อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด หารือเรื่องปัญหาช้างป่า โดยอภิปรายถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและขอความช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหา โดยเสนอแนวทางในการจัดทำพื้นที่รองรับช้างป่า และจัดตั้งศูนย์ปรับพฤติกรรมช้างป่า และเรียกร้องให้สภาแห่งนี้มีส่วนช่วยในการแก้ไขปัญหา
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต่อสถานการณ์ปัญหาช้างป่า ไม่ใช่เพิ่งเกิดวันนี้ครับ กาลเวลาและยุคสมัยเปลี่ยน ปัญหา ก็เปลี่ยน ท่านประธานครับ ใครจะไปคิดครับว่า ๑๙ ปีที่แล้ว พระเอกหนังเรื่องต้มยำกุ้ง ที่นำแสดงโดย จา พนม ยีรัมย์ เคยมีประโยคทองในหนังต้มยำกุ้งว่า ช้างกูอยู่ไหน ช้างกูอยู่ไหน ใครจะไปคิดครับ ๑๙ ปีผ่านไป วันนี้ไม่ได้ถามนะครับว่า ช้างกูอยู่ไหน แต่ตั้งคำถามใหม่ว่า ช้างมาจากไหน ทำไมมาเยอะเสียเหลือเกิน ช้างเราแบ่งเป็น ๒ ประเภท คือช้างบ้านกับ ช้างป่า ช้างบ้านไม่ใช่ปัญหาที่เรามาถกแถลงกันในวันนี้ครับ เพราะว่าช้างบ้านดูแลโดย กระทรวงมหาดไทย ก็มีที่อยู่ชัดเจน ช้างบ้านก็อยู่ในปางช้าง แต่ช้างป่าตรงนี้ละครับเป็น ปัญหา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราพยายามจะแก้ แต่บางทีเราแก้แบบตาบอดคลำช้าง ไม่ได้จัดลำดับความสำคัญของปัญหาแล้วแก้ทีละขั้นตอน ทีนี้กาลเวลาเปลี่ยน ปัญหาช้างเป็น ปัญหาใหญ่ เพราะว่าช้างนั้นพัฒนาและขยายตัวจาก ๒,๘๐๐ กว่าตัว กลายเป็น ๔,๔๒๒ ตัว แล้วกระจายในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ๙๓ แห่ง ผมต้องกราบเรียนว่า วันนี้การอภิปรายของผมนั้น ต้องวางเส้นเรื่องให้ดี ต้องสร้างจุดสมดุล ต้องมีดุลยภาพ เพราะถ้าเอียงไปทางฝ่ายนักอนุรักษ์ นักสิ่งแวดล้อม อีกฝ่ายหนึ่งก็จะบอกว่า อย่าโลกสวย ลองมาเป็นพี่น้องเกษตรกร ลองมาเป็น พี่น้องประชาชนที่ถูกช้างป่าไล่กระทืบทุกวันแล้วจะรู้สึก ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ดังนั้น ผมต้องอภิปรายและวางเส้นเรื่องอย่างมีดุลยภาพ สิ่งที่เราจะต้องมองต่อไปก็คือว่าวันนี้เหตุที่ ช้างป่ามาสร้างโลกใบที่สอง กับโลกของมนุษย์นั้น มันเกิดจากหลายปัญหาด้วยกัน ตัวเลข สำคัญที่นอกเหนือจากจำนวนประชากรช้างป่าจะขยายตัวอย่างรวดเร็วนั้น มันมีคำถาม สำคัญที่เราต้องถาม ๑. ก็คือว่าวันนี้ช้างป่าเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่ ช้างเพิ่ม แต่ป่าลด อาหารลด จึงเป็นประเด็นที่ ๒ เมื่อในป่าอาหารลด ถึงเวลาที่ช้างป่าจะบุก บ้านเรือนประชาชน จะบุกเรือกสวนไร่นาเพื่ออะไรครับ เพื่อหาอาหารประทังชีวิต บางครั้ง ช้างป่าลงมาเจออะไรกินหมดครับ เขาครัวพี่น้องประชาชนพี่น้องเกษตรกร ไม่แยก ไม่เลือก แล้วครับว่า ไปจะกินผงชูรส หรือว่าไปเผลอกินผง Collagen เข้าไป เพราะว่าช้างป่าหิวโหย อาหารในป่าลด ไม่เพียงพอ
