ณัฐชา เปิดเสนอปรับเกณฑ์บำนาญประชาชนเพิ่มตามศักยภาพรายได้รัฐ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ รายงานผลพิจารณาของคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคมเกี่ยวกับการปรับเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจากหลักร้อยเป็นหลักพัน โดยเสนอแนวทางเพิ่มรายได้ผ่านการปรับโครงสร้างภาษีและเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อตอบสนองความเดือดร้อนของประชาชน

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

เรียนท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ในวันนี้รายงาน ของคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร ถือว่าเป็นอีกวาระหนึ่ง ที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณาแล้วเสร็จ ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านอาจจะคุ้นชินว่า การรายงานของคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม ในชุดที่แล้ว สภาชุดที่ ๒๕ ได้มีการ นำเสนอเรื่องของการปรับเกณฑ์บำนาญพื้นฐานประชาชน จาก ๖๐๐ บาท ๗๐๐ บาท ๘๐๐ บาท และ ๑,๐๐๐ บาท เป็น ๓,๐๐๐ บาท แบบถ้วนหน้าในสภาชุดที่ ๒๕ ไปแล้ว สภาผู้แทนราษฎรในชุดนั้นก็ได้มีมติผ่านในการส่งเรื่องไปยังคณะรัฐมนตรีนะครับ แล้วก็ ในห้วงเวลาโค้งสุดท้ายก็ได้มีการยุบสภาแล้วก็เงียบหายไป สภาชุดที่ ๒๖ ครับ หลังจากได้ มีการเริ่มตั้งคณะกรรมาธิการสามัญขึ้นมานะครับ คณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม ของเราก็ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้และหยิบยกมาพูดคุยกันอีกครั้ง และต้องพูดอย่าง ตรงไปตรงมาครับ ว่าในวันนี้คณะกรรมาธิการได้พิจารณาร่วมกันและหาแนวทางที่จะปรับ เพิ่มขึ้น แต่ไม่ระบุว่าจะต้องเป็น ๓,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท หรือเท่าไร แต่เป็นเกณฑ์ นำเสนอว่า ณ วันนี้ถ้าเราหารายได้เพิ่มเติมหรือจัดสรรรายได้จากในส่วนของภาษีแบบเดิม ที่มีอยู่จะสามารถปรับเกณฑ์ขึ้นมาได้เท่าไร เพื่อนสมาชิกในห้องนี้หลาย ๆ ท่าน ก็เคยได้ผ่าน เรื่องของการผ่านเกณฑ์พิจารณา เรื่องของเบี้ยบำนาญมาแล้วหลายครั้ง ตั้งแต่สมัยรัฐบาล ท่านอานันท์ ปันยารชุน ไล่มาจนถึง ท่านชวน หลีกภัย ที่ให้บำนาญอยู่ที่ ๒๐๐ บาท แบบเลือกคัดสรรบุคคลผู้มีรายได้น้อยนะครับ หลังจากนั้นในรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้มีการปรับเกณฑ์เป็นจ่าย ๕๐๐ บาท แบบถ้วนหน้า ต่อมาครับ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในปี ๒๕๕๔ ได้มีการปรับเกณฑ์เพิ่มขึ้นจาก ๕๐๐ บาท เป็น ๖๐๐ บาท ๗๐๐ บาท ๘๐๐ บาท แบบขั้นบันไดครั้งแรก ตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ จนถึงวันนี้ ปี ๒๕๖๗ ไม่มีการพิจารณาเรื่องนี้เลย มีการสั่นคลอนเล็กน้อยในรัฐบาลชุดที่แล้ว สมัยท่านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เรื่องของการพิจารณาเกณฑ์ผู้มีรายได้ แต่หลังจากนั้น ก็มีการยุบสภาแล้วก็มาถึงปัจจุบันครับ ในรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ยังไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องนี้อย่างชัดเจน แต่วันนี้คณะกรรมาธิการได้พิจารณารายงานฉบับนี้ ซึ่งถือว่าเป็นผลงานของคณะกรรมาธิการทุกท่านและเป็นผลงานของเพื่อนสมาชิก ในคณะกรรมาธิการจากทุกพรรคการเมืองครับ เพราะเราพยายามมีธงเดียวกันก็คือว่า ปรับเกณฑ์จากหลักร้อยให้เป็นหลักพันให้ได้ และถ้าปรับเกณฑ์จากหลักร้อยเป็นหลักพันแล้ว ต้องใช้เงินเท่าไร ผู้สูงอายุมีเท่าไร จะบริหารจัดการอย่างไร เราได้มอบหมายทาง คณะอนุกรรมาธิการ โดยท่าน สส. วรรณวิภา ไม้สน