ธิษะณา ชุณหะวัณ รายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่รัฐในการสลายการชุมนumd พร้อมตั้งคำถามถึงความเหมาะสม ความจำเป็น และความสัดส่วนของการใช้กำลังตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะกรณีผู้ได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต และการจับกุมเยาวชนโดยไม่คำนึงถึงกระบวนการที่เหมาะสม ซึ่งสะท้อนปัญหาการขาดความรับผิดชอบในการควบคุมสถานการณ์ และเรียกร้องให้ยุติการคุกคามและใช้ความรุนแรงต่อเยาวชนในสถานที่ชุมนุมและสถานศึกษา พร้อมเร่งหาความเป็นธรรมในกรณีเยาวชนเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดินแดงและคุ้มครองสิทธิเด็กตามกฎหมายและอนุสัญญาสิทธิเด็ก
เรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตกรุงเทพมหานคร เขต ๒ พรรคก้าวไกลค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
วันนี้ดิฉันมาอภิปราย รายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ ๑๕๙/๒๕๖๖ โดยคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติ จากรายงานเรื่องที่ผ่านมาที่เป็นรายงานเกี่ยวข้องกับการใช้ความรุนแรง ในปัญหาการปราบปรามผู้ชุมนุมโดยรัฐ มีการตั้งคำถามอยู่หลายครั้งหลายคราว่า เหมาะสมตามหลักการใช้กำลังหรือหลักสากลหรือไม่ ตามหลักการการใช้กำลังสากลของ สหประชาชาติมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้นะคะ ๑. ต้องเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงหรือ Immediacy และมีความจำเป็นอย่างมากในการปกป้องตนเองหรือผู้อื่นจากภัยอันตราย ต่อชีวิต ร่างกาย อนามัย ทรัพย์สิน หรือสิทธิเสรีภาพอย่างหนึ่งอย่างใดที่เรียกว่า Absolute Necessity และ ๓. การได้สัดส่วนเหมาะสม หรือ Proportionality ซึ่งระบุไว้ในหลักการ การใช้กำลังตามคู่มือการใช้อาวุธแบบ Non Lethal Weapons หรือว่าอาวุธที่ไม่ทำให้ถึง ขั้นเสียชีวิตนะครับ ของสหประชาชาติตามหลักสากลต่อผู้ชุมนุมหรือไม่ ซึ่งผู้มาชุมนุม โดยสงบหลายครั้งหลายคนได้รับบาดเจ็บจนถึงขั้นเสียชีวิตอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปราย ไปก่อนหน้านี้ หรือหลายคนถึงขั้นทุพพลภาพจากเจ้าหน้าที่รัฐในการชุมนุม ในปี ๒๕๖๓ เป็นจำนวนมาก เช่นกรณี คุณพายุ บุญโสภณ หรือพายุ ดาวดินค่ะ และกรณีที่ ๒ ก็คือ คุณธนัตถ์ ธนากิจอำนวย ทั้ง ๒ คนสูญเสียดวงตาจากการสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่รัฐ และที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวถึงก่อนหน้านี้ เด็กวัย ๑๕ ปีเท่านั้น คุณวาฤทธิ์ สมน้อย ถูกกระสุนจริงไม่ใช่กระสุนยางด้วยนะคะ ยิงเข้าที่ท้ายทอยตอนเข้าร่วมชุมนุมที่หน้า สน. ดินแดง นอกจากนั้นอีกท่านหนึ่ง คุณมานะ หงษ์ทอง ไม่ได้เป็นผู้ร่วมชุมนุม แต่เป็นผู้ที่ ผ่านมาในที่เกิดเหตุ คุณมานะ หงษ์ทอง วัย ๖๔ ปี ถูกลูกหลงจากกระสุนยางยิงเข้าที่ศีรษะ และเสียชีวิตในที่สุด ซึ่งหลายกรณีได้มีการตั้งคำถามว่าเกิดจากการพยายามควบคุม การชุมนุม โดยใช้วิธีการยกระดับการสลายการชุมนุมที่รุนแรง จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ไม่เป็น สัดส่วน หรือเป็นไปตามขั้นตอนที่เหมาะสม โดยผู้บาดเจ็บนั้นจากการใช้กระบอง กระสุนยาง แก๊สน้ำตาที่ใช้ในระยะเผาขน เล็งที่ศีรษะที่ดวงตาและบริเวณที่อาจเกิดอันตราย ต่อชีวิตและเป็นทุพพลภาพได้ ซึ่งเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าได้และสุ่มเสี่ยงอย่างมากที่จะ ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงค่ะ ในกรณีที่ดิฉันได้เอ่ยมาก่อนหน้านี้ หลายครั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่สามารถที่จะควบคุมอารมณ์จากการยั่วยุของผู้ชุมนุมได้และตอบโต้ด้วยอาวุธที่ครบมือ อย่างไม่ได้คำนึงถึงหลักการป้องกันตนเองโดยชอบด้วยกฎหมาย และหลักการการใช้อาวุธ ที่ไม่ถึงตายหรือ Non Lethal Weapons แบบสากลในการควบคุมเหตุที่ได้เกิดจาก การกระทบกระทั่งจนเป็นเหตุที่นำไปสู่การใช้ความรุนแรงเข้าควบคุมผู้ชุมนุมโดยไร้เหตุผล และความอดทนอดกลั้น ดิฉันไม่ทราบว่าส่วนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองสามารถควบคุม เจ้าหน้าที่ของท่านได้หรือไม่ หรือมีกระบวนการการแก้ไขข้อบกพร่อง ณ จุดนี้อย่างไร อะไรคือความรับผิดชอบทางกฎหมายของเจ้าหน้าที่เหล่านี้ที่ได้สร้างความเสียหาย อะไรคือ Accountability หากในอนาคตไม่สามารถควบคุมได้เป็นสิ่งที่อันตรายอย่างมากต่อ ความปลอดภัยของประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ เป็นเสรีภาพที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างที่ทุกท่านทราบดีอยู่แล้วนะคะ และความสุ่มเสี่ยง ต่อการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐก็ไม่ได้สัดส่วนในการควบคุมการชุมนุมที่อาจจะเกิดขึ้น ในอนาคต ดิฉันเป็นห่วงทั้ง ๒ ฝ่ายค่ะ คือทั้งฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ และทั้งฝ่ายผู้ชุมนุมเอง เพราะหากมีการใช้กำลังโดยบ่อยครั้งแบบนี้นะคะ เราก็อาจจะคาดคะเนได้ว่าครั้งหน้าที่มี การชุมนุม เจ้าหน้าที่รัฐก็อาจจะตอบโต้ด้วยความรุนแรงนะคะ เพราะฉะนั้นก็จะทำให้ไม่มีใครกล้ามาเรียกร้องเพื่อเสรีภาพ เพื่อสิทธิมนุษยชนและสิทธิ อย่างหนึ่งอย่างใดนะคะ จากการสลายการชุมนุมโดยเจ้าหน้าที่รัฐหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา มีการจับกุมประชาชน หรือผู้ชุมนุมในพื้นที่ชุมนุมด้วยวิธีการที่รุนแรง ซึ่งหนึ่งในกลุ่มที่ถูก จับกุมเป็นเยาวชนที่ได้ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมและปฏิบัติเฉกเช่นคนอื่น ๆ โดยไม่ได้แยกปฏิบัติ และมิได้เป็นไปตามกระบวนการที่เหมาะสมต่อเยาวชน ซึ่งเป็นความเท่าเทียมเพียงเรื่องเดียว ที่พวกเขาจะได้ โดยข้อมูลอ้างอิงจากรายงานของ Amnesty เหตุการณ์การชุมนุมในช่วง ปี ๒๕๖๓-๒๕๖๕ มีเยาวชนจำนวนมากที่เข้าร่วมการชุมนุมเมื่อเปรียบเทียบกับการชุมนุม ประท้วงที่ผ่าน ๆ มานะคะ ซึ่งดิฉันคิดว่าจริง ๆ แล้วพวกเขาเหล่านี้หลาย ๆ คนก็อยากให้ ประเทศดีขึ้น อยากให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย หรือเป็นสภาวะความกดดันทางเศรษฐกิจ ช่วงโควิดเช่นเดียวกัน ณ ช่วงเวลานั้นที่พวกเขาถูกกดทับจึงทำให้มีการออกมาชุมนุม เพราะนั่นคืออนาคตของพวกเขา แม้ว่าบางกรณีเยาวชนเองก็มีท่าทีที่อาจจะตอบโต้จาก เจ้าหน้าที่รัฐ แต่ว่ามันไม่ได้สัดส่วนเลยกับการกระทำที่เขาทำกลับมาสู่เยาวชนของ พวกเรา ทางเจ้าหน้าที่รัฐไม่ควรปฏิบัติต่อเขาในลักษณะที่เกินขอบเขตโดยเฉพาะในฐานะ ที่พวกเขาเหล่านั้นยังเป็นเด็กและเยาวชน อาทิเช่น ในช่วงเวลาที่เข้าจับกุมเป็นเยาวชน โดยการใช้สายรัดข้อมือ ซึ่งเยาวชนบางคนถูกทุบตีด้วยกระบอง การมัดมือเป็นเวลานานหรือ กักขังรวมกับผู้ชุมนุมอื่น ๆ อย่างไม่แตกต่างจากผู้ชุมนุมที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว โดยบางคนมีอาการ บาดเจ็บ แต่ไม่ได้ถูกเข้าสู่กระบวนการรักษาในระยะเวลาที่เหมาะสมจากที่ดิฉันได้กล่าวไป