครับ มาตรการในการจัดการปัญหาหนี้สิน ท่านทำอย่างไรไม่มีพูดครับ มีเขียนเอาไว้ลอย ๆ สนับสนุนการห้ามนำ Cryptocurrency มาใช้ในการพนัน ห้ามจำกัดการโฆษณา พวกนี้ มันไม่ลงรายละเอียดเลยในรายงาน เพราะฉะนั้นรายงานนี้อาจจะแค่ตอบโจทย์แค่ส่วนหนึ่งคือเรื่องเศรษฐกิจ แต่เรื่องหัวข้อที่ ท่านจั่วมานี้ เพื่อแก้ปัญหาการพนันผิดกฎหมายมันไม่ตอบโจทย์ เพราะอะไรครับ มันคนละ ตลาดกัน ปอยเปตนี้ก็อีกตลาดหนึ่ง ยี่กีในตลาดก็อีกแบบหนึ่ง การพนัน Online ท่านก็แก้ ไม่ได้เพราะมันคนละเรื่องกัน เพราะบ่อนกาสิโนไม่สามารถทดแทนแก้ปัญหาพวกตู้เกมไฟฟ้า ตู้ม้าในชุมชนได้ครับ มันคนละเรื่องกัน เพราะฉะนั้นการตอบโจทย์ของรายงานฉบับนี้ มันไม่สมบูรณ์ครับ อีกหลายคำถาม ผมก็เคยถามในอนุกรรมาธิการว่าเรื่องให้มีการ Real-time Sports Betting คืออิงกับกีฬาได้ไหม ได้ แล้วเกี่ยวกับสลากกินแบ่งควรจัดให้มี การเดิมพันรางวัลสลากกินแบ่งในบ่อนกาสิโนได้หรือไม่ ก็ไม่ตอบ คือการพนันมันซับซ้อน มันมีเยอะมาก เพราะฉะนั้นควรจะโฟกัสให้ดี เนื้อหาให้แม่น ให้ครบถ้วน อย่างไรก็ฝากไว้ ด้วยนะครับ เพราะมันเป็นกระแสสังคม มันเป็นประเด็นหลักที่เรายังต้องถกเถียงกัน ถ้าเผื่อท่านไปทำ Survey จริง ๆ ผมมั่นใจออกมา Fifty Fifty นะ ไม่ใช่ทุกคนในประเทศไทย เห็นด้วยให้มีการเปิดบ่อนกาสิโน เมื่อจะเปิดแล้วต้องรอบคอบครับ ขอบคุณครับ