ได้ตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นมา ๑ อนุกรรมาธิการ พิจารณากัน ๖๐ วัน ในการที่จะรวบรวมแหล่งที่มารายได้จากทุก กรม กอง รวบรวมมาเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ เป็นรายงานฉบับนี้ เราได้นักวิชาการจากภาค ส่วนต่าง ๆ มาช่วยกันคิดว่าถ้าเกิดจะปรับเกณฑ์เหล่านี้ขึ้นจะต้องกระทบในเรื่องของภาษี อย่างไร จะต้องกระทบหน่วยงานใดบ้าง เรามีตัวแทนจากเครือข่ายภาคประชาชนมาพูดคุย ว่าสถานการณ์วันนี้ พี่น้องประชาชนเส้นแบ่งความยากจนพุ่งทะยานสูงขึ้น อายุเกณฑ์ของ พี่น้องผู้สูงอายุพุ่งทะยานสูงขึ้น แต่สิ่งเดียวที่ไม่พุ่งทะยานสูงขึ้นเลยก็คือการช่วยเหลือจาก ทางภาครัฐยังคงแน่นิ่งตั้งแต่ ๑๐ ปีที่แล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้นอกจากเป็นผลงานของเพื่อน สมาชิกในคณะกรรมาธิการจากทุกพรรคการเมืองแล้ว ผมขอวิงวอนเพื่อนสมาชิกใน สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ชุดนี้ เป็นผลงานของพวกเราร่วมกันที่จะปรับเกณฑ์จากหลัก ร้อยเป็นหลักพันให้ได้ วันนี้รายงานฉบับนี้คิดมาแล้วครับ ได้ ๑,๒๐๐ บาทถ้วนหน้า ถามว่า ท่านคณะกรรมาธิการจะพิจารณาหลักเกณฑ์อย่างไร เดี๋ยวฟังในส่วนของรายละเอียดเรื่อง ของการปรับเปลี่ยนฐานของภาษี ซึ่งไม่กระทบหน่วยงานได้เลย แล้วก็เกณฑ์การพิจารณาใน วันนี้อยากให้เพื่อนสมาชิกได้นำไปพูดคุย นำไปบอกต่อ ผมเชื่อครับ เพื่อนสมาชิกในห้องนี้ ทั้งจากระบบแบ่งเขตและระบบบัญชีรายชื่อท่านใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน และสิ่งเดียวที่ ท่านได้พูดคุยกับพี่น้องประชาชนเป็นเสียงเดียวกัน ไม่ว่าท่านจะอยู่พรรคไหน ไม่ว่าท่านจะ อยู่รัฐบาลหรือฝ่ายค้าน คือพี่น้องประชาชนส่งเสียงสะท้อนบอกท่านมาว่าวันนี้ลำบาก เหลือเกิน ความลำบากของพี่น้องประชาชนที่สะท้อนมายังผู้แทนราษฎรทุกท่าน จะได้ สะท้อนในที่ประชุมแห่งนี้ครั้งแรก และจะหาทางออกร่วมกันโดยการส่งร่างรายงานฉบับ สมบูรณ์ฉบับนี้ไปยังคณะรัฐมนตรีและท่านนายกรัฐมนตรีจะได้จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีนี่แหละที่จะเป็นคนปรับเกณฑ์รายได้ผู้สูงอายุจากหลักร้อยเป็นหลักพัน ในปี ๒๕๖๗ นี้ ผมอภิปรายในวันนี้ปลดปล่อยจากทุกอย่าง ไม่มีพรรคการเมือง ไม่มีนโยบาย ที่เป็นธงหลัก แต่เพื่อจะปรับเกณฑ์รายได้ให้พี่น้องประชาชน ยอมที่จะนำเสนอ ถ้าเกิดพี่น้อง ประชาชนติดตามการทำงานของผมจะเห็นการต่อสู้ร่วมกับภาคประชาชน เห็นการต่อสู้ใน สมัยที่แล้ว ปักธงบำนาญถ้วนหน้า ๓,๐๐๐ บาท แต่วันนี้มาเสนอร่างกรรมาธิการ ๑,๒๐๐บาท หลังจากร่างกรรมาธิการเสร็จทัวร์ลงแน่นอน แต่ต้องยอมครับ ยอมเพราะอะไร ยอมเพราะ บันไดก้าวแรกเล็ก ๆ ตรงนี้จะเป็นก้าวที่สำเร็จในอนาคต ยอมเพราะบันไดก้าวแรกก้าวนี้ จะเป็นรายได้ใหม่ให้กับพี่น้องประชาชนได้เร็วที่สุดที่จะเพิ่มจาก ๖๐๐ บาท เป็นหลักพัน ให้ได้ นี่คือเจตนารมณ์ของคณะกรรมาธิการที่เราทำร่วมกันมา และเป็นรายงานฉบับแรก ฉบับที่เริ่มต้นความก้าวหน้าของรายได้ผู้สูงอายุ ที่วันนี้ผู้สูงอายุแตะหลัก ๑๒ ล้านคนเข้าไป แล้วครับ ถือว่าเป็นเกณฑ์ผู้สูงอายุที่สูงขึ้น สูงขึ้น สูงขึ้นทุกปี เพราะฉะนั้นวันนี้เพื่อนสมาชิก ครับ ผมมีคณะกรรมาธิการที่จะอภิปรายในส่วนของรายละเอียดอีก ๔ ท่าน ก็อยากให้เพื่อน สมาชิกได้รับฟัง และหลังจากนั้นมีประเด็นที่จะสอบถาม ขอให้สอบถามให้ครบทุกมิติ แล้วร่วมกันกลับไปสู่บ้านท่าน กลับไปสู่เขตเลือกตั้งของท่าน กลับไปสู่พื้นที่ของท่าน แล้วพูดคุยเรื่องนี้ให้เป็นเสียงเดียวกัน ให้เป็นที่ตกผนึกในสังคมว่าถึงเวลาแล้วที่บำนาญ พื้นฐานประชาชนก้าวแรกจะเริ่มต้นที่รายได้ของผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