ประการที่ ๓ การขยายตัวของชุมชนมาพร้อมกับปัญหาป่าลด นี่เป็นปัญหา สำคัญนะครับ วันนี้เราตั้งคำถามว่าเราอาจจะบอกว่าป่ารุกคน หรือคนรุกป่า ช้างเลี้ยงคน หรือคนเลี้ยงช้าง ตกลงเราอยู่ร่วมกันได้หรือไม่ ผมยังยืนยันว่าเราอยู่ร่วมกันได้ แต่ต้องอยู่ แบบแยกส่วน ต้องอยู่แบบต่างคนต่างอยู่ มีโลกของตัวเอง ไม่ต้องมีโลกใบที่สองร่วมกัน ปัญหาสำคัญที่เราต้องมองต่อไปก็คือว่า วันนี้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เราต้องแก้ ระยะกระชั้นชิด ระยะที่เห็นผลเร็วต้องทำ ๒ เรื่อง เรื่องแรกคือการจัดทำพื้นที่รองรับช้างป่า หรือทำ Zoning ที่พูดนี้ไม่ได้หมายความว่าเอา Zoning มาอยู่กับบ้านเรือน หรือใกล้กับเรือกสวนไร่นา ก็อยู่บนเขานั่นละ อยู่บนป่านั่นละ แต่จัด Zoning เพราะว่าช้างนั้นมีการเคลื่อนที่อยู่ ตลอดเวลา แล้วเมื่อจัดพื้นที่รองรับเรียบร้อยจะต้องจัดหาอาหารไปให้เพียงพอหรือเหมาะสม กับช้างป่า เรื่องที่ ๒ การจัดตั้งศูนย์ปรับพฤติกรรมช้างป่า เพราะว่าช้างนั้นเป็นสัตว์ที่จะ สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ แน่นอนครับเรื่องนี้แม้เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ระยะเร่งด่วน แต่ก็ต้องทำและต้องทำอย่างมีนัยสำคัญ นี่ยังไม่ได้พูดถึงนโยบายของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมที่จะไปทำแนวกั้นช้างป่า ซึ่งผมอภิปรายไว้ในเวทีอภิปรายงบประมาณ ผมมองเห็นปัญหาเรียบร้อยนะครับ แล้วก็บอกว่าเราน่าจะมีทางออก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สภาแห่งนี้ ผมเชื่อว่าเมื่อเราหันหน้าเข้าหากัน ความสร้างสรรค์จะบังเกิด เราคงไม่ใช่หันหน้า เข้าหากันแบบช้างเครื่องดื่มบางประเภท หันมาเจอกันแล้วต่างฝ่ายต่างเมา วันนี้ผมเชื่อว่า จุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาช้างป่านั้น มันมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ และผมเชื่อว่าสภาแห่งนี้ เราจะได้ร่วมด้วยช่วยกันในการถกแถลง เราไม่มองย้อนกลับไปว่าสภาแห่งนี้เคยตั้ง กรรมาธิการวิสามัญมาศึกษาแล้ว สุดท้ายก็ไฟไหม้ฟางวูบหายไปไม่เกิดผลอะไร ชีวิตต้องมี ความหวัง และผมเชื่อมั่นนะครับว่ากรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นมานั้นเราจะสามารถ แก้ปัญหาช้างป่าบนความเชื่อที่ว่า ทุกปัญหาต้องมีทางออก ถ้าไม่มีทางออกก็ออกตรงทางเข้า คือย้อนกลับไปแก้ปัญหาที่ต้นทางของปัญหา ซึ่งเชื่อว่าแก้ได้ครับ