จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ หารือปัญหาความล้มเหลวในการแก้ไขยาเสพติด โดยชี้ว่าราคายาเสพติดถูกลงจนหาซื้อได้ง่ายและหน่วยงานรัฐจับได้เฉพาะรายเล็ก ไม่สอดคล้องกับมาตรการรัฐบาลที่ระบุผู้ค้าเกิน 5 เม็ด และวิพากษ์วิจารณ์รายงาน ป.ป.ส. ที่ขาดรายละเอียดตามข้อกฎหมายโดยไม่มีตัวเลขสถิติหรือข้อสังเกตของคณะรัฐมนตรีประกอบ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษ ท่านประธานครับ ปัญหาเรื่องยาเสพติดเป็นปัญหา สำคัญเป็นวาระแห่งชาติที่ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือสภาแห่งนี้ ตลอดจนประชาชนทั้งประเทศ ก็ปรารถนาที่จะเห็นปัญหายาเสพติดได้รับการแก้ไข พวกเราอยากกลับไปสู่ช่วงปี ๒๕๔๓ ถึงปี ๒๕๔๙ ที่ปัญหายาเสพติดแทบจะไม่มี การหาซื้อยาบ้าหรือยาเสพติดหาซื้อได้ยากมาก ยาบ้าหรือยาม้า ๑ เม็ด ราคาสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำของประชาชน แต่ปัจจุบันนี้จากการลงพื้นที่ แล้วก็ Check ข้อมูลจากหลาย ๆ แหล่งเราพบว่ายาบ้าหรือยาม้ามีราคาบางแห่งก็ ๓ บาท บางแห่งก็ ๑๐ บาท ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียใจเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะว่านี่คือการแสดงให้เห็น ว่าปัญหายาเสพติดนั้นไม่ได้ลดลงเลย ถึงแม้หน่วยงานราชการจะบอกว่าจับได้มากขึ้น แต่ถ้า ดูจากราคาก็แสดงให้เห็นว่ายาบ้าหรือยาม้านี้สามารถหาได้โดยทั่วไปแทบทุกตรอก แทบทุก ซอกซอย แต่ก็เสียดายที่เราไม่สามารถจัดการปัญหาอันนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ ท่านประธานครับ จากรายงานของ ป.ป.ส. นี้ซึ่งเป็นรายงานตามมาตรา ๑๑/๑ ของพระราชบัญญัติวิธีพิจารณา คดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๕๐ ก็มีตัวเลขบางอย่างที่ผมจะขออนุญาตรายงานต่อท่านประธาน คือในรายงานดังกล่าวนี้บอกว่ามีผู้ต้องหาในคดียาเสพติดในปี ๒๕๖๕ ประมาณ ๒๗๐,๐๐๐ คน คิดเป็นคดี ๒๖๐,๐๐๐ คดีเศษ หรือเฉลี่ยแล้วก็คดีละ ๑ คน นี่คือตัวเลขที่แสดงให้เห็นว่า การจับยาเสพติดของพวกเรานั้นส่วนใหญ่จับได้เฉพาะรายเล็ก ๆ เท่านั้น ซึ่งตัวเลขนี้ก็ยืนยัน ได้อีกเช่นเดียวกันว่ามีการยึดทรัพย์ประมาณ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท โดยที่เมื่อหารด้วยจำนวน คดีเฉลี่ยแล้วก็ตกแค่ไม่ถึง ๕๐,๐๐๐ บาทต่อคดี ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการจับ ยาเสพติดของพวกเรานั้น หน่วยงานราชการของเรานั้นยังจับได้เฉพาะปลาซิว ปลาสร้อย ปลาตัวใหญ่ ๆ หรือผู้ค้ารายใหญ่ ๆ นั้นจับไม่ได้เลย หรือแม้แต่ในรายงาน ป.ป.ส. ฉบับนี้ได้ เอ่ยอ้างถึงการจับยาเสพติดรายใหญ่ ๒ ครั้งก็เป็นการจับยาเสพติดที่มีการส่งหรือกำลัง จะส่งไปขายต่างประเทศ ไม่ใช่การจับยาเสพติดที่มีการแพร่หลายในประเทศไทย ทำให้ ปัญหายาเสพติดในประเทศไทยแม้แต่จังหวัดศรีสะเกษของผมเองนั้นที่ผมอยู่ก็มีหลายอำเภอ หลายหมู่บ้านที่ประชาชนกว่าครึ่งหมู่บ้านติดยาเสพติด และมีซอยบางซอยที่เราทราบกันดี ว่าในซอยนั้นมีการขายยาเสพติดทั้งซอย แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายว่าการจัดการยาเสพติด ยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร ซึ่งส่วนหนึ่งก็อาจจะเป็นเพราะว่ามีความเข้าใจผิดในเรื่องมาตรการของ รัฐบาล มาตรการของรัฐบาลชัดเจน หรือของพรรคเพื่อไทยชัดเจนมากว่าเกินกว่า ๕ เม็ด ถือว่าเป็นผู้ค้าทั้งหมด และจะต้องมีการปราบอย่างจริงจัง ส่วนต่ำกว่า ๕ เม็ดนั้นก็มี ๒ กรณี ถ้าพิสูจน์ได้ว่าไม่ใช่ผู้ค้าเราก็จะถือว่าเป็นผู้เสพแล้วก็บำบัด แต่ถ้าหากมีหลักฐานว่าเป็นผู้ค้า ก็ต้องมีการทำโทษตามกฎหมายบ้านเมืองต่อไป อันนี้อาจจะเป็นความเข้าใจผิดอันหนึ่ง ที่ทำให้มีผู้คนจำนวนมากยังทำการค้าอยู่ เพราะคิดว่าถ้าหากถูกจับได้ก็เอาของกลางใส่เข้าไป ในปากให้เหลือน้อยกว่า ๕ เม็ดแล้วจะกลายเป็นผู้เสพก็พ้นจากปัญหาไป ผมขออนุญาต กลับไปที่รายงานก็แล้วกัน ในรายงานนี้ก็มีข้อมูลที่ดูแล้วก็แปลก ๆ อยู่ เช่น ในหน้า ๓๐ ผมขออนุญาตอ่านก็แล้วกันท่านประธาน มีรายงานว่าสำนักงาน ป.ป.ส. มีรายงานการปฏิบัติ หน้าที่ ๒๗,๐๐๐ ครั้ง แต่ถ้าหากท่านประธานจำได้ก่อนหน้านี้ ป.ป.ส. รายงานว่ามีคดีที่ ป.ป.ส. ไปเกี่ยวข้อง ๑๙๐,๐๐๐ คดี แสดงว่าอีก ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคดี ป.ป.ส. เข้าไปเกี่ยวข้อง แต่มิได้มีการทำรายงาน ซึ่งการทำรายงานเป็นสาระสำคัญของอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ส. เนื่องจากมีการระบุไว้อย่างชัดเจนไว้ในมาตรา ๑๑/๑ ในวรรคท้าย ผมขออนุญาตอ่านเพื่อที่ ทาง ป.ป.ส. จะได้ช่วยกันพิจารณา ในวรรคท้ายบอกอย่างนี้ครับ ให้เลขาธิการคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด จัดทำรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรานี้เสนอต่อ คณะรัฐมนตรีเพื่อรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี โดยให้รายงานข้อเท็จจริง ปัญหา อุปสรรค ปริมาณการปฏิบัติงานตามงบประมาณและกองทุนประจำปี และผลสัมฤทธิ์ ของการปฏิบัติงานโดยละเอียด ผมขออนุญาตขีดเส้นใต้ การรายงานนี้จะต้องเป็นรายงาน โดยละเอียด แต่จากการที่ผมได้อ่านรายงานฉบับนี้ผมพบว่ามีแค่ตัวเลขแต่ไม่มีรายละเอียด ดังนั้นรายงานฉบับนี้จึงมิได้เป็นไปตามมาตรา ๑๑/๑ วรรคท้าย นอกจากนี้ ในข้อความต่อไป ในวรรคท้ายนี้บอกว่าการรายงานนี้ก็เพื่อให้คณะรัฐมนตรีเสนอรายงานดังกล่าว พร้อมทั้ง ข้อสังเกตของคณะรัฐมนตรีต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา กล่าวคือเมื่อ ป.ป.ส. ทำรายงานต่อคณะรัฐมนตรีแล้ว คณะรัฐมนตรีก็จะต้องมีการทำ ข้อสังเกตและนำเสนอต่อที่ประชุมสภาแห่งนี้ แต่ผมก็ไม่เห็นว่าในรายงานหรือว่ามีเอกสาร ประกอบ มีข้อสังเกตของคณะรัฐมนตรีอยู่ในรายงานด้วยแต่อย่างใด ก็เป็นประเด็นที่ ขออนุญาตฝากผ่านท่านประธานไปยัง ป.ป.ส. ว่าอยากให้อ่านวรรคท้ายของมาตรา ๑๑/๑ โดยละเอียดนะครับว่าการทำรายงานของท่านนั้นจะต้องมีการลงรายละเอียดด้วย และ จะต้องให้คณะรัฐมนตรีทำข้อสังเกตมาด้วย เพื่อที่จะให้ถูกต้องเป็นไปตามมาตรา ๑๑/๑ วรรคท้าย ของพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