เจษฎา ดนตรีเสนาะ ขออนุญาตนำเสนอบรรยากาศผ่านสไลด์ภาพในที่ประชุม โดยระบุสังกัดและพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมสนับสนุนรายงานการพัฒนาระบบบำนาญพื้นฐาน แต่ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เพียงพอของวงเงิน 1,200 บาท เน้นย้ำความจำเป็นในการปฏิรูปการจัดสรรงบประมาณ ระบบภาษี และกฎหมาย เพื่อสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ และย้ำว่าบำนาญขั้นพื้นฐานคือสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่การสงเคราะห์ พร้อมเรียกร้องให้มีเจตจำนงทางการเมืองเพื่อผลักดันสวัสดิการถ้วนหน้า และเสนอให้จัดตั้งระบบบำนาญพื้นฐานสำหรับประชาชน 12 ล้านคนที่จะเพิ่มขึ้นในสังคมผู้สูงอายุ พร้อมเรียกร้องให้คณะรัฐมนตรีนำข้อเสนอไปพิจารณาดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อสร้างความมั่นคงทางสังคม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เจษฎา ดนตรีเสนาะ สมาชิกผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๒ พรรคก้าวไกลคนปทุม ลุ่มน้ำเจ้าพระยาครับ ขออนุญาตขอสไลด์ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
อันนี้ผมขออภิปรายสนับสนุน รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง การพัฒนาระบบบำนาญพื้นฐานของประชาชนครับ ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาตขอบพระคุณท่านประธานคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการ แล้วก็คณะอนุกรรมาธิการทุกท่าน รวมทั้งผู้มีส่วนร่วมในรายงานเล่มนี้ เป็นรายงานที่ดี ครบถ้วนแล้วก็กระชับสั้นในขนาด ๑๐๐ หน้าเศษ ๆ อ่านไม่นานก็จบได้ ที่ผมร่วมอภิปราย วันนี้เพราะว่าผมเห็นด้วยกับหลักการและแนวคิดของคณะอนุกรรมาธิการที่ได้ทำรายงาน เล่มนี้ขึ้นมา ผู้ชี้แจงหลายท่าน รวมทั้งเพื่อนสมาชิกหลายท่านอภิปรายสนับสนุนไปในทาง เดียวกัน ผมก็ได้ฟังแล้วผมก็สนับสนุนด้วยเช่นกัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกคัดค้าน ก็คือเรื่องเงิน ๑,๒๐๐ บาท ผมอยากกราบเรียนอย่างนี้ว่าเราอยู่ในบำนาญ หรือว่าเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เมื่อปี ๒๕๓๕ ครั้งแรกด้วยเงิน ๒๐๐ บาท แล้วเราอยู่ในหลักร้อยมา ๓๒ ปีแล้ว มันนาน เกินไปครับ ปี ๒๕๓๕ ทองบาทละ ๔,๓๐๐ บาท ปัจจุบันทองบาทละ ๓๔,๖๐๐ บาท มันต่างกันมหาศาล แต่ทำไมบำนาญหรือสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนมันช่างน้อยเหลือเกิน ผมจะไม่อภิปรายในรายละเอียดมาก เพราะว่าเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไป ก็คือผมเห็นด้วยว่าประเทศไทยไม่ได้ยากจน แต่เราไม่ได้ จัดสรรงบประมาณหรือทรัพยากรที่เรามีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด การจัดสรร งบประมาณนั้นไม่ได้เป็นไปเพื่อความเป็นธรรม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อความเท่าเทียม ทั่วถึงและถ้วนหน้า ภาพสไลด์ที่ผมนำนี้ผมขับมอเตอร์ไซค์ดูเรื่องของการเผาซังข้าวในนาใน เขตจังหวัดปทุมธานี ผมก็เจอคุณป้าท่านนี้กำลังปั่นจักรยาน ในมือถือเบ็ด แล้วก็มีกระป๋องสี อยู่ด้านข้าง ผมก็เลยแวะพูดคุยกับคุณป้า คุณป้าบอกว่าอายุ ๗๐ ปี กำลังออกไปตกปลากับ เก็บผักเก็บหญ้าที่สามารถหากินได้ เพราะอะไรครับ เพราะเขาบอกว่าเบี้ยผู้สูงอายุ ๗๐๐ บาทมันไม่เพียงพอ วันนี้ข้าวเสาไห้อย่างมาตรฐานถังละ ๔๐๐-๔๕๐ บาท ขึ้นมาเกือบ ๑๐๐ บาทจากเมื่อไม่กี่เดือนที่แล้วครับท่านประธาน ถามว่าราคาข้าวขึ้นดีไหม ดีครับ ถ้าเกษตรกรเป็นคนได้รับผลของการขึ้นนั้น แต่เงินรายได้ อื่น ๆ มันไม่ได้ขึ้นตามไปด้วย ผมถามว่าแล้วข้าวอื่น ๆ ล่ะ ก็ได้ญาติพี่น้องคอยช่วยเหลือจุน เจือเล็ก ๆ น้อย ๆ นี่คือตัวอย่างหนึ่ง แล้วผมคิดว่ายังมีอีกมากมายในประเทศไทยที่ต้อง ประสบชะตากรรมเช่นเดียวกับคุณป้า หรือต้องมีชีวิตเช่นเดียวกับคุณป้า ทั้ง ๆ ที่ท่านเหล่านี้ ประชาชนเหล่านี้ ได้ทำงานหนักมาตลอดชีวิตหลายสิบปี จ่ายภาษีให้ประเทศไทย แต่นี่คือ ผลลัพธ์ของการเกษียณอายุของประชาชนคนไทยหรือครับ ผมอ่านรายงานเล่มสีชมพูนี้ ผมก็เลยขออนุญาตสรุปมาเป็นกราฟสามเหลี่ยมแบบนี้ ผมขออนุญาตนำไปสิ่งที่ได้มากับสิ่งที่ ต้องทำก่อนครับ สิ่งที่ต้องทำอย่างแรก ก็คือการจัดสรรงบประมาณ การปฏิรูประบบภาษี การแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ เมื่อเราทำสิ่งเหล่านี้ได้แล้วก็จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความยากจน เรื้อรัง ลดภาวะพึ่งพิง เพิ่ม GDP ลดการส่งต่อความยากจนจากรุ่นสู่รุ่น กระตุ้นระบบ เศรษฐกิจ หากเราทำ ๒ อย่างนี้ได้แล้ว จะส่งผลถึงกราฟด้านบนครับท่านประธาน ก็คือสร้าง ความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ ลดความยากจนที่จะเกิดขึ้นจากความขัดแย้งทางการเมือง สร้างสังคมที่เฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข แต่สิ่งเหล่านี้กราฟทั้ง ๓ ชั้นด้านบนจะไม่เกิดขึ้นเลย หากไม่มี ด้านล่างสุด ด้านเล็ก ๆ แต่เป็นส่วนที่สำคัญมาก คือเจตจำนงเพื่อประชาชนเราต้องมีเจตจำนง ที่จะทำเพื่อประชาชน แล้วก็การตระหนักรู้ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุก ๆ ท่านนี้ล่ะครับ วันนี้เท่าที่ผมได้ฟังอภิปรายมา ผมเห็นว่าสภาแห่งนี้มีจุดร่วมเดียวกันในจำนวนมากแล้ว เพียงแต่ว่าเราจะช่วยกันผลักดันสวัสดิการถ้วนหน้าหรือสิทธิระบบบำนาญขั้นพื้นฐานของ ประชาชนได้อย่างไร สิทธิบำนาญพื้นฐานถ้วนหน้านี้ต้องอยากชี้แจงกับประชาชนผู้ฟังอยู่ทาง บ้านอย่างนี้ว่ามันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุก ๆ ท่าน ทุก ๆ ท่านจะต้องช่วยกันเรียกร้องสิทธิ และรักษาสิทธินี้ไว้ มันไม่ใช่การสงเคราะห์ มันเป็นสิทธิที่ทุกคนควรจะได้รับหลังจากทำงาน หนักมาตลอดหลายสิบปี
สุดท้ายนี้มุมมองและทัศนคติของเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ หากเรา พิจารณาอยู่บนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในสังคมไทย การตระหนักรู้ของผู้แทนราษฎรทุกท่าน จะนำไปสู่การสร้างระบบบำนาญขั้นพื้นฐานให้กับประชาชนจำนวน ๑๒ ล้านคน และ ๑๒ ล้านคนนี้จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามสังคมผู้สูงอายุที่จะเกิดขึ้นในอนาคต สุดท้ายนี้ ผมเห็นด้วยกับผลการศึกษา แล้วก็ขอให้คณะรัฐมนตรีนำไปพิจารณาปรับใช้เพื่อดำเนินการ โดยเร็วที่สุด เพื่อสร้างสังคมแห่งการเฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุขกับประชาชนคนไทยทุกคน สุดท้ายนี้ การทำงานเพื่อทดแทนภาษีที่เราได้รับคือการทำงานเพื่อประชาชนครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน