อนุสรณ์ เสนอแนวทางบริหารรายได้ 3 หลักการ เน้นความยั่งยืน-ธรรมาภิบาล

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เสนอแนวทางบริหารจัดการรายได้เชิงระบบโดยเน้น 3 หลักการคือ ความเพียงพอเพื่อความเท่าเทียม ความยั่งยืนระยะยาว และความครบถ้วนด้วยธรรมาภิบาล พร้อมเสนอมาตรการลดรายจ่ายและสร้างรายได้ใหม่ผ่าน Digital Wallet การท่องเที่ยว และภาษีเพื่อสิ่งแวดล้อม โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการเพื่อดูแลประชาชนทุกวัย

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต่อรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่องการพัฒนาระบบบำนาญพื้นฐานประชาชนของ คณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาต ขีด Highlight พาดหัวข่าวตัวโต ๆ ครับว่า อนุสรณ์เห็นด้วยกับการพัฒนาระบบบำนาญ พื้นฐานประชาชน ท่านประธานครับ คำว่า เงินเดือน พูดเบา ๆ ก็มีความหวัง คำว่าบำนาญ ได้ยินบ่อย ๆ ก็สามารถสร้างความสุขได้ เพราะบำนาญแปลว่า เงินตอบแทนความชอบ ที่ได้รับราชการหรือได้รับจากการทำงานมาเป็นเวลานาน ซึ่งจ่ายเป็นรายเดือนจนตลอดชีวิต เมื่อออกจากงาน โบร่ำโบราณใช้คำว่า เบี้ยบำนาญ ในเวลาต่อมาก็มีอีกหลายเบี้ยครับ เช่น เบี้ยผู้สูงอายุ เบี้ยยังชีพ เบี้ยคนชรา นโยบายเบี้ยผู้สูงอายุ ต้องกราบเรียนว่าพูดเมื่อไร ก็โดนครับ ในช่วงของการเลือกตั้งนำเสนอนโยบาย บางพรรคบอก ๖๐๐ บาท บางพรรค บอก ๑,๒๐๐ บาท ๑,๕๐๐ บาท ๓,๐๐๐ บาท และเป็นที่คาดเดาได้ว่าอีก ๔ ปีข้างหน้า อาจจะได้เห็นตัวเลข ๕,๐๐๐ บาท หรือ ๑๐,๐๐๐ บาท ที่พูดอย่างนี้เพื่อจะสะท้อนว่า สังคมไทยและพรรคการเมืองที่นำมาทำนโยบายนั้นให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ จึงไม่มีใคร คัดค้านหรอกครับ จะ ๖๐๐ บาท จะ ๑,๒๐๐ บาท จะ ๑,๕๐๐ บาท จะ ๓,๐๐๐ บาท อะไรที่จะเป็นประโยชน์ อะไรที่พี่น้องประชาชนจะได้รับ ทุกพรรคการเมืองร่วมด้วยช่วยกัน เห็นชอบผลักดันสนับสนุนครับ แต่ปัญหาก็คือว่าเราจะจ่ายอย่างไร เราจะทำอย่างไรให้การ จ่ายสวัสดิการนั้นเพียงพอ ยั่งยืน และครบถ้วน แล้วเรื่องพวกนี้ไม่ใช่ว่าเราจะมโนหรือนึกเอง คิดเองได้นะครับ มีรายงานศึกษาซึ่งในรายงานนี้ก็พูดไปครบถ้วนหลายประการ แต่ถ้าเราไปดู ดัชนีบำนาญโลก หรือที่เรียกว่า Global Pension Index ประจำปี ๒๕๖๖ เราพบว่าประเทศ เนเธอร์แลนด์กลับมาครองตำแหน่งประเทศที่ขึ้นชื่อว่ามีระบบบำนาญดีที่สุดในโลก ก็ส่งผลให้ ประเทศไอร์แลนด์จากอันดับ ๑ ตกไปเป็นอันดับที่ ๒ แล้วก็ประเทศเดนมาร์กมาเป็นอันดับที่ ๓ ประเทศไทยอยู่ตรงไหนครับ ประเทศไทยอยู่รั้งท้าย แต่ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะสถิติ มีไว้ทำลาย เราอยู่สุดท้ายแล้วเราจะไม่แย่ไปกว่านี้แล้วครับ เราจะดีขึ้นในปีต่อ ๆ ไป ผมเรียน ปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เราเชื่อเรื่องโครงข่ายทางสังคมที่เรียกว่า Social Safety Net ตกงานอย่าตกใจ สูงวัยไม่ต้องตื่นตระหนก เรามีโครงสร้างทางสังคมร่วมด้วย ช่วยกันในการดูแลประชาชนในสังคม แต่ว่าการที่เราจะจัดสวัสดิการให้เหมาะสมเราก็ต้องไป ดูเกณฑ์ของโลกว่าเขาจัดอย่างไร ทำไมเขาเป็นที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ เวลาไปดูงานพวกนี้จะเรียกว่า รัฐสวัสดิการ จะเรียกว่าโครงสร้างทางสังคมในการช่วยเหลือประชาชนผู้สูงวัยหรืออื่นใด ก็ตามแต่ เขาไปดูแถบ ๆ ประเทศสแกนดิเนเวียครับ ไปดูประเทศสวีเดน ประเทศนอร์เวย์ ประเทศเดนมาร์ก ประเทศเนเธอร์แลนด์แถว ๆ นี้ เพราะประเทศเหล่านี้ถือว่าเป็นต้นแบบ ส่วนหนึ่งเขาจัดเก็บรายได้ได้สูง ภาษีสูง เวลาคนไปดูงาน ไปซื้อสินค้าที่เป็น Brand Name ระดับ High End Premium พอถอดภาษีปุ๊บถือว่าได้ราคาถูกเลย นั่นหมายความว่าเขาจัดเก็บรายได้ได้สูง จึงนำเงินที่มีมากนั้นมาจัดสวัสดิการอย่างเพียงพอ ทั่วถึง ยั่งยืน ครบถ้วนให้กับประชาชนของเขา เราไปดูว่าดัชนีชี้วัดบำนาญโลก MCGPI นั้น เขาเน้นไป ๓ เรื่อง ๓ หลักอะไรบ้าง

