ธีระชัย ชูปรับกฎหมายขนส่ง ยกระดับโทษ-เพิ่มเทคโนโลยี-ช่วยเกษตรกร

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

ธีระชัย แสนแก้ว หารือปัญหาการบังคับใช้กฎหมายขนส่งทางบก โดยเสนอให้ปรับปรุงระบบลงโทษให้รุนแรงขึ้นและขยายความรับผิดถึงเจ้าของรถและผู้ประกอบการ พร้อมเรียกร้องให้ใช้เทคโนโลยีเช่นกล้องวงจรปิดและระบบชั่งน้ำหนักอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบและป้องกันการเรียกรับผลประโยชน์จากเจ้าหน้าที่ รวมถึงผลักดันการผ่อนผันข้อจำกัดการขนส่งสินค้าเกษตรตามฤดูกาลเพื่อช่วยลดภาระต้นทุนและเวลาให้เกษตรกรในช่วงเก็บเกี่ยวสำคัญ

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ต่อรายงาน ฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ รายงานฉบับนี้เป็นการศึกษาสภาพปัญหาการบังคับใช้ กฎหมายที่เกี่ยวข้องการขนส่งทางบก เป็นการศึกษาสภาพการเรียกรับผลประโยชน์ ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม สามารถปกป้องทุจริตและบังคับใช้กฎหมายได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความพยายามของคณะกรรมาธิการในช่วงระยะเวลา ๓ เดือน จากที่พวกเราได้ยื่นญัตติที่ปัญหามันเกิดขึ้นนั้นสามารถดำเนินการมาได้ถึงขนาดนี้ ผมต้องขอ ชื่นชมครับ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยในหลายประการที่ท่านได้เสนอ ๒-๓ ท่าน ที่ได้กล่าวรายงานในที่ประชุมแห่งนี้ กระผมคิดว่าจะไม่พูดแล้ว เพราะว่าทุกอย่างผมเห็นด้วย เกือบทั้งหมด แต่ไม่ใช่ทั้งสิ้นครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ กรณีเกี่ยวกับเรื่อง การบังคับใช้กฎหมายนั้น ซึ่งเราจะแก้จากบทลงโทษนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ เพราะว่า จากบรรทุกน้ำหนักเกิน ๑๐๐ กิโลกรัม ถึง ๑๐,๐๐๐ กิโลกรัม ก็มีผลเท่ากัน ก็คือปรับไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท อันนี้เห็นด้วยในการที่พวกท่านได้แก้ จาก ๑๐,๐๐๐ บาทขึ้นไปถึง ๑๐๐,๐๐๐ บาท โดยแก้พระราชบัญญัติ ปี ๒๕๓๕ ก็คือมาตรา ๗๓/๒ กำหนดโทษไว้ต่ำมาก เพราะฉะนั้น ก็ให้มีการแก้ไขในเรื่องนี้ ท่านประธานครับ นอกจากโทษอัตราต่ำแล้วการที่กฎหมายไม่มี บทลงโทษผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการคือเจ้าของรถ บาปกรรมเท่าที่มีประสบการณ์ ก็คือ คนที่ติดคุกก็คือคนขับรถ ส่วนใหญ่ไม่เกิน ๖ เดือน แต่ติดประมาณ ๑ เดือน ๒ เดือน แล้วแต่ จะส่งฟ้องกำหนดที่อัตราน้ำหนักเกินเท่าไรเป็นเท่าไร ตรงจุดนี้ผมก็เลยบอกว่าต้องเอา ตัวผู้ประกอบการด้วย เจ้าของกิจการด้วย อันนี้ผมเห็นด้วย เพราะว่าก่อนที่จะออกรถบรรทุก ไป เจ้าของกิจการบอก มึงบรรทุกเต็มที่เลยเดี๋ยวกูเคลียร์เอง