อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาส่วยทางหลวง โดยเน้นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเสนอให้ใช้เทคโนโลยี Big Data และ Video Assistant Referee (VAR) ในการปราบส่วย และเปลี่ยนการเก็บค่าใช้ถนนให้เป็นค่าธรรมเนียมที่ชัดเจน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต่อรายงานผลการพิจารณาศึกษาญัตติ เรื่อง แนวทางการแก้ไขปัญหาทางกฎหมายที่เกี่ยวกับ การขนส่งทางบกและป้องกันการเรียกรับผลประโยชน์โดยเจ้าหน้าที่รัฐ ของคณะกรรมาธิการ การคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาเรื่องส่วยทางหลวงนั้น ไม่ใช่เป็นปัญหาใหม่ครับ แต่ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่และเป็นปัญหาที่เหมือนเราแพ้ทาง แก้แบบวัวพันหลัก แก้มาหลาย สิบปีก็แก้ไม่ได้ และที่สำคัญมูลค่าการทุจริตคอร์รัปชันของส่วยทางหลวงนั้นมีมูลค่าพุ่งสูงขึ้น ตลอดเวลาระดับหลายหมื่นล้านบาท ในรายงานที่ท่านศึกษามาถ้าจะ Comment แบบในฐานะ ที่เป็น Commentator ก็ต้องบอกว่าให้ท่านผ่านครับ แต่ถ้าในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นอกจากให้ผ่านแล้ว ก็ขออนุญาตเสนอแนะเพิ่มเติม โดยขออนุญาตเรียนว่าการแก้ปัญหานี้ เราควรมุ่งไปที่การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของปัญหาส่วย ต้องมุ่งเน้นไปแก้ที่ต้นตอของ ปัญหา ซึ่งก็เห็นในความพยายามที่ท่านได้ศึกษาและอยู่ในรายงาน ความพยายามข้อที่ ๑ ของท่านก็คือการพยายามที่จะทบทวนแล้วก็แก้ไขกฎหมาย ซึ่งก็ต้องบอกว่าท่านมีอยู่แล้ว ข้อที่ ๒ ซึ่งในรายงานเหมือนเฉียดไปเฉียดมายังไม่ชัด ถ้าเราจะบังคับใช้กฎหมายและเอา กฎหมายเป็นเครื่องมือหลักในการบังคับใช้ มันแก้ไม่จบไม่สิ้นครับเราต้องแก้โดยการเร่งสร้าง วัฒนธรรมในการใช้รถใช้ถนนด้วยจิตสาธารณะ ข้อที่ ๓ ซึ่งในรายงานผมเห็นว่าก็เฉียดไป เฉียดมายังไม่ได้ลงลึกหรือไม่ได้มีเข็มมุ่งที่เห็นชัดเจน คือความพยายามที่จะใช้เทคโนโลยี มาใช้ในการแก้ปัญหาส่วย กรณีข้อที่ ๓ นี้ผมมีตัวอย่างไม่ต้องไปไกลเอาประเทศเพื่อนบ้าน อย่างประเทศสิงคโปร์ครับ เขามีการจัดทำเครือข่ายที่เป็น Big Data รวบรวมประมวลผลเก็บ ข้อมูลการจราจร เวลาในการเดินทาง ความต้องการในการใช้รถใช้ถนนในแต่ละช่วงเวลา ผู้ใช้รถใช้ถนนจะรู้เลยว่าจะเดินทางจากจุด A ไปจุด B ในระยะเวลาที่จำกัดหรือว่าเร็วที่สุดนั้น Big Data จะประมวลผล แต่ของเราต้องเรียนว่าเราไม่ได้มีแผนแม่บทแบบประเทศสิงคโปร์ที่ เขามีแผนแม่บทแห่งชาติ ชื่อแผนคือ Smart Mobility Master Plan เขาใช้เทคโนโลยี อัจฉริยะมาเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มขีดความสามารถของเครือข่ายบนท้องถนนอย่างสูงสุด ซึ่งจะครอบคลุมทั้งการตรวจสอบ ควบคุมปริมาณจราจร การใช้รถใช้ถนนให้มีความปลอดภัย มากยิ่งขึ้น ท่านประธานที่เคารพ ท่านเคยสังเกตไหมว่าเวลาที่มีด่าน ทุกครั้งที่มีด่าน จะด่าน ถาวร จะด่านลอย ด่านหลบแบบสุมทุมพุ่มไม้มาแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง จะมีอุบัติเหตุ ไม่หน้าด่าน ก็หลังด่าน หรือไม่มีอุบัติเหตุปริมาณการจราจรก็จะคับคั่ง ทำให้รถติดเกิน ความจำเป็น มีคนไปถามว่าทำไมต้องใส่หมวกกันน็อกสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ เขาบอกว่าใส่ หมวกกันน็อกตำรวจจะได้ไม่จับซึ่งในความเป็นจริงไม่ใช่ครับ ประโยชน์ของหมวกกันน็อก ก็คือใส่แล้วจะได้ป้องกันหากเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน วันนี้เหมือนกันครับ จะบรรทุกน้ำหนัก เกินจะขับเร็วถ้าไม่เจอจ่าก็ไม่โดนจับ ดังนั้นทุกครั้งของการกระทำผิดกฎหมายนั้นเขา ระมัดระวังจ่า บางคนติด Sticker หลังรถครับบอกว่าอย่าโบกเลยจ่า พกมาแค่ ๒๐๐ ครับ เพราะจ่าเรียก ๔๐๐ บาทไม่พอจ่ายครับ ข้อที่ ๒ สิ่งที่เราเห็นว่าวันนี้ในประเทศจีนในเมืองที่ เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลก เขาแก้ปัญหารถติดได้ครับ เช่น คุณจะออกจาก บ้านเจ็ดโมงคุณจะไปถึงที่หมายแปดโมง ข้อมูล Big Data จะประมวลผลหมดเลยครับว่า จะหลีกเลี่ยงถนนเส้นใด แล้วจะไปให้ถึงที่หมายด้วยการใช้วิธีการเดินทางแบบใด มีตัวเลือก A B C ครับ ของเราต้องนำมาใช้ และผมขอเสนอกรอบแนวคิดที่จะเป็นเข็มมุ่งให้กับ ท่านกรรมาธิการและท่านคณะอนุกรรมาธิการที่ศึกษาเรื่องนี้
ประการที่ ๑ กฎหมายที่ท่านพยายามแก้ ผมเห็นชอบครับ แต่ท่านต้อง พยายามไปลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ครับ เพราะมีการบังคับใช้กฎหมายที่แตกต่างกัน ตัวบทกฎหมายเหมือนกัน แต่บังคับใช้ต่างกันผลต่างกันครับ
ประการที่ ๒ ต้องใช้ศูนย์ประมวลผลแบบ Big Data หรือถ้าท่านดูฟุตบอล Thailand Premier League ก็จะเห็นเทคนิค VAR ครับ ผมเสนอให้ใช้เทคนิค VAR มาใช้ ประมวลผลในการปราบส่วยครับ VAR คือ Video Assistant Referee เพราะว่าวันนี้พอเกิด เหตุปั๊บ จ่าก็มีกล้องของจ่านะครับ Chauffeur คนขับรถบรรทุกก็มีกล้องของตัวเอง ในคดี เดียวกรณีเดียวนี้ต่างมุม ต่างข้อมูล การวินิจฉัยแตกต่างกัน ดังนั้นเราควรจะมีศูนย์ ประมวลผลที่เป็น Big Data ไม่ต้องไปตั้งด่านครับ รถบรรทุกวิ่งผ่านวันนี้เราสามารถรู้ว่า ความเร็วที่รถวิ่งกี่กิโลเมตรต่อชั่วโมง มันไม่น่าจะยากเกินไปนะครับ ถ้ารถวิ่งผ่านและเรา สามารถระบุน้ำหนักของรถบรรทุกได้
ประการที่ ๓ ท่านต้องเปลี่ยนอะไรที่เป็นสีเทาให้เป็นสีขาว เปลี่ยนจากส่วย เป็นการเก็บค่าใช้ถนน ผมว่าถ้าตรงไปตรงมาแม้จะแพงขึ้นก็แก้ปัญหา ต่อไปนี้จ่าไม่ต้องไป ล็อกล้อแล้วครับ ถ้าจอดรถในถนนในที่ห้ามจอด ก็เก็บสตางค์เลยครับ มีตู้แบบต่างประเทศ จะจอดผิดที่ยินดีจ่ายไม่เป็นปัญหาครับ แล้วก็เอาภาษีนั้นมาใช้ในการพัฒนาประเทศ ผมขอให้กำลังใจทางคณะศึกษา ก็ขอเรียนว่าท่านเดินมาถูกทางแล้วครับ และเราน่าจะ ได้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ แต่ผมหวังว่าแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์นั้นจะเป็นทางออก จะไม่ใช่แค่ไฟหน้ารถที่วิ่งสวนทางมา ขอให้กำลังใจครับ ขอบพระคุณครับ