เรื่องที่ ๑ เขาดูเรื่องความเพียงพอ ซึ่งคำนึงถึงผลประโยชน์ที่มอบให้กับคนจน และคนมีรายได้ระดับต่าง ๆ ตลอดจนการออกแบบต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ เกษียณแล้วจะบริหารจัดการรายได้เชิงระบบอย่างไรให้เหมาะสมและเพียงพอ

เรื่องที่ ๒ เขาไปดูเรื่องความยั่งยืน ไปพิจารณาจากตัวชี้วัดที่มีอิทธิพลต่อ ความยั่งยืนในระยะยาว ไม่ใช่ว่าจ่ายแบบวูบวาบ จาก ๖๐๐ กระโดดไปตัวเลขสูง ๆ แล้วก็ จ่ายได้ไม่นาน แล้วสุดท้ายก็ไม่ยั่งยืน

เรื่องที่ ๓ ที่เขาไปดูครับ คือเรื่องความครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นระบบบำเหน็จ บำนาญที่มีกฎระเบียบ มีความโปร่งใส มีธรรมาภิบาลตรวจสอบได้ ถามว่าแล้วประเทศไทย จะทำ ทำอย่างไร ผมมีข้อเสนอนะครับ อันดับแรก เราต้องรีดไขมัน ต้องลดรายจ่าย ที่ไม่จำเป็นจากหลาย ๆ หน่วยงานในที่นี้จะไม่บอกว่าไปรีดตรงไหน แต่ลำพังการรีดไขมัน อย่างเดียวไม่พอ ต้องสร้างกล้ามเนื้อ คือสร้างรายได้ที่เป็นรายได้ที่แท้จริง พูดง่าย ๆ ก็คือการลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ที่แท้จริงเข้ามา รายได้มาจากไหน เช่นนี่อย่างไรครับ Digital Wallet เพิ่มอำนาจซื้อให้กับประชาชน รายได้จากปัจจัยภายนอกครับ เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว ส่งเสริม Soft Power ส่งเสริมการส่งออก ไปหารายได้ใหม่ เช่น ทำ Entertainment Complex รายได้จากสินค้าหรือบริการที่บั่นทอนสุขภาพ เช่น ภาษีหวาน ภาษีเค็ม หรือไป เก็บธุรกิจกิจการประเภทที่ทำให้เกิดปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 เก็บภาษีจากรถที่ใช้น้ำมันในอัตรา ที่สูงกว่า ภาษีรถที่ใช้ไฟฟ้า เป็นต้น ดังนั้น ๓ หลักที่ต้องทำครับ เพียงพอ ยั่งยืน และครบถ้วน ท่านประธานครับ ไม่มีใครขัดขวาง แต่เราจะต้องดูว่าเราจะจ่ายอย่างเพียงพอนั้นต้องทำ อย่างไร ขอเป็นกำลังใจให้ผู้สูงอายุนะครับ เพราะการรอคอยที่ทรมานที่สุด คือการรอคอย เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และเราเชื่อว่าเมื่อโครงสร้างพื้นฐานของเราพร้อม เราจะพัฒนาเพื่อดูแล ประชาชนผู้สูงอายุและทุกวัยไปพร้อมกัน ขอบคุณครับ