อย่างนี้ลูกน้องก็ได้ใจจะขนอะไร ก็แล้วแต่ ที่เป็นสิ่งที่ขนประจำ ปกติประจำ อิฐ หิน ดินทรายอะไรก็แล้วแต่ ซึ่งมันก็เป็น ปัญหาอย่างนี้มาโดยตลอด เพราะฉะนั้นเรื่องส่วยนี้ก็เป็นเรื่องของผู้สมัครใจให้ และผู้รับ ในเมื่อผู้รับและผู้ให้เงินสด มันก็ไม่รู้ว่าจะไปเอาความผิดอะไร อย่างไรกับใคร เพราะฉะนั้น ปัญหานี้ มันก็เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานานแล้ว ซึ่งเป็นปัญหาโลกแตก ท่านประธานครับ การกำหนดโทษเป็นขั้นบันได ผมก็เห็นด้วยเหมือนอัตราการเก็บภาษี หรืออะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ก็เห็นด้วยในการที่จะต้องดำเนินการ และบทลงโทษ คือผู้จ้างวานก็ไม่ต้องก็ได้ คือผู้จ้างวาน ก็คือเป็นผู้ต้องไปบันทึกใหม่เสียเอาผู้ประกอบการเจ้าของรถ ขนาดเจ้าของรถแท้ ๆ เวลาติด คุกเขาก็จะไปปลอมแปลงเอกสาร ปลอมแปลงเอกสารว่าไม่ใช่รถของตัวเอง เช่าซื้อ อันนี้ ก็เป็นประเด็นอีกประเด็นหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องรถยนต์ มันเป็นปัญหาโลกแตกเหมือนกัน ท่านก็ลอง ๆ ไปคิดดูว่าเรื่องนี้จะต้องทำอย่างไร จะต้องกำหนดระเบียบเกี่ยวข้องกับเบี้ยเลี้ยงในการออกตรวจตราสนับสนุนหน่วยชั่งน้ำหนัก เคลื่อนที่ และตำรวจทางหลวงให้มีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้นและยังเป็นการป้องกัน เรียกรับส่วยได้อีกทางหนึ่ง คงได้ไม่มาก คนที่มันโลภจะอัดจะให้เท่าไร จะเบี้ยเลี้ยงเท่าไร จะเอาเงินหลวงไปเท่าไรก็แล้วแต่ แต่อาจจะมีเจ้าหน้าที่บางคนที่มีอุดมการณ์ ที่มีความคิด มันก็มี มันไม่ได้ชั่วทั้งหมดหรอกนะครับ แต่อาจจะพอแก้ปัญหาได้บ้าง เท่าที่รู้นี้เพราะมันเคย ตัวแล้ว มันส่วยเต็มบ้านเต็มเมืองมันเคยตัวแล้ว เพราะอาจจะมีเจ้าหน้าที่บางคนเท่านั้น ที่อาจจะถูกนายสั่งว่าเดือนนี้คุณจะต้องหาเงินได้เท่านั้นเท่านี้ เพราะฉะนั้นตรงจุดนี้ก็ไปดู รายละเอียดก็แล้วกัน

ประเด็นที่ ๒ ที่เกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ที่เป็นเจ้าหน้าที่นี้ มีอำนาจในการควบคุมทางหลวง ก็คือมีสภาพปัญหาที่เกิดจากการใช้ดุลยพินิจโดยทุจริต ในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่บางคน ปัญหานี้ก็แก้ไขได้ยาก ซึ่งกระผมได้กราบเรียนไปบ้างแล้ว และในการสอบสวนขยายผลในการดำเนินคดีนั้นมันมีสาเหตุเกิดจากความสมัครใจของผู้ให้ และผู้รับ อันนี้ก็เป็นประการที่สำคัญ และเห็นด้วยในการที่จะนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามา เพื่อที่จะใช้อิเล็กทรอนิกส์ในการที่จะใช้น้ำหนักบรรทุกในขณะที่วิ่ง รวมทั้งการติดตั้งวงจรปิด อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อที่จะต้องใช้ปริมาณมาก แล้วก็อาจจะต้องให้มีชุมชนในการดูแลรักษา ไปด้วย ซึ่งสิ่งต่าง ๆ นี้ก็ได้เกิดขึ้นอยู่ในชนบทอยู่แล้ว บางแห่ง บางที่ บางทางนี้เขาไม่ให้ รถบรรทุกผ่านเลย ไม่ให้บรรทุกผ่านเลย เขาจะเข้าไปเวรยามเลย และป้องกันเจ้าหน้าที่ บางรายที่อาจใช้อำนาจโดยมิชอบ โดยอาศัยความรู้เท่าไม่เข้าใจของพี่น้องประชาชน นี่ก็คือ ว่ากฎหมายของพี่น้องประชาชนเขา ๆ ไม่รู้ แล้วอาจจะเป็นช่องทางที่เราจะต้องไปจัดอบรม ที่เกี่ยวข้องเรื่องกฎหมายอย่างนี้ และผมใคร่ขอเสนอแนะอีกอย่างหนึ่งที่มันเกี่ยวข้องกับ พี่น้องเกษตรกรโดยตรง ซึ่งเป็นประเด็นสุดท้ายที่สำคัญต่อพี่น้องเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ยางพาราอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะว่าเกษตรนี้เราสามารถนำรายได้ เข้าประเทศปีละหลายแสนล้านบาท นับล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นในจุดนี้มันจะเป็นพืช ตามฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นข้าวออกจากเก็บเกี่ยวเขาก็ต้องบรรทุก ทำให้ทันเวลากับช่วงเวลา อ้อยอย่างนี้ ข้าวอย่างนี้ เพราะฉะนั้นผมอยากจะขอกราบเรียนกับท่านทั้งหลายว่า ความหลุดพ้น จากความยากจนของพี่น้องเกษตรกรมีหนี้สินล้นพ้นตัว เพราะว่าในไร่อ้อย ผมจะยกตัวอย่าง ในไร่อ้อยมันไม่มีตาชั่ง ในเมื่อมันไม่มีตาชั่ง เราก็กะน้ำหนักว่าจะน้ำหนักเท่าไร บางครั้ง ต้นทุนก็แพงถ้าบรรทุกน้อย มันก็ไม่สามารถที่จะเข้าทันเวลาได้ โดยใช้เวลาในการเก็บเกี่ยว แล้วจะต้องใช้เวลาในการส่งบรรทุกเข้าไปตั้งแต่ ๔๘ ชั่วโมงจนถึง ๗๒ ชั่วโมง ไม่อย่างนั้น คุณภาพความหวานก็ลดลง น้ำหนักก็ลดลง ทำให้รายได้ของเกษตรกรมีน้อยลง เรื่องอย่างนี้ ผมก็ต้องฝากไว้ด้วยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องบรรทุกของเกษตรกร เพราะว่าเขาใช้เวลาประมาณ ๓ เดือน ไม่เกิน ๔ เดือนเปิดหีบอ้อยเดือนธันวาคมก็จะปิดหีบอ้อยในช่วงเดือนมีนาคมเท่านั้น บางครั้งก็ใช้ประกาศ บางครั้งก็ใช้ MOU ในระดับจังหวัด บางครั้งก็ใช้มติ ครม. บางปีก็ใช้ ในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ แต่เอาตัวนี้เป็นข้อสังเกตด้วย เพื่อที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ซึ่งมีต้นทุนก็คือเป็นถึงขั้นว่าพ่อค้า คือกำไร เกษตรกร คือขาดทุน นี่คือคำจำกัดความ เพราะฉะนั้นต้นทุนของเขาเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ ผมขอสนับสนุนและเห็นด้วยกับรายงาน ฉบับนี้ของทุกท่าน แต่ขอตั้งข้อสังเกตเท่านี้ละครับ ให้ดูเรื่องเกษตรกรอย่าไปดูเฉพาะพวก รับเหมาขนอิฐ หิน ดิน ทรายเท่านั้น ให้ดูเกษตรกร ควรผ่อนผันหรืออะลุ่มอล่วยตามฤดูกาล หรือตามจังหวัดต่าง ๆ เหล่านั้น ที่มีพืชผลที่ผมได้กล่าวมาเบื้องต้น ผมขอขอบคุณครับ