ดูเหมือนกระบวนการที่เหมาะสมต่อเยาวชนนั้นจะมิได้ถูกหยิบยกนำมาใช้เลยแม้แต่น้อย กลายเป็นว่าเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติต่อพวกเขาโดยไม่คิดว่าพวกเขาเป็นเพียงเยาวชนคนหนึ่ง ที่ผ่านมามันคือความโหดร้ายที่เจ้าหน้าที่รัฐกระทำต่อเยาวชน นี่ไม่นับกับการที่จับกุมเกิน เวลาที่เยาวชนจะสามารถที่จะจับกุมก่อนที่จะมีหมายได้นะคะ ไม่เกิน ๒๔ ชั่วโมง บางคน โดนจับกุมเกิน ๔๘ ชั่วโมงไปอีกนะคะ ซึ่งมากกว่าผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ก็ไม่สามารถที่จะจับกุมเกิน ๔๘ ชั่วโมงได้แล้ว เราอย่าลืมว่าเขาสามารถแสดงออกทางการเมืองได้เช่นเดียวกัน ถึงแม้จะ เป็นเยาวชน และถูกจำกัดสิทธิทางการเมืองอยู่หลายครั้ง ด้วยความที่บางคนยังมีความเชื่อว่า การเมืองเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ หรือด้วยเหตุผลอันหนึ่งอันใดก็ตาม ในความจริงเยาวชนก็มีสิทธิ เฉกเช่นประชาชนทุกคนในประเทศนี้ตามหลักการประชาธิปไตย ว่าด้วยอนุสัญญาว่าด้วย สิทธิเด็ก ซึ่งประเทศไทยก็เป็นภาคีและมีพันธกรณีที่เราต้องปฏิบัติตาม โดยมีการกำหนด รับรองสิทธิเด็กไว้ในการกระทำใด ๆ ทั้งปวงที่เกี่ยวกับเด็กและต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ สูงสุดของเด็กค่ะ เด็กมีสิทธิที่จะได้รับการช่วยเหลือจากกระบวนการยุติธรรมและมีลักษณะ เฉพาะตัว คือในทุกขั้นตอนตั้งแต่การให้ปากคำ ตลอดจนถึงการพิจารณาคดี ต้องถือ ประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ สำหรับเด็กที่ถูกพรากจากครอบครัวจะต้องได้รับ การคุ้มครองดูแลอย่างเหมาะสมตามภูมิหลังทางชาติพันธุ์ ภาษา ศาสนา และวัฒนธรรม ของเด็ก และจะต้องได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างจากผู้ใหญ่ หรือในประเทศของเราเอง อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กเรายังมีพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๑ ซึ่งมีลักษณะ ที่สอดคล้องกันและการปฏิบัติต่อเด็ก ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด ๆ ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุด ของเด็กเป็นสำคัญค่ะ
เรื่องการควบคุมหรือการสร้างความหวาดกลัวต่อเยาวชนตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ เป็นต้นมามีเหตุการณ์ในลักษณะที่ดูเหมือนเป็นการคุกคามเยาวชน ไม่ว่าจะเข้าไปใน เคหสถาน พื้นที่สาธารณะ เข้าไปคุกคามในสถานที่เรียนนะคะ ซึ่งควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยของ เยาวชนทุกคนค่ะ เนื่องจากในรายงานผู้ร้องมีกว่า ๑๐๐ กรณี ที่มีการแสดงออกโดยขัดขวาง สั่งห้าม ข่มขู่ ยึดทรัพย์สินของเด็กนักเรียน การใช้ถ้อยคำรุนแรง การยึดอุปกรณ์มือถือ เครื่องมือสื่อสาร และทรัพย์สิน ถึงแม้ว่าการอนุญาตให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้ามากดดันหรือเข้าไป ติดตามภายในโรงเรียน ต้องย้ำนะคะว่าภายในโรงเรียน ซึ่งในที่นี้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ว่าจะ เป็นในหรือนอกเครื่องแบบ แต่พฤติกรรมเช่นนี้เป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจที่ตามไปถ่ายรูป เยาวชน รวมทั้งกดดันผู้บริหารสถานศึกษาไม่ให้จัดกิจกรรม ซึ่งเป็นเสรีภาพของพวกเขา อยู่แล้ว หรือกดดันครอบครัวผู้ปกครองของนักเคลื่อนไหวไม่ให้จัดกิจกรรมในลักษณะต่าง ๆ ติดตามเยาวชนไปในพื้นที่ต่าง ๆ สร้างบรรยากาศที่ไม่ปลอดภัยและกระอักกระอ่วนเป็น อย่างมาก เป็นการละเมิดอนุสัญญาสิทธิเด็กนะคะ ดิฉันอยากเรียกร้องถึงเจ้าหน้าที่รัฐทั้งหลายที่มีพฤติกรรมเหล่านี้ให้ควรยุติการปฏิบัติ การกระทำเหล่านี้โดยสิ้นเชิงค่ะ และการใช้อำนาจที่เกินขอบเขตของทุกท่าน ถ้าท่านพูดว่า ประเทศนี้เป็นประชาธิปไตยไม่ได้ปกครองแบบเผด็จการ การกระทำเหล่านี้จะต้องยุติลงค่ะ และไม่ควรเกิดขึ้นอีกในอนาคต ท่านประธานคะ ดิฉันได้พูดเรื่องนี้ตอนแรกและมีเพื่อน สมาชิกได้กล่าวถึงนะคะ ในรูปคือคุณวาฤทธิ์ สมน้อย เยาวชนที่อายุ ๑๕ ปี ที่ถูกยิงในบริเวณ สน. ดินแดง ซึ่งหนึ่งในนั้นก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส จนกระทั่งเสียชีวิต ถูกยิงด้วยกระสุนจริง ที่บริเวณลำคอ เป็นสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนเป็นอย่างยิ่งในการกระทำของเจ้าหน้าที่ถ้าเป็น เจ้าหน้าที่รัฐจริง เพราะขณะนี้ก็ยังจับตัวผู้ร้ายไม่ได้ เรายังไม่รู้เลยว่าใครยิงวาฤทธิ์ จนกระทั่ง ว่า Hashtag ใครยิงวาฤทธิ์ ขึ้นสูงสุดทุกครั้งที่เป็นวันครบรอบวันเสียชีวิตของน้อง และนอนโคม่าในโรงพยาบาลอยู่หลายเดือนด้วยนะคะ ก่อนที่จะเสียชีวิต ณ เวลานี้ ดิฉันไม่ทราบว่าคดีความไปถึงไหนแล้ว และครอบครัวของผู้สูญเสียได้รับความเป็นธรรมบ้าง แล้วหรือยังต่อการสูญเสียลูกหลานอันเป็นที่รักยิ่งค่ะ ดิฉันมิอาจทราบได้ว่าเหตุการณ์ความ สูญเสียครั้งนี้เกิดขึ้นด้วยฝีมือของใคร หลายคนตั้งคำถามมากมาย บางคนก็พูดว่าอาจเป็นมือ ที่สามที่เข้าไปค่ะท่าน แต่ดิฉันอยากให้สังเกตว่ามีการปิดไฟ สน. ปิดไฟโรงพักในขณะที่ เหตุเกิดขึ้น ในทางที่หาการป้องกันในอนาคต ไม่ให้เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ความรุนแรงต่อเยาวชนและเหตุการณ์นี้ควรจะเป็นบทเรียนที่เราทุกคนหา มาตรการป้องกันในอนาคต เพื่อไม่ให้เกิดลักษณะนี้ซ้ำ ไม่ว่าจะเมื่อไรค่ะท่านประธาน โดยสรุปแล้วดิฉันขออนุญาตเน้นย้ำไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ประเด็นแรก คือการปฏิบัติต่อ เยาวชนในพื้นที่ชุมนุมควรเป็นไปตามกระบวนการที่เหมาะสมต่อเยาวชน มิใช่การปฏิบัติต่อ เยาวชนในพื้นที่ชุมนุมลักษณะเดียวกันกับผู้ชุมนุมอื่น ๆ ที่เป็นผู้ใหญ่นะคะ และประเด็นที่ ๒ คือเรื่องมาตรการป้องกันต่าง ๆ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเยาวชนในพื้นที่ชุมนุม ควรมีการพูดคุยกันอย่างจริงจังเพื่อไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ซ้ำขึ้นอีกนะคะ โดยเฉพาะควรมี มาตรการป้องกันในมือที่สาม ในการที่เข้ามาพื้นที่ชุมนุมในช่วงที่กำลังจับกุม เพราะดิฉัน เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ไม่รู้ว่าในหรือนอกเครื่องแบบก็ทำงานกันอย่างเต็มที่ในพื้นที่ชุมนุมต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ดิฉันเรียกร้องคงไม่เกินมือพวกท่านหรอกใช่ไหมคะ และสุดท้าย คือการกดดัน ติดตาม หรือคุกคามเยาวชนในพื้นที่สาธารณะ รวมถึงในสถานศึกษา ในบ้านพักค่ะ เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ เกินขอบเขตของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะเราเป็นประเทศ เป็นประชาธิปไตยไม่ควรมีพฤติกรรมลักษณะนี้กับเยาวชนที่ออกมาแสดงออกถึงสิทธิของ ตนเองและเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมืองที่ปกป้องและคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ และอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิเด็ก ขอบพระคุณค่